บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.30
0.20 (1.74%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=36994 out_tok=3165 at=2026-07-26T08:26:17 -->
# TLI กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 8.4% รับแรงหนุนจากกำไรลงทุนและธุรกิจใหม่
## รายได้รวมปี 2564 แตะ 1.09 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.49% ขณะที่กำไรสุทธิโต 8.4% จากการบริหารพอร์ตลงทุนและการเติบโตของธุรกิจใหม่
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 109,246.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.49% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ 8,393.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จาก 7,692.32 ล้านบาทในปี 2563 การเติบโตของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้น และการเติบโตของมูลค่ากำไรจากธุรกิจใหม่ (VONB) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรสุทธิของ TLI ในปี 2564 มาจาก **กำไรจากการขายเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด** และ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของมูลค่ากำไรจากธุรกิจใหม่ (VONB)** ซึ่งสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่เน้นอัตรากำไรสูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรจากการขายเงินลงทุน:** ในปี 2564 TLI มีกำไรจากการขายเงินลงทุนสูงถึง 3,324.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 66.78 ล้านบาทในปี 2563 สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทฯ ได้ปรับพอร์ตการลงทุน โดยขายเงินลงทุนในหุ้นและหน่วยลงทุนบางส่วนที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากสถานการณ์โควิด-19 (เช่น กลุ่มเทคโนโลยี) เพื่อไปลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ซึ่งการปรับพอร์ตนี้ทำให้บริษัทฯ สามารถรับรู้กำไรจากการขายได้เป็นจำนวนมาก
* **มูลค่ากำไรจากธุรกิจใหม่ (VONB):** VONB เพิ่มขึ้นถึง 85.44% จาก 3,011.5 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 5,584.6 ล้านบาทในปี 2564 ปัจจัยหลักคือการปรับปรุงอัตรากำไรของธุรกิจใหม่ให้สูงขึ้น โดยบริษัทฯ ได้เพิ่มสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงและมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยต่ำลง เช่น ผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน (Investment-linked), ผลิตภัณฑ์สะสมทรัพย์แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล (Participating Product) รูปแบบใหม่ และผลิตภัณฑ์คุ้มครองสุขภาพ นอกจากนี้ การยกเลิกผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรน้อย และการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ยังส่งผลบวกต่อ VONB Margin อีกด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก**
* **กำไรจากการขายเงินลงทุน:** การรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในลักษณะนี้มักเป็น **ลักษณะครั้งคราว** ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการบริหารพอร์ตในแต่ละช่วงเวลา แม้ว่าบริษัทฯ จะมีกลยุทธ์การปรับพอร์ตอย่างต่อเนื่อง แต่การบันทึกกำไรก้อนใหญ่เช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้นทุกปี
* **VONB:** การเติบโตของ VONB มี **โอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการสร้างกำไรในระยะยาว และการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ให้กำไรสูงและมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยน้อยลง เป็นทิศทางที่น่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและสภาวะตลาดทุนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 แตะ 8,393.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% YoY**
* **รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 109,246.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.49% YoY**
* **กำไรจากการขายเงินลงทุนพุ่งสูงถึง 3,324.88 ล้านบาท** เป็นปัจจัยหนุนกำไรหลักในปีนี้
* **มูลค่ากำไรธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโต 85.44% YoY** สะท้อนการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์สู่สินค้ากำไรสูง
* **เบี้ยประกันภัยรับรวมลดลงเล็กน้อย 0.90% YoY** อยู่ที่ 90,451.49 ล้านบาท โดยเบี้ยปีแรกหดตัว แต่เบี้ยปีต่อไปและเบี้ยจ่ายครั้งเดียวเพิ่มขึ้น
* **อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) สูงถึง 355.22%** ณ สิ้นปี 2564 สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 109,246.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.49% จาก 107,642.26 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการลงทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากการขายเงินลงทุนที่สูงขึ้น ในขณะที่เบี้ยประกันภัยรับรวมลดลงเล็กน้อย 0.90% มาอยู่ที่ 90,451.49 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของเบี้ยประกันภัยรับปีแรก ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปและเบี้ยประกันภัยจ่ายครั้งเดียวปรับตัวเพิ่มขึ้น ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน
เมื่อพิจารณาด้านค่าใช้จ่าย พบว่าค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 98,444.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า โดยมีผลประโยชน์จ่ายตามกรมธรรม์ประกันภัยและค่าสินไหมทดแทนสุทธิที่เพิ่มขึ้น แต่ค่าจ้างและค่าบำเหน็จ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง
ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นเป็น 10,801.58 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 8,393.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จาก 7,692.32 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์:** การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงและอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น ผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน, ผลิตภัณฑ์สะสมทรัพย์แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล และผลิตภัณฑ์สุขภาพ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **การบริหารพอร์ตลงทุน:** ความสามารถในการปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์ เป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในแต่ละปี
* **ความแข็งแกร่งทางการเงิน:** อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ที่สูงมาก สะท้อนถึงความมั่นคงและศักยภาพในการรองรับการเติบโตในอนาคต
* **การขยายช่องทางดิจิทัล:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจประกัน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์และหน่วยลงทุนอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าเงินลงทุนและผลตอบแทนจากการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์ที่มิใช่ยูนิตลิงค์
* **สภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ:** แม้จะมีการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์เพื่อลดผลกระทบ แต่สภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำต่อเนื่องยังคงส่งผลต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ และอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของผลิตภัณฑ์บางประเภท
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ จากหน่วยงานกำกับดูแล อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างองค์กร การออกแบบผลิตภัณฑ์ และต้นทุนการดำเนินงาน
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** อุตสาหกรรมประกันชีวิตมีการแข่งขันสูง ทั้งจากบริษัทประกันเดิม พันธมิตร และสถาบันการเงินอื่นๆ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มเบี้ยประกันภัยรับปีแรก:** การฟื้นตัวของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและสภาวะตลาดทุนจะส่งผลต่อรายได้จากการลงทุนสุทธิและกำไรจากการขายเงินลงทุน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย
* **การปรับตัวตามมาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS 17):** การเตรียมความพร้อมและการนำมาตรฐานใหม่มาใช้จะมีผลกระทบต่อการรายงานทางการเงินในอนาคต
* **การเติบโตของ VONB Margin:** การรักษาและเพิ่มอัตรากำไรของธุรกิจใหม่ให้ต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **เบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP):** ลดลง 0.90% YoY เป็น 90,451.49 ล้านบาท โดยเบี้ยปีแรกหดตัว 34.66% YoY เป็น 10,270.65 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบโควิด-19 และการปรับผลิตภัณฑ์ แต่เบี้ยปีต่อไปเพิ่มขึ้น 2.16% YoY เป็น 72,747.72 ล้านบาท และเบี้ยจ่ายครั้งเดียวเพิ่มขึ้น 51.95% YoY เป็น 7,430.64 ล้านบาท
* **เบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE):** ลดลง 34.66% YoY เป็น 11,367.3 ล้านบาท สอดคล้องกับเบี้ยปีแรกที่ลดลง
* **มูลค่ากำไรธุรกิจใหม่ (VONB):** เพิ่มขึ้น 85.44% YoY เป็น 5,584.6 ล้านบาท โดย VONB Margin เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 17.3% เป็น 49.1%
* **รายได้จากการลงทุนสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 1.69% YoY เป็น 16,015.75 ล้านบาท โดยดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของพอร์ตตราสารหนี้ ขณะที่เงินปันผลรับลดลง
* **กำไรจากเงินลงทุน:** พุ่งสูงขึ้นอย่างมากจาก 66.78 ล้านบาท เป็น 3,324.88 ล้านบาท จากการขายเงินลงทุนเพื่อปรับพอร์ต
* **กำไร (ขาดทุน) จากการปรับมูลค่ายุติธรรม:** ขาดทุน 652.18 ล้านบาท เทียบกับกำไร 153.91 ล้านบาทในปี 2563 สาเหตุหลักจากการอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์
* **ค่าใช้จ่าย:** ผลประโยชน์จ่ายตามกรมธรรม์ฯ และค่าสินไหมทดแทนสุทธิเพิ่มขึ้น 7.0% YoY เป็น 53,458.28 ล้านบาท ขณะที่ค่าจ้างและค่าบำเหน็จลดลง 16.7% YoY เป็น 8,677.65 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 8.0% YoY เป็น 533,706.29 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยมีเงินลงทุนในหลักทรัพย์เป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุด
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 7.4% YoY เป็น 447,275.06 ล้านบาท โดยหนี้สินจากสัญญาประกันภัยเป็นสัดส่วนหลัก
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 11.1% YoY เป็น 86,431.23 ล้านบาท
* **อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR):** อยู่ในระดับสูงมากที่ 355.22% ณ สิ้นปี 2564
* **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 294.44 ล้านบาท เทียบกับกระแสเงินสดบวก 3,761.44 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของรายการปรับกระทบยอดในงบกำไรขาดทุน
## สรุปท้าย
TLI สามารถสร้างผลกำไรสุทธิที่เติบโตได้ 8.4% ในปี 2564 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการรับรู้กำไรก้อนใหญ่จากการปรับพอร์ตการลงทุน และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของมูลค่ากำไรจากธุรกิจใหม่ (VONB) ซึ่งสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่เน้นสินค้ากำไรสูง แม้เบี้ยประกันภัยรับรวมจะลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบโควิด-19 แต่การบริหารจัดการต้นทุนและพอร์ตลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับความแข็งแกร่งทางการเงิน ทำให้บริษัทฯ ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของตลาดทุน สภาวะอัตราดอกเบี้ย และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TLI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
-8,844.10
ล้านบาท
↓ 125.8% YoY
กำไรขั้นต้น
18,054.85
ล้านบาท
↓ 42.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-204.15
%
กำไรสุทธิ
2,522.94
ล้านบาท
↓ 23.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.53
%
D/E Ratio
3.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-8,844
↓ -125.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
18,055
↓ -42.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,523
↓ -23.1%
YoY
D/E Ratio
3.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TLI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.20
ROE (%)
8.90
ROA (%)
2.35
Book Value/หุ้น
12.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TLI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
649,567.77
+8.85%
|
601,145.56
+4.95%
|
572,793.08
+3.01%
|
556,041.81
+4.18%
|
533,706.29
+8.03%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
495,053.83
+5.01%
|
488,607.27
+4.36%
|
468,213.72
+2.24%
|
457,973.64
+2.39%
|
447,275.06
+7.45%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
154,513.94
+23.28%
|
112,538.29
+7.61%
|
104,579.36
+6.64%
|
98,068.18
+13.46%
|
86,431.24
+11.11%
|
| D/E | — |
3.20
|
4.34
|
4.48
|
4.67
|
5.17
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
8.90
|
10.76
|
9.58
|
10.04
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
2.35
|
2.48
|
2.13
|
2.10
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,647
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+180
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TLI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
3,647.35
-44.77%
|
6,603.40
-408.47%
|
-2,140.71
-229.32%
|
1,655.41
-662.22%
|
-294.44
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
179.75
-19.49%
|
223.27
-2.96%
|
230.08
+144.48%
|
94.11
-115.20%
|
-618.99
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,725.02
-0.01%
|
5,725.42
+66.68%
|
3,434.93
+29.58%
|
2,650.78
-217.41%
|
-2,257.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
9,552.13
-23.90%
|
12,552.08
+723.47%
|
1,524.29
-65.36%
|
4,400.32
-238.76%
|
-3,171.23
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
10,917.26
+41.85%
|
7,696.19
+0.13%
|
7,685.90
+4.91%
|
7,326.48
-30.21%
|
10,497.72
+24.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,867.23
-27.94%
|
10,917.25
+41.85%
|
7,696.19
+0.13%
|
7,685.90
+4.91%
|
7,326.48
-30.21%
|