บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.20
+0.10 (+0.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8974 out_tok=2384 at=2026-07-26T07:51:55 -->
# TGH พลิกกำไร Q3/2565 สวนทางปีก่อน รับธุรกิจประกันภัยฟื้น-การเงินโต
## ธุรกิจประกันภัยกลับมาทำกำไรหลังโควิดคลี่คลาย ขณะธุรกิจการเงินโตต่อเนื่องจากยอดขายรถยนต์มือสอง
บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 38 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 550 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจประกันภัย และการเติบโตของธุรกิจการเงิน ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิตยังคงเผชิญแรงกดดันจากผลกระทบอัตราดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TGH พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 38 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 มาจาก **การกลับมาทำกำไรของธุรกิจประกันภัย** ซึ่งพลิกจากขาดทุนมหาศาลในปีก่อน มาเป็นกำไร 39 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ประกอบกับการเติบโตต่อเนื่องของ **ธุรกิจการเงิน** ที่มีกำไรเพิ่มขึ้น 33 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิตยังคงมีผลขาดทุนก่อนภาษี 5 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจประกันภัย:** การกลับมามีกำไรเป็นผลมาจากการที่ **ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์โควิดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** เมื่อเทียบกับปีก่อนที่บันทึกผลขาดทุนจำนวนมาก นอกจากนี้ บริษัทยังได้ **เพิ่มสัดส่วนการทำประกันภัยต่อ (Reinsurance) สำหรับประกันภัยรถยนต์** ซึ่งช่วยลดภาระค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทต้องรับเอง และเพิ่มค่าบำเหน็จรับจากการประกันภัยต่อ ขณะเดียวกันก็ไม่มีค่าสินไหมทดแทนรายใหญ่จากการประกันภัยทรัพย์สินเข้ามา ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยลดลงอย่างมากถึง 75% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ธุรกิจการเงิน:** กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจาก **การขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่า** ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นและมีราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น โดยเฉพาะการขายผ่านช่องทางรายย่อยที่ได้รับอานิสงส์จากภาพรวมและราคาตลาดรถยนต์มือสองที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ธุรกิจประกันชีวิต:** ยังคงมีผลขาดทุนก่อนภาษี เนื่องจาก **ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน** ที่ลดลงจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาด รวมถึง **การเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทนจ่ายสุทธิ**
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงิน โดยเฉพาะการบริหารจัดการความเสี่ยงผ่านการประกันภัยต่อและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย รวมถึงการเติบโตของธุรกิจการเงินที่ได้ประโยชน์จากราคาตลาดรถยนต์มือสองที่ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจประกันชีวิตยังคงต้องจับตาผลกระทบจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและภาวะตลาดเงินลงทุน ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 38 ล้านบาท** ในไตรมาส 3 ปี 2565 จากขาดทุน 550 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นการเติบโต 106.9% YoY
* **รายได้รวมลดลง 64.0%** มาอยู่ที่ 4,973 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการลดลงของเบี้ยประกันภัยรับจากการโอนกรมธรรม์และการลดสัดส่วนการรับประกันภัยรถยนต์
* **ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 67.1%** มาอยู่ที่ 4,981 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่ลดลง 75% จากการบริหารจัดการความเสี่ยงและผลกระทบโควิดที่น้อยลง
* **ธุรกิจประกันภัยกลับมาทำกำไร 39 ล้านบาท** พลิกจากขาดทุน 9,018 ล้านบาทในปีก่อน จากการลดลงของค่าสินไหมโควิดและการบริหารจัดการประกันภัยต่อ
* **ธุรกิจการเงินมีกำไร 27 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 33 ล้านบาท จากการขายรถยนต์หมดสัญญาเช่าที่ราคาและปริมาณเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 TGH มีรายได้รวม 4,973 ล้านบาท ลดลง 64.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเบี้ยประกันภัยรับจากการโอนกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สิน ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ รวมถึงการลดสัดส่วนการรับเสียงภัยไว้เองของการรับประกันภัยรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมลดลงถึง 67.1% มาอยู่ที่ 4,981 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 38 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 550 ล้านบาทในปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิ 0.8% จาก -4.0% ในปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 14,359 ล้านบาท ลดลง 47.3% โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก และการลดลงของเบี้ยประกันภัยรับในธุรกิจประกันภัย ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 50.9% ส่งผลให้กำไรสุทธิ 1,874 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมาก 936.6% จากขาดทุน 224 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยบวกจากการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยในปี 2564 และการกลับมาทำกำไรของธุรกิจประกันภัยในปีนี้
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจประกันภัย:** การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการบริหารจัดการความเสี่ยงผ่านการประกันภัยต่อ จะช่วยหนุนผลประกอบการของธุรกิจประกันภัยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การเติบโตของธุรกิจการเงิน:** แนวโน้มราคาตลาดรถยนต์มือสองที่ยังคงแข็งแกร่ง และการเพิ่มขึ้นของยอดขายรถยนต์หมดสัญญาเช่า จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และกำไรของธุรกิจการเงิน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรของกลุ่มบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและตลาดเงินลงทุน:** ส่งผลกระทบต่อมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในธุรกิจประกันชีวิต และอาจกระทบต่อรายได้จากการลงทุน
* **การแข่งขันในธุรกิจประกันภัย:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันเบี้ยประกันภัยรับใหม่ และส่งผลต่อการบริหารจัดการต้นทุนการได้มาซึ่งกรมธรรม์
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงิน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มค่าสินไหมทดแทนในธุรกิจประกันภัย โดยเฉพาะประกันรถยนต์และประกันทรัพย์สิน
* การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนในธุรกิจประกันชีวิต ท่ามกลางความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
* การเติบโตของรายได้และกำไรในธุรกิจการเงิน โดยเฉพาะจากยอดขายรถยนต์หมดสัญญาเช่า
* ผลกระทบจากการโอนกรมธรรม์ประกันภัยไปยังบริษัทอื่นต่อรายได้และส่วนแบ่งการตลาด
* แผนการดำเนินงานและกลยุทธ์ของ TGH ในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **ธุรกิจประกันชีวิต:** มีขาดทุนก่อนภาษี 5 ล้านบาท ลดลง 136 ล้านบาท YoY สาเหตุหลักจากผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน และค่าสินไหมทดแทนจ่ายสุทธิที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจประกันภัย:** มีกำไรก่อนภาษี 39 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 9,018 ล้านบาท YoY จากการลดลงของค่าสินไหมโควิด การเพิ่มสัดส่วนประกันภัยต่อรถยนต์ และไม่มีสินไหมรายใหญ่
* **ธุรกิจการเงิน:** มีกำไรก่อนภาษี 27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 ล้านบาท YoY จากการขายรถยนต์หมดสัญญาเช่าที่ราคาและปริมาณเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 สินทรัพย์รวมของ TGH อยู่ที่ 82,039 ล้านบาท ลดลง 10.4% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์ลงทุนลดลง 14.8% จากการจ่ายค่าสินไหมกรมธรรม์โควิด การโอนกรมธรรม์ และการเวนคืนกรมธรรม์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 73,538 ล้านบาท ลดลง 9.8% โดยหนี้สินจากสัญญาประกันภัยลดลง 15.3% จากการโอนสัญญาประกันภัยทรัพย์สินและประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ ขณะที่เงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น 12.4%
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 8,501 ล้านบาท ลดลง 15.1% สาเหตุหลักมาจากการปรับลดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน และกำไรสุทธิระหว่างงวด
## สรุปท้าย
TGH สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 ได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจประกันภัยที่สามารถบริหารจัดการผลกระทบจากโควิดได้ดีขึ้น และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจการเงินที่ได้ประโยชน์จากตลาดรถยนต์มือสอง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตลาดเงินลงทุนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาสำหรับธุรกิจประกันชีวิต แต่โดยรวมแล้ว ทิศทางผลประกอบการมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงินที่คาดว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TGH ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
39.16
ล้านบาท
↓ 99.3% YoY
กำไรขั้นต้น
4,499.07
ล้านบาท
↓ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11,490.41
%
กำไรสุทธิ
-23.92
ล้านบาท
↓ 286% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-61.10
%
D/E Ratio
7.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
39
↓ -99.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,499
↓ -2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-24
↓ -286%
YoY
D/E Ratio
7.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.40
ROE (%)
10.50
ROA (%)
2.39
Book Value/หุ้น
14.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,020
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,748
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,019.81
-40.73%
|
1,720.56
+1,191.91%
|
133.18
-313.63%
|
-62.34
-99.00%
|
-6,228.59
-535.70%
|
1,429.57
-59.61%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,748.28
-347.25%
|
-707.08
-160.60%
|
1,166.88
-15.74%
|
1,384.89
-9.54%
|
1,530.91
-168.63%
|
-2,230.71
-41.93%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-377.17
-122.19%
|
1,699.83
+60.29%
|
1,060.46
-142.92%
|
-2,470.51
-228.03%
|
1,929.65
-649.71%
|
-351.03
-218.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,390.68
-4.10%
|
2,492.82
+12.63%
|
2,213.22
-271.10%
|
-1,293.50
-55.67%
|
-2,917.80
+147.33%
|
-1,179.71
+13,066.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,386.06
+14.71%
|
2,951.93
-11.32%
|
3,328.63
+25.25%
|
2,657.49
-29.53%
|
3,770.92
-23.59%
|
4,935.12
+0.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,721.02
+9.89%
|
3,386.06
+14.71%
|
2,951.93
-11.32%
|
3,328.63
+25.25%
|
2,657.49
-29.24%
|
3,755.42
-23.90%
|