บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.20
+0.10 (+0.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12281 out_tok=2745 at=2026-07-26T08:05:49 -->
# TGH กำไรสุทธิพุ่ง 252.6% YoY ใน Q2/2565 รับธุรกิจประกันภัย-การเงินฟื้นตัว
## ธุรกิจประกันภัย-การเงินพลิกกำไร หนุน TGH โตแรง ขณะธุรกิจประกันชีวิตเผชิญแรงกดดันจากตลาดทุน
บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 252.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการพลิกฟื้นของธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงิน ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิตเผชิญแรงกดดันจากสภาวะตลาดทุนที่ผันผวน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TGH ในไตรมาส 2 ปี 2565 พุ่งสูงขึ้น 252.6% YoY มาอยู่ที่ 134 ล้านบาท มาจาก **การพลิกกลับมามีกำไรของธุรกิจประกันภัย และการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจการเงิน** ซึ่งสามารถชดเชยผลประกอบการที่ลดลงของธุรกิจประกันชีวิตได้ โดยกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติของกลุ่มบริษัทในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจประกันภัย:** มีผลกำไรสุทธิ 107 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 356 ล้านบาท YoY สาเหตุหลักมาจากการ **เพิ่มสัดส่วนการเอาประกันภัยต่อ (Reinsurance) ในประกันรถยนต์** เพื่อบริหารความเสี่ยงจากกรมธรรม์ที่รับโอนมาจาก SEIC ทำให้ค่าบำเหน็จรับจากการเอาประกันภัยต่อเพิ่มขึ้น และค่าสินไหมทดแทนประกันรถยนต์ลดลง นอกจากนี้ ยังไม่มีค่าสินไหมทดแทนรายใหญ่ในประกันภัยทรัพย์สิน และค่าสินไหมทดแทนประกันอุบัติเหตุและสุขภาพลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ธุรกิจการเงิน:** มีผลกำไรสุทธิ 236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79 ล้านบาท YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการ **เพิ่มขึ้นของกำไรจากการขายรถยนต์มือสอง** ผ่านช่องทางขายเอง เนื่องจากภาพรวมและราคาตลาดรถยนต์มือสองมีแนวโน้มดีขึ้น ประกอบกับ **ผลกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย** ที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจประกันชีวิต:** มีผลกำไรสุทธิลดลง 254 ล้านบาท YoY สาเหตุหลักมาจากการ **ลดลงของกำไรที่ยังไม่รับรู้จากการปรับมูลค่าเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์** เนื่องจากสภาวะตลาดการเงินที่ถดถอยและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงกำไรจากการขายตราสารหนี้ที่ลดลง แม้ว่ารายได้เบี้ยประกันชีวิตรับจะลดลง แต่กำไรจากการรับประกันชีวิตไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงิน แต่ธุรกิจประกันชีวิตยังคงต้องติดตามสภาวะตลาด**
* **ธุรกิจประกันภัย:** การบริหารความเสี่ยงผ่านการเอาประกันภัยต่อและการควบคุมค่าสินไหมทดแทนมีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง
* **ธุรกิจการเงิน:** แนวโน้มตลาดรถยนต์มือสองที่ยังดี และการบริหารจัดการต้นทุน รวมถึงการใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง ยังเป็นปัจจัยสนับสนุน
* **ธุรกิจประกันชีวิต:** สภาวะตลาดการเงินที่ผันผวนและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังเป็นปัจจัยกดดันต่อมูลค่าเงินลงทุน ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรที่ยังไม่รับรู้ในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับแผนเสนอขายผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านช่องทางสถาบันการเงินเพื่อเป้าหมายทั้งปี
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 พุ่ง 252.6% YoY เป็น 134 ล้านบาท** จาก 38 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/2565 ลดลง 40.9% YoY อยู่ที่ 4,562 ล้านบาท** โดยหลักมาจากธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัยที่ลดลง
* **ธุรกิจประกันภัยพลิกมีกำไร 107 ล้านบาท** จากขาดทุนในปีก่อน จากการบริหารความเสี่ยงและค่าสินไหมทดแทนที่ลดลง
* **ธุรกิจการเงินกำไรเพิ่ม 79 ล้านบาท เป็น 236 ล้านบาท** จากการขายรถมือสองและการบริหารตราสารอนุพันธ์
* **ธุรกิจประกันชีวิตกำไรลดลง 254 ล้านบาท** จากผลกระทบตลาดทุนและอัตราดอกเบี้ย
* **งบ 6 เดือนแรกปี 2565 กำไรสุทธิรวม 1,835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 464.6% YoY** โดยมีรายการพิเศษจากการสิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อย 1,230 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2565:** บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGH มีรายได้รวม 4,562 ล้านบาท ลดลง 40.9% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก 47% และเบี้ยประกันภัยรับจากการโอนกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินและประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ รวมถึงการรับประกันภัยรถยนต์ที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจการเงินเพิ่มขึ้น 20% จากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 42% YoY เป็น 4,428 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยลดลงมากจากการลดลงของสำรองประกันชีวิตและค่าสินไหมทดแทน ขณะที่ต้นทุนทางตรงจากการให้เช่าเพิ่มขึ้น 28% ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 252.6% YoY เป็น 134 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 0.5% เป็น 2.9%
**6 เดือนแรกปี 2565:** รายได้รวมอยู่ที่ 9,398 ล้านบาท ลดลง 30.4% YoY โดยมีปัจจัยคล้ายคลึงกับไตรมาส 2 ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 32.5% YoY เป็น 8,793 ล้านบาท กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 1,835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 464.6% YoY ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายการพิเศษจากการสิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อย 1,230 ล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานปกติ (ก่อนรายการพิเศษ) อยู่ที่ 605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจประกันภัย:** การบริหารความเสี่ยงผ่านการเอาประกันภัยต่อและการควบคุมค่าสินไหมทดแทนมีแนวโน้มที่ดี
* **การเติบโตของธุรกิจการเงิน:** ตลาดรถยนต์มือสองมีแนวโน้มที่ดี และการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่า
* **การปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต:** การเสนอขายผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านช่องทางสถาบันการเงินเพื่อเป้าหมายทั้งปี
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย
## ความเสี่ยง
* **สภาวะตลาดการเงินผันผวน:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและภาวะเศรษฐกิจถดถอยส่งผลกระทบต่อมูลค่าเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์ของธุรกิจประกันชีวิต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัย:** การแข่งขันด้านราคาในตลาดประกันภัยรถยนต์และประกันภัยอื่นๆ
* **ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิตและเซมิคอนดักเตอร์:** ส่งผลกระทบต่อการผลิตและส่งมอบรถยนต์ใหม่ ซึ่งอาจกระทบต่อธุรกิจรถยนต์เช่าและรถยนต์มือสองในระยะยาว
* **อัตราเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและกระทบกำลังซื้อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลกระทบจากสภาวะตลาดการเงินต่อธุรกิจประกันชีวิต:** การปรับมูลค่าเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์
* **แนวโน้มการรับประกันภัยต่อในธุรกิจประกันภัย:** ประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงและค่าสินไหมทดแทน
* **การเติบโตของธุรกิจการเงิน:** ยอดขายรถยนต์มือสองและราคาขายเฉลี่ย
* **การปรับตัวของเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก:** ผลจากการเสนอขายผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านช่องทางสถาบันการเงิน
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** จากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**ธุรกิจประกันชีวิต:** มีผลกำไรสุทธิลดลง 254 ล้านบาท YoY เนื่องจากกำไรที่ยังไม่รับรู้จากการปรับมูลค่าเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-111% YoY) จากสภาวะตลาดการเงินที่ถดถอยและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงกำไรจากการขายตราสารหนี้ลดลง แม้ว่าเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกจะลดลง 47% YoY แต่กำไรจากการรับประกันชีวิตยังคงทรงตัว
**ธุรกิจประกันภัย:** พลิกมีกำไรสุทธิ 107 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 356 ล้านบาท YoY จากการเพิ่มสัดส่วนการเอาประกันภัยต่อในประกันรถยนต์ ทำให้ค่าบำเหน็จรับเพิ่มขึ้นและค่าสินไหมทดแทนลดลง นอกจากนี้ยังไม่มีค่าสินไหมทดแทนรายใหญ่ และค่าสินไหมทดแทนประกันอุบัติเหตุและสุขภาพลดลง
**ธุรกิจการเงิน:** มีกำไรสุทธิ 236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79 ล้านบาท YoY จากกำไรจากการขายรถมือสองที่เพิ่มขึ้น 256 คัน และราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น 28% รวมถึงผลกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของ TGH อยู่ที่ 82,868 ล้านบาท ลดลง 9.5% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์ลงทุน 13.7% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการจ่ายค่าสินไหมกรมธรรม์ COVID-19 การโอนกรมธรรม์ประกันภัย และการจ่ายคืนกรมธรรม์ที่ครบกำหนด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 73,673 ล้านบาท ลดลง 9.7% โดยหนี้สินจากสัญญาประกันภัยลดลง 15.6% จากการโอนกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินและประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ และหนี้สินสัญญาประกันชีวิตลดลงจากการจ่ายค่าเวนคืนกรมธรรม์
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 9,195 ล้านบาท ลดลง 8.2% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับลดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน 2,388 ล้านบาท และกำไรสุทธิระหว่างงวด 1,835 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TGH ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าธุรกิจประกันชีวิตจะยังคงเผชิญความท้าทายจากสภาวะตลาดทุนที่ผันผวน แต่การบริหารจัดการความเสี่ยงและการปรับกลยุทธ์ของฝ่ายจัดการ โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการเอาประกันภัยต่อและการบริหารจัดการรถยนต์มือสอง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตในระยะต่อไป ขณะที่นักลงทุนควรจับตาสภาวะตลาดการเงินและผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนของธุรกิจประกันชีวิตอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TGH ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
39.16
ล้านบาท
↓ 99.3% YoY
กำไรขั้นต้น
4,499.07
ล้านบาท
↓ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11,490.41
%
กำไรสุทธิ
-23.92
ล้านบาท
↓ 286% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-61.10
%
D/E Ratio
7.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
39
↓ -99.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,499
↓ -2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-24
↓ -286%
YoY
D/E Ratio
7.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.40
ROE (%)
10.50
ROA (%)
2.39
Book Value/หุ้น
14.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,020
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,748
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,019.81
-40.73%
|
1,720.56
+1,191.91%
|
133.18
-313.63%
|
-62.34
-99.00%
|
-6,228.59
-535.70%
|
1,429.57
-59.61%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,748.28
-347.25%
|
-707.08
-160.60%
|
1,166.88
-15.74%
|
1,384.89
-9.54%
|
1,530.91
-168.63%
|
-2,230.71
-41.93%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-377.17
-122.19%
|
1,699.83
+60.29%
|
1,060.46
-142.92%
|
-2,470.51
-228.03%
|
1,929.65
-649.71%
|
-351.03
-218.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,390.68
-4.10%
|
2,492.82
+12.63%
|
2,213.22
-271.10%
|
-1,293.50
-55.67%
|
-2,917.80
+147.33%
|
-1,179.71
+13,066.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,386.06
+14.71%
|
2,951.93
-11.32%
|
3,328.63
+25.25%
|
2,657.49
-29.53%
|
3,770.92
-23.59%
|
4,935.12
+0.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,721.02
+9.89%
|
3,386.06
+14.71%
|
2,951.93
-11.32%
|
3,328.63
+25.25%
|
2,657.49
-29.24%
|
3,755.42
-23.90%
|