บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.20
+0.10 (+0.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8293 out_tok=2875 at=2026-07-27T13:12:17 -->
# TGH กำไรสุทธิ Q2/64 หดตัว 33.6% รับผลกระทบสำรองประกันชีวิต-สินไหม COVID-19
## รายได้รวมโต 19.1% ครึ่งปีแรก แต่กำไรสุทธิลดลง 33.6% หลังค่าใช้จ่ายรับประกันภัยพุ่งสูง
บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 7,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจประกันชีวิตที่เติบโตโดดเด่น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 623 ล้านบาท หรือ 119.2% มาอยู่ที่ 45 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการตั้งสำรองประกันชีวิตและค่าสินไหม COVID-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TGH ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของทั้งธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตั้งสำรองประกันชีวิตที่เพิ่มขึ้นตามเบี้ยประกันรับชำระครั้งเดียว และค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นจากการเคลมประกัน COVID-19
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจประกันชีวิต:** ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 1,468 ล้านบาท (51.2%) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองประกันชีวิตเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับ โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยรับชำระครั้งเดียว ซึ่งเป็นผลมาจากการขายผ่านช่องทางสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ค่าสินไหมทดแทนก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
* **ธุรกิจประกันภัย:** ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 593 ล้านบาท (51.2%) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทนสุทธิ 417 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเคลมประกัน COVID-19 แม้ว่าค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยรถยนต์จะปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจาก COVID-19 ได้ นอกจากนี้ ต้นทุนการได้มาก็เพิ่มขึ้น 161 ล้านบาท ตามการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
เอกสารระบุว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยในธุรกิจประกันชีวิตส่วนหนึ่งมาจากการตั้งสำรองตามเบี้ยประกันรับชำระครั้งเดียว ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชั่วคราวหากยอดขายในส่วนนี้ลดลง อย่างไรก็ตาม การเคลมประกัน COVID-19 ในธุรกิจประกันภัยยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงรุนแรง นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุถึงการปรับตัวดีขึ้นของค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ ซึ่งเป็นสัญญาณบวก แต่โดยรวมแล้ว ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ยากที่จะประเมินความต่อเนื่องของค่าใช้จ่ายนี้ได้อย่างชัดเจน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/64 ลดลง 119.2% YoY:** อยู่ที่ 45 ล้านบาท จาก 668 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/64 เพิ่มขึ้น 19.8% YoY:** อยู่ที่ 7,700 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจประกันชีวิต
* **ธุรกิจประกันชีวิต:** เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกโต 92.2% และเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิโต 63.8%
* **ธุรกิจประกันภัย:** เบี้ยประกันภัยรับรวมโตกว่า 33% โดยเฉพาะประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ (COVID-19)
* **ธุรกิจการเงิน:** รายได้จากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น 11.4% จากยอดขายและราคาเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยพุ่งสูง:** เพิ่มขึ้น 51.2% โดยเฉพาะการตั้งสำรองประกันชีวิตและค่าสินไหม COVID-19
* **อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้ลดลง:** อยู่ที่ 6.8% จาก 8.6% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 TGH มีรายได้รวม 7,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตที่เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นถึง 63.8% จากการขายเบี้ยประกันภัยรับชำระครั้งเดียวผ่านสถาบันการเงิน ขณะที่ธุรกิจประกันภัยมีรายได้เพิ่มขึ้น 1.1% จากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวม โดยเฉพาะประกันอุบัติเหตุและสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 และธุรกิจการเงินมีรายได้เพิ่มขึ้น 11.4% จากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 35.9% มาอยู่ที่ 7,602 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยถึง 51.2% ซึ่งเป็นผลมาจากการตั้งสำรองประกันชีวิตที่เพิ่มขึ้นตามเบี้ยประกันรับ และค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นจากการเคลมประกัน COVID-19 ในธุรกิจประกันภัย ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 623 ล้านบาท หรือ 119.2% มาอยู่ที่ 45 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพียง 0.6%
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 13,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดลง 33.6% มาอยู่ที่ 336 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 2.5% ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 31.5%
## โอกาส
* **การเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก:** อัตราการเติบโต 92.2% ใน Q2/64 และ 83.7% ในครึ่งปีแรก บ่งชี้ถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ยังคงมีอยู่
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัย COVID-19:** เป็นปัจจัยหนุนรายได้ในธุรกิจประกันภัย แม้จะมาพร้อมค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจการเงิน:** การควบคุมต้นทุนการให้เช่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง ช่วยหนุนกำไรในธุรกิจนี้
* **การปรับปรุงช่องทางการขายรถยนต์มือสอง:** การเพิ่มสัดส่วนการขายผ่านช่องทางรายย่อยและการลดการขายผ่านลานประมูล ช่วยเพิ่มราคาขายเฉลี่ย
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทน COVID-19:** เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการธุรกิจประกันภัย
* **การตั้งสำรองประกันชีวิตที่เพิ่มขึ้น:** การเติบโตของเบี้ยประกันรับชำระครั้งเดียวอาจนำไปสู่การตั้งสำรองที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อกำไร
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** แม้ใน Q2/64 ตลาดทุนจะมีความผันผวนน้อยลง แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้จากการลงทุนสุทธิ
* **การแข่งขันในธุรกิจให้เช่ารถยนต์:** แม้จะครองส่วนแบ่งการตลาด แต่การแข่งขันที่รุนแรงยังคงเป็นความท้าทาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเคลมประกัน COVID-19:** จะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยของธุรกิจประกันภัยในระยะต่อไปหรือไม่
* **การบริหารจัดการสำรองประกันชีวิต:** การตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อกำไรในระยะยาวอย่างไร
* **การเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะในธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงิน
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย:** ต่อรายได้จากการลงทุนและต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**ธุรกิจประกันชีวิต:** มีการเติบโตที่แข็งแกร่งในแง่ของเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก (New Business Premium) ที่เพิ่มขึ้น 92.2% ในไตรมาส 2/64 และ 83.7% ในครึ่งปีแรก ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้า อย่างไรก็ตาม รายได้จากการลงทุนสุทธิกลับลดลง 11.9% ในไตรมาส 2/64 เนื่องจากกำไรจากการขายและการปรับมูลค่าเงินลงทุนลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ตลาดทุนมีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังความผันผวนจาก COVID-19
**ธุรกิจประกันภัย:** เผชิญกับแรงกดดันจากค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการเคลมประกัน COVID-19 ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจประกันภัยมีผลการดำเนินงานขาดทุนในไตรมาส 2/64 แม้ว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมจะเติบโตขึ้น 33% โดยเฉพาะในส่วนของประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยก็มีมากกว่า
**ธุรกิจการเงิน:** มีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะรายได้จากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น 11.4% ในไตรมาส 2/64 และ 14.5% ในครึ่งปีแรก จากยอดขายรถยนต์มือสองที่เพิ่มขึ้นและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นจากการปรับกลยุทธ์การขาย นอกจากนี้ การควบคุมต้นทุนการให้เช่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง ยังช่วยหนุนกำไรของธุรกิจนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 สินทรัพย์รวมของ TGH อยู่ที่ 92,783 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์ลงทุนเป็นสัดส่วนหลักที่ 62,678 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน มีการขายตราสารหนี้เพื่อเตรียมกระแสเงินสด และมีการปรับมูลค่าลดลงเล็กน้อยจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาว
หนี้สินรวมอยู่ที่ 79,360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินจากสัญญาประกันภัย (55,231 ล้านบาท) และเงินกู้ยืม (16,949 ล้านบาท) หนี้สินจากสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้นจากสำรองเบี้ยประกันและค่าสินไหมทดแทนค้างจ่าย
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 13,477 ล้านบาท ลดลง 2.8% จากสิ้นปี 2563 แม้จะมีกำไรสุทธิ 336 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก แต่ก็ถูกหักล้างด้วยขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น 341 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับปี 2563 จำนวน 451 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TGH เผชิญกับความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากแรงหนุนของธุรกิจประกันชีวิตและธุรกิจการเงิน ปัจจัยกดดันหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะการตั้งสำรองประกันชีวิตและการเคลมประกัน COVID-19 ในธุรกิจประกันภัย แม้จะมีโอกาสจากการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีในธุรกิจการเงิน แต่ความเสี่ยงจากการเคลมประกัน COVID-19 และความผันผวนของตลาดทุนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TGH ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
39.16
ล้านบาท
↓ 99.3% YoY
กำไรขั้นต้น
4,499.07
ล้านบาท
↓ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11,490.41
%
กำไรสุทธิ
-23.92
ล้านบาท
↓ 286% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-61.10
%
D/E Ratio
7.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
39
↓ -99.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,499
↓ -2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-24
↓ -286%
YoY
D/E Ratio
7.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.40
ROE (%)
10.50
ROA (%)
2.39
Book Value/หุ้น
14.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,020
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,748
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,019.81
-40.73%
|
1,720.56
+1,191.91%
|
133.18
-313.63%
|
-62.34
-99.00%
|
-6,228.59
-535.70%
|
1,429.57
-59.61%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,748.28
-347.25%
|
-707.08
-160.60%
|
1,166.88
-15.74%
|
1,384.89
-9.54%
|
1,530.91
-168.63%
|
-2,230.71
-41.93%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-377.17
-122.19%
|
1,699.83
+60.29%
|
1,060.46
-142.92%
|
-2,470.51
-228.03%
|
1,929.65
-649.71%
|
-351.03
-218.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,390.68
-4.10%
|
2,492.82
+12.63%
|
2,213.22
-271.10%
|
-1,293.50
-55.67%
|
-2,917.80
+147.33%
|
-1,179.71
+13,066.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,386.06
+14.71%
|
2,951.93
-11.32%
|
3,328.63
+25.25%
|
2,657.49
-29.53%
|
3,770.92
-23.59%
|
4,935.12
+0.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,721.02
+9.89%
|
3,386.06
+14.71%
|
2,951.93
-11.32%
|
3,328.63
+25.25%
|
2,657.49
-29.24%
|
3,755.42
-23.90%
|