บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.20
+0.10 (+0.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22354 out_tok=2850 at=2026-07-26T08:32:43 -->
# TGH Q2/2566 กำไรฟื้นตัว 31% รับผลบวกจากลงทุน-ประกันภัย แต่ธุรกิจการเงินแผ่ว
## รายได้รวมหดตัว 9.5% แต่กำไรสุทธิโตแรง 31% จากการบริหารต้นทุนและกำไรพิเศษจากการลงทุน
บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 176 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 9.5% เป็น 4,130 ล้านบาท โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัยที่สามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ประกอบกับมีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนเข้ามาสนับสนุน
## Hero: หัวใจกำไร — การฟื้นตัวของกำไรสุทธิจากธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัยที่บริหารต้นทุนได้ดีขึ้น
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TGH ในไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 31.3% YoY มาจาก **การบริหารค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและต้นทุนทางตรงจากการให้เช่าที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ** ประกอบกับ **กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน** ที่เข้ามาช่วยหนุนผลประกอบการ โดยเฉพาะในธุรกิจประกันชีวิต
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจประกันชีวิต:** มีผลกำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 251 ล้านบาท เป็นผลมาจากกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนและรายได้จากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่ลดลงจากการสำรองประกันชีวิตที่ลดลง แม้เบี้ยประกันชีวิตรับสุทธิจะลดลงก็ตาม
* **ธุรกิจประกันภัย:** มีผลกำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 46 ล้านบาท แม้เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้จะลดลง แต่สามารถชดเชยได้ด้วยรายได้ค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นจากการปรับสัดส่วนการเอาประกันภัยต่อ และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานด้านสารสนเทศและสำรองหนี้สูญ
* **ธุรกิจการเงิน:** มีผลกำไรก่อนภาษีลดลง 57 ล้านบาท เป็นผลมาจากการลดลงของกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย หากยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีกำไรจากการลงทุนที่สม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการเงินยังคงเผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินในอนาคต ต้องติดตามแนวโน้มการปรับสัดส่วนการเอาประกันภัยต่อในธุรกิจประกันภัย และการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจการเงินอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 31.3% YoY** แตะ 176 ล้านบาท จาก 134 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/2566 ลดลง 9.5% YoY** อยู่ที่ 4,130 ล้านบาท จาก 4,562 ล้านบาท
* **ธุรกิจประกันชีวิต:** เบี้ยประกันชีวิตรับลดลง 18.3% YoY แต่มีกำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 251 ล้านบาท จากการปรับมูลค่าเงินลงทุนและบริหารค่าใช้จ่าย
* **ธุรกิจประกันภัย:** เบี้ยประกันภัยรับเติบโตต่อเนื่อง มีผลกำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 46 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนและรายได้ค่าบำเหน็จ
* **ธุรกิจการเงิน:** รายได้ลดลง 17.9% YoY และกำไรก่อนภาษีลดลง 57 ล้านบาท จากการขายรถยนต์หมดสัญญาเช่าและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
* **ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2566:** กำไรสุทธิลดลง 85.4% YoY อยู่ที่ 268 ล้านบาท จาก 1,836 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีรายการพิเศษจากการสิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 TGH มีรายได้รวม 4,130 ล้านบาท ลดลง 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจประกันชีวิต (ลดลง 9.9%) และธุรกิจการเงิน (ลดลง 17.9%) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเบี้ยประกันชีวิตรับจากการขายผ่านช่องทางสถาบันการเงิน และการลดลงของรายได้จากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่าตามลำดับ อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจประกันภัยมีการเติบโต 11.4%
ในด้านค่าใช้จ่ายรวม ลดลง 15.6% เป็น 3,890 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยลดลง 9.4% และต้นทุนทางตรงจากการให้เช่าลดลง 30.3% ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลงในแต่ละกลุ่มธุรกิจ
ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 633.3% เป็น 240 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 31.3% เป็น 176 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 7,850 ล้านบาท ลดลง 16.5% YoY โดยได้รับผลกระทบจากการลดลงของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจประกันภัยที่ลดลง 915 ล้านบาท (หากไม่รวมรายการโอนภาระผูกพัน) และธุรกิจการเงินที่ลดลง 520 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 15.3% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 34.7% เป็น 358 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลงอย่างมากถึง 85.4% เป็น 268 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีรายการพิเศษจากการสิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยจำนวน 1,230 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจประกันภัย:** เบี้ยประกันภัยรับยังคงเติบโตต่อเนื่องจากการต่ออายุกรมธรรม์และงานรับประกันภัยลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน
* **การขยายตัวของธุรกิจให้เช่ารถยนต์:** แนวโน้มมูลค่าตลาดรถเช่าไทยคาดว่าจะขยายตัว 10.2% ในปี 2566 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
* **การบริหารพอร์ตลงทุน:** กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนเป็นปัจจัยหนุนกำไรในธุรกิจประกันชีวิต
* **การปรับสัดส่วนการเอาประกันภัยต่อ:** ช่วยบริหารความเสี่ยงและเพิ่มรายได้ค่าบำเหน็จในธุรกิจประกันภัย
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจรถยนต์มือสอง:** การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้ามือสองและธุรกิจ Subscription อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อรถยนต์มือสอง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของธุรกิจการเงินเพิ่มขึ้น
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** การปรับลดมูลค่ายุติธรรมของตราสารทุนส่งผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
* **การลดลงของเบี้ยประกันชีวิตรับ:** โดยเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตรับชำระครั้งเดียวขายผ่านช่องทางสถาบันการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มเบี้ยประกันชีวิตรับ:** การฟื้นตัวของเบี้ยประกันชีวิตรับ โดยเฉพาะจากช่องทางสถาบันการเงิน
* **การบริหารต้นทุนธุรกิจประกันภัย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและการบริหารความเสี่ยงงานรับประกันภัยต่อ
* **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย:** ต่อต้นทุนทางการเงินและกำไรของธุรกิจการเงิน
* **การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมรถยนต์:** โดยเฉพาะธุรกิจรถยนต์มือสองและธุรกิจ Subscription
* **ผลกำไรจากการลงทุน:** ความผันผวนของตลาดทุนและการบริหารพอร์ตลงทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**ธุรกิจประกันชีวิต:**
* **เบี้ยประกันชีวิตรับ (New Business Premium) Q2/2566:** 1,805 ล้านบาท ลดลง 401 ล้านบาท (-17.9% YoY) สาเหตุหลักมาจากการลดลงของเบี้ยประกันชีวิตรับชำระครั้งเดียวผ่านช่องทางสถาบันการเงิน
* **ส่วนแบ่งการตลาดเบี้ยประกันชีวิตรายใหม่:** อยู่ที่ 2.4% (อันดับ 12)
* **กำไรก่อนภาษี:** เพิ่มขึ้น 251 ล้านบาท เป็น 154 ล้านบาท จากการปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนและรายได้ดอกเบี้ย/ปันผลที่เพิ่มขึ้น
**ธุรกิจประกันภัย:**
* **เบี้ยประกันภัยรับโดยตรง Q2/2566:** มีการเติบโตต่อเนื่องจากการต่ออายุกรมธรรม์และลูกค้าใหม่
* **ส่วนแบ่งการตลาดเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง:** อยู่ที่ 1.67% (อันดับ 23)
* **กำไรก่อนภาษี:** เพิ่มขึ้น 46 ล้านบาท เป็น 27 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนและรายได้ค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อ
**ธุรกิจการเงิน (รถยนต์ให้เช่า):**
* **จำนวนรถยนต์ให้เช่า:** 22,534 คัน (อันดับ 1)
* **รายได้จากการขายรถยนต์หมดสัญญาเช่า:** ลดลง 331 ล้านบาท (-17.9% YoY) เนื่องจากปริมาณการขายลดลงกว่า 600 คัน
* **รายได้จากการให้เช่ารถยนต์:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **กำไรก่อนภาษี:** ลดลง 57 ล้านบาท เป็น 37 ล้านบาท จากการปรับมูลค่ายุติธรรมตราสารอนุพันธ์และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
**ภาพรวมอุตสาหกรรม:**
* **ประกันชีวิต:** เบี้ยประกันชีวิตรายใหม่รวมเติบโต 8.9% YoY
* **ประกันภัย:** เบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมเติบโต 5.3% YoY
* **รถยนต์ให้เช่า:** คาดการณ์มูลค่าตลาดเติบโต 10.2% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 83,144 ล้านบาท ลดลง 1.2% จากสิ้นปีก่อน โดยสินทรัพย์ลงทุนลดลง 3.0% จากการปรับลดมูลค่ายุติธรรมตราสารทุน
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 73,868 ล้านบาท ลดลง 0.9% จากสิ้นปีก่อน โดยหนี้สินจากสัญญาประกันชีวิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนหนี้สินจากสัญญาประกันภัยลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 9,276 ล้านบาท ลดลง 3.6% จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับลดมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุน (ตราสารทุน)
## สรุปท้าย
TGH ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งถึง 31.3% YoY แม้รายได้รวมจะยังคงหดตัว โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย รวมถึงกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการเงินยังคงเผชิญความท้าทายจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและรายได้จากการขายรถยนต์ที่ลดลง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันภัย การบริหารความเสี่ยงในธุรกิจการเงิน และผลกระทบจากความผันผวนของตลาดทุนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TGH ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
39.16
ล้านบาท
↓ 99.3% YoY
กำไรขั้นต้น
4,499.07
ล้านบาท
↓ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11,490.41
%
กำไรสุทธิ
-23.92
ล้านบาท
↓ 286% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-61.10
%
D/E Ratio
7.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
39
↓ -99.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,499
↓ -2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-24
↓ -286%
YoY
D/E Ratio
7.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.40
ROE (%)
10.50
ROA (%)
2.39
Book Value/หุ้น
14.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,020
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,748
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,019.81
-40.73%
|
1,720.56
+1,191.91%
|
133.18
-313.63%
|
-62.34
-99.00%
|
-6,228.59
-535.70%
|
1,429.57
-59.61%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,748.28
-347.25%
|
-707.08
-160.60%
|
1,166.88
-15.74%
|
1,384.89
-9.54%
|
1,530.91
-168.63%
|
-2,230.71
-41.93%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-377.17
-122.19%
|
1,699.83
+60.29%
|
1,060.46
-142.92%
|
-2,470.51
-228.03%
|
1,929.65
-649.71%
|
-351.03
-218.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,390.68
-4.10%
|
2,492.82
+12.63%
|
2,213.22
-271.10%
|
-1,293.50
-55.67%
|
-2,917.80
+147.33%
|
-1,179.71
+13,066.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,386.06
+14.71%
|
2,951.93
-11.32%
|
3,328.63
+25.25%
|
2,657.49
-29.53%
|
3,770.92
-23.59%
|
4,935.12
+0.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,721.02
+9.89%
|
3,386.06
+14.71%
|
2,951.93
-11.32%
|
3,328.63
+25.25%
|
2,657.49
-29.24%
|
3,755.42
-23.90%
|