บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.20
+0.10 (+0.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8546 out_tok=2826 at=2026-07-26T08:47:23 -->
# TGH พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/64 สู่กำไร 128 ล้านบาท จากธุรกิจการเงิน-ประกันภัยฟื้นตัว
## กำไรจากการขายหุ้นไทยประกันภัย 7,100 ล้านบาท หนุนผลประกอบการ ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิตเผชิญแรงกดดันจากค่าสินไหม COVID-19
บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 128 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 81 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 7,100 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลการดำเนินงานจากการดำเนินงานปกติ ธุรกิจประกันชีวิตยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้นจากการระบาดของ COVID-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ TGH พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย (บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)) จำนวน 7,100 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษครั้งเดียว (one-time item) ที่เข้ามาช่วยชดเชยผลการดำเนินงานจากการดำเนินงานปกติที่ยังคงมีความท้าทาย โดยเฉพาะในธุรกิจประกันชีวิตที่ประสบกับการเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน:** การขายหุ้นบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรจำนวนมากเข้ามาในงบการเงินของไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญที่สุดต่อกำไรสุทธิโดยรวม
* **ธุรกิจประกันชีวิต:** แม้จะมีเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกเติบโต 149.0% และเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 37.3% โดยเฉพาะจากช่องทางสถาบันการเงิน แต่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยของธุรกิจประกันชีวิตเพิ่มขึ้น 753 ล้านบาท จากการตั้งสำรองประกันชีวิตเพิ่มขึ้นตามเบี้ยรับ และค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้กำไรสุทธิของธุรกิจประกันชีวิตลดลง 89 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ธุรกิจประกันภัย:** มีเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 342 ล้านบาท จากเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพที่เติบโตจากการรับประกัน COVID-19 และการปรับสัดส่วนการรับประกันภัยอัคคีภัย อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นถึง 8,770 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้น 8,150 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการประกัน COVID-19 ทำให้ธุรกิจประกันภัยมีผลการดำเนินงานขาดทุน
* **ธุรกิจการเงิน:** มีผลการดำเนินงานเป็นกำไรสุทธิ 128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมตามตลาด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยเป็นรายการพิเศษที่ **ไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** ในไตรมาสถัดไป ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 และการเติบโตของเบี้ยประกันภัยจากช่องทางต่างๆ รวมถึงการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 128 ล้านบาท:** จากขาดทุนสุทธิ 81 ล้านบาทใน Q3/63 โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรพิเศษ 7,100 ล้านบาทจากการขายหุ้นไทยประกันภัย
* **รายได้รวม 13,746 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 148.3% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัยที่เติบโต
* **ธุรกิจประกันชีวิต:** เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกโต 149.0% เป็น 1,985 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 89 ล้านบาท เนื่องจากค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจประกันภัย:** เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 342 ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นสูงจากค่าสินไหม COVID-19
* **ธุรกิจการเงิน:** กำไรสุทธิ 128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23 ล้านบาท จากการขายรถยนต์มือสองเพิ่มขึ้นและต้นทุนทางการเงินลดลง
* **สินทรัพย์รวม 92,633 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์ลงทุนลดลง 1.9%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 TGH มีรายได้รวม 13,746 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 148.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยในธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นถึง 180.5% เป็น 15,053 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 549 ล้านบาท แต่เมื่อรวมกับกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 7,100 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 128 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 27,232 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.1% YoY แต่มีผลขาดทุนสุทธิ 224 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 567 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย
## โอกาส
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัย:** ธุรกิจประกันชีวิตมีแนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากช่องทางสถาบันการเงิน
* **ผลิตภัณฑ์ประกัน COVID-19:** ความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษา COVID-19 ยังคงเป็นโอกาสในการเพิ่มเบี้ยประกันภัย
* **ธุรกิจการเงิน:** การขายรถยนต์มือสองที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดี เป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของธุรกิจการเงิน
* **การปรับสัดส่วนการรับประกันภัย:** การรับความเสี่ยงภัยไว้เองมากขึ้นในธุรกิจประกันภัยบางประเภท อาจนำไปสู่ผลตอบแทนที่ดีขึ้นในระยะยาวหากมีการบริหารจัดการที่ดี
## ความเสี่ยง
* **ค่าสินไหมทดแทน COVID-19:** การระบาดของ COVID-19 ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย โดยเฉพาะในธุรกิจประกันภัย
* **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** การปรับตัวสูงขึ้นของอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวส่งผลกระทบต่อมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้
* **สถานการณ์เศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทยจากสถานการณ์ COVID-19 อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันภัยและสินเชื่อ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย อาจกดดันอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าสินไหมทดแทน COVID-19:** การควบคุมการระบาดและผลกระทบต่อค่าสินไหมทดแทนในไตรมาสถัดไป
* **การเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตจากช่องทางสถาบันการเงินและช่องทางอื่นๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทน
* **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนท่ามกลางความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและตลาดทุน
* **แผนการดำเนินงานของธุรกิจการเงิน:** การเติบโตของสินเชื่อและการบริหารจัดการหนี้เสีย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **ธุรกิจประกันชีวิต:** เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกเติบโตโดดเด่น 149.0% เป็น 1,985 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากเบี้ยประกันภัยรับชำระครั้งเดียวจากช่องทางสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 37.3% เป็น 3,001 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 89 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรองประกันชีวิตและค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจประกันภัย:** เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 342 ล้านบาท เป็น 2,499 ล้านบาท จากเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพที่เติบโตจากการรับประกัน COVID-19 และการปรับสัดส่วนการรับประกันภัยอัคคีภัย อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 8,770 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าสินไหมทดแทนจากการประกัน COVID-19 เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ธุรกิจประกันภัยมีผลการดำเนินงานขาดทุน
* **ธุรกิจการเงิน:** มีรายได้ 1,129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% โดยรายได้จากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น 103 ล้านบาท จากยอดขายรถยนต์มือสองที่เพิ่มขึ้น และมีผลการดำเนินงานเป็นกำไรสุทธิ 128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23 ล้านบาท จากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลงและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 TGH มีสินทรัพย์รวม 92,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์ลงทุนลดลง 1.9% เป็น 61,457 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน มีการขายตราสารหนี้เพื่อจ่ายคืนผลประโยชน์กรมธรรม์ และปรับมูลค่าลดลงจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังมีการปรับพอร์ตเป็นการลงทุนระยะสั้นมากขึ้นเพื่อเตรียมกระแสเงินสดสำหรับค่าสินไหมทดแทน COVID-19 และมีการเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืมจากการขยายตัวของการให้สินเชื่อ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 80,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินจากสัญญาประกันภัย (55,813 ล้านบาท) และเงินกู้ยืม (16,047 ล้านบาท) หนี้สินจากสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้นจากธุรกิจประกันภัยเป็นหลัก จากสำรองเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้นตามเบี้ยประกันภัยและค่าสินไหมทดแทนค้างจ่าย
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 12,459 ล้านบาท ลดลง 9.5% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนเพิ่มขึ้น และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
## สรุปท้าย
TGH พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 จากปัจจัยพิเศษคือการขายเงินลงทุนในบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานจากการดำเนินงานปกติยังคงเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากค่าสินไหมทดแทน COVID-19 ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ธุรกิจการเงินยังคงเติบโตได้ดี การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนและการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของเบี้ยประกันภัยจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TGH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
39.16
ล้านบาท
↓ 99.3% YoY
กำไรขั้นต้น
4,499.07
ล้านบาท
↓ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11,490.41
%
กำไรสุทธิ
-23.92
ล้านบาท
↓ 286% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-61.10
%
D/E Ratio
7.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
39
↓ -99.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,499
↓ -2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-24
↓ -286%
YoY
D/E Ratio
7.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.40
ROE (%)
10.50
ROA (%)
2.39
Book Value/หุ้น
14.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,020
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,748
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,019.81
-40.73%
|
1,720.56
+1,191.91%
|
133.18
-313.63%
|
-62.34
-99.00%
|
-6,228.59
-535.70%
|
1,429.57
-59.61%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,748.28
-347.25%
|
-707.08
-160.60%
|
1,166.88
-15.74%
|
1,384.89
-9.54%
|
1,530.91
-168.63%
|
-2,230.71
-41.93%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-377.17
-122.19%
|
1,699.83
+60.29%
|
1,060.46
-142.92%
|
-2,470.51
-228.03%
|
1,929.65
-649.71%
|
-351.03
-218.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,390.68
-4.10%
|
2,492.82
+12.63%
|
2,213.22
-271.10%
|
-1,293.50
-55.67%
|
-2,917.80
+147.33%
|
-1,179.71
+13,066.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,386.06
+14.71%
|
2,951.93
-11.32%
|
3,328.63
+25.25%
|
2,657.49
-29.53%
|
3,770.92
-23.59%
|
4,935.12
+0.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,721.02
+9.89%
|
3,386.06
+14.71%
|
2,951.93
-11.32%
|
3,328.63
+25.25%
|
2,657.49
-29.24%
|
3,755.42
-23.90%
|