บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.20
+0.10 (+0.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7018 out_tok=2998 at=2026-07-26T08:10:56 -->
# TGH กำไรสุทธิ Q1/2566 ดิ่ง 94.6% รับผลกระทบรายการพิเศษปีก่อน
## รายได้รวมหด 22.9% จากธุรกิจประกันภัย-การเงินฉุด ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิตยังเติบโตได้
บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 92 ล้านบาท ลดลงถึง 94.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,701 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการสิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยที่ส่งผลให้มีกำไรพิเศษจำนวนมากในปีก่อน ขณะที่รายได้รวมปรับตัวลดลง 22.9% จากผลกระทบของธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงิน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TGH ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 94.6% มาจาก **"รายการพิเศษจากการสิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยสุทธิจากขาดทุนสำหรับงวดของธุรกิจที่เลิกดำเนินงาน"** ซึ่งเกิดขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นจำนวน 1,230 ล้านบาท ทำให้ฐานกำไรของปีก่อนสูงผิดปกติ ในขณะที่ผลการดำเนินงานปกติของไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิก่อนรายการพิเศษอยู่ที่ 92 ล้านบาท ลดลง 80.5% จาก 471 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปีก่อน ซึ่งคือ **"ผลต่างจากการสิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยสุทธิจากขาดทุนสำหรับงวดของธุรกิจที่เลิกดำเนินงาน"** ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติของธุรกิจในปัจจุบัน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 ที่ไม่มีรายการพิเศษดังกล่าว จึงทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิของไตรมาสปัจจุบันดูเหมือนลดลงอย่างมาก
หากพิจารณาผลการดำเนินงานปกติ (กำไรสุทธิก่อนรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ) พบว่าลดลง 80.5% จาก 471 ล้านบาท เป็น 92 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก:
* **รายได้รวมลดลง 22.9%** เป็น 3,735 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจประกันภัยที่ลดลง 41% และธุรกิจการเงินที่ลดลง 19.3%
* **ธุรกิจประกันภัย** มีรายได้ลดลงจากการปรับสัดส่วนการเอาประกันภัยรถยนต์ให้มีการรับประกันไว้เองลดลง และรายได้ค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อของภาระผูกพันที่รับโอนมาจากบริษัทประกันภัยอื่นในปีก่อน
* **ธุรกิจการเงิน** มีรายได้ลดลงจากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่าลดลง 282 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาลดลงประมาณ 600 คัน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 37.0%** เป็น 148 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยและจำนวนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมากในไตรมาสนี้คือ **รายการพิเศษจากการสิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยในปีก่อน** ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียวและไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้น การเปรียบเทียบกำไรสุทธิแบบ YoY ในไตรมาสนี้จึงไม่สะท้อนผลการดำเนินงานปกติของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานปกติ (กำไรก่อนภาษีเงินได้และรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ) ที่ลดลง 80.1% เป็น 118 ล้านบาท และกำไรสุทธิก่อนรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติที่ลดลง 80.5% เป็น 92 ล้านบาทนั้น เกิดจากปัจจัยด้านรายได้ที่ลดลงในธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงิน รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามว่าจะมีแนวโน้มต่อเนื่องหรือไม่ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 94.6% YoY** อยู่ที่ 92 ล้านบาท จาก 1,701 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายการพิเศษ 1,230 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 22.9% YoY** อยู่ที่ 3,735 ล้านบาท จาก 4,843 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจประกันชีวิตมีรายได้เติบโต 6.6% YoY** จากเบี้ยประกันชีวิตรับที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเบี้ยประกันกลุ่ม
* **ธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงินมีรายได้ลดลง** 41% และ 19.3% ตามลำดับ
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 37.0% YoY** จากอัตราดอกเบี้ยและจำนวนเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 3,735 ล้านบาท ลดลง 1,108 ล้านบาท หรือ 22.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจประกันชีวิตเพิ่มขึ้น 6.6% เป็น 1,952 ล้านบาท จากเบี้ยประกันชีวิตรับที่เพิ่มขึ้น 0.8% และรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 11.1% ขณะที่รายได้จากธุรกิจประกันภัยลดลง 41% เป็น 734 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจการเงินลดลง 19.3% เป็น 1,125 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 14.9% เป็น 3,617 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยลดลง 1.7% ต้นทุนทางตรงจากการให้เช่าลดลง 22.9% และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 31.2% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 37.0%
ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้สำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 118 ล้านบาท ลดลง 80.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และกำไรสุทธิอยู่ที่ 92 ล้านบาท ลดลง 94.6% โดยอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 9.7% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 2.5%
## โอกาส
* **ธุรกิจประกันชีวิตมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง:** เบี้ยประกันชีวิตรับที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเบี้ยประกันกลุ่ม และรายได้จากการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น เป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต
* **การปรับตัวของธุรกิจประกันภัย:** แม้รายได้จะลดลงในไตรมาสนี้ แต่การปรับสัดส่วนการรับประกันภัยและการบริหารสำรองค่าสินไหมที่เกิดขึ้นแต่ยังไม่ได้รับรายงาน อาจเป็นส่วนหนึ่งของการปรับกลยุทธ์เพื่อการเติบโตในระยะยาว
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะขยายตัว 3.6% จะส่งผลดีต่อความต้องการใช้บริการต่างๆ รวมถึงธุรกิจให้เช่ารถยนต์ระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจรถยนต์มือสอง:** การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้ามือสองและธุรกิจ Subscription อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อรถยนต์มือสอง และเพิ่มการแข่งขัน
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่อผลกำไรของธุรกิจการเงิน
* **การปรับลดสัดส่วนการรับประกันภัย:** การปรับลดสัดส่วนการรับประกันภัยรถยนต์อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจประกันภัยในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงิน:** จะสามารถฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทจะมีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นได้อย่างไร
* **การปรับตัวต่อการแข่งขันในตลาดรถยนต์มือสอง:** กลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับอุปทานรถยนต์มือสองที่เพิ่มขึ้น
* **ผลกระทบจากการปรับสัดส่วนการรับประกันภัย:** จะส่งผลต่อรายได้และกำไรของธุรกิจประกันภัยในระยะยาวอย่างไร
* **การเติบโตของเบี้ยประกันชีวิต:** โดยเฉพาะเบี้ยประกันกลุ่ม และการบริหารจัดการสินไหมทดแทน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**ธุรกิจประกันชีวิต:**
* เบี้ยประกันชีวิตรายใหม่ (New Business Premium) ของอุตสาหกรรมเติบโต 9.5% แต่ TGH มีเบี้ยประกันชีวิตรายใหม่ลดลง 3.2% อยู่ที่ 933 ล้านบาท ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 2.08% (อันดับ 11)
* รายได้จากธุรกิจประกันชีวิตรวม 1,952 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% โดยมีเบี้ยประกันชีวิตรับ 1,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เป็นผลจากเบี้ยประกันกลุ่มเป็นส่วนใหญ่
* รายได้จากดอกเบี้ยและเงินปันผลรับเพิ่มขึ้น 11.1% เป็น 449 ล้านบาท
* กำไรจากเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น 53 ล้านบาท เป็น 57 ล้านบาท จากการปรับมูลค่ายุติธรรม
**ธุรกิจประกันภัย:**
* เบี้ยประกันภัยรับโดยตรงของอุตสาหกรรมเติบโต 5.3%
* TGH มีส่วนแบ่งการตลาด 1.3% (อันดับ 25)
* รายได้จากธุรกิจประกันภัยลดลง 41% เป็น 734 ล้านบาท จากการปรับสัดส่วนการเอาประกันภัยรถยนต์ให้มีการรับประกันไว้เองลดลง และรายได้ค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อของภาระผูกพันที่รับโอนมาจากบริษัทประกันภัยอื่นในปีก่อนจำนวน 470 ล้านบาท
* ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยลดลง 1.7% เป็น 2,128 ล้านบาท โดยธุรกิจประกันภัยมีการปรับลดค่าสินไหมที่เกิดขึ้นแต่ยังไม่ได้รับรายงาน 329 ล้านบาท
**ธุรกิจการเงิน (ให้เช่ารถยนต์):**
* มูลค่าตลาดรถเช่าไทยปี 2566 คาดโต 10.2%
* รายได้จากธุรกิจการเงินลดลง 19.3% เป็น 1,125 ล้านบาท
* รายได้จากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่าลดลง 282 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาลดลงประมาณ 600 คัน
* ต้นทุนทางตรงจากการให้เช่าลดลง 22.9% เป็น 812 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 37.0% เป็น 148 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยและจำนวนเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น
**ภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์มือสอง:** มีแนวโน้มการแข่งขันสูงขึ้นจากการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง และธุรกิจ Subscription
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม** ณ 31 มี.ค. 2566 อยู่ที่ 83,546 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากสิ้นปีก่อน โดยสินทรัพย์ลงทุนลดลง 1.1% อยู่ที่ 54,014 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม** อยู่ที่ 73,632 ล้านบาท ลดลง 1.2% จากสิ้นปีก่อน โดยหนี้สินจากสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้น 0.9% และเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น 0.2%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม** เพิ่มขึ้น 3.1% เป็น 9,914 ล้านบาท จากการปรับเพิ่มขึ้นของมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน 210 ล้านบาท และกำไรสุทธิระหว่างงวด 92 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TGH ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายการพิเศษในปีก่อนที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลการดำเนินงานปกติ พบว่ารายได้รวมหดตัวจากการชะลอตัวของธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงิน ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิตยังคงเติบโตได้ดี นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้ของธุรกิจประกันภัยและธุรกิจการเงิน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในบางธุรกิจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TGH ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
39.16
ล้านบาท
↓ 99.3% YoY
กำไรขั้นต้น
4,499.07
ล้านบาท
↓ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11,490.41
%
กำไรสุทธิ
-23.92
ล้านบาท
↓ 286% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-61.10
%
D/E Ratio
7.40
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
39
↓ -99.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,499
↓ -2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-24
↓ -286%
YoY
D/E Ratio
7.40
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.40
ROE (%)
10.50
ROA (%)
2.39
Book Value/หุ้น
14.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,020
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,748
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,019.81
-40.73%
|
1,720.56
+1,191.91%
|
133.18
-313.63%
|
-62.34
-99.00%
|
-6,228.59
-535.70%
|
1,429.57
-59.61%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,748.28
-347.25%
|
-707.08
-160.60%
|
1,166.88
-15.74%
|
1,384.89
-9.54%
|
1,530.91
-168.63%
|
-2,230.71
-41.93%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-377.17
-122.19%
|
1,699.83
+60.29%
|
1,060.46
-142.92%
|
-2,470.51
-228.03%
|
1,929.65
-649.71%
|
-351.03
-218.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,390.68
-4.10%
|
2,492.82
+12.63%
|
2,213.22
-271.10%
|
-1,293.50
-55.67%
|
-2,917.80
+147.33%
|
-1,179.71
+13,066.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,386.06
+14.71%
|
2,951.93
-11.32%
|
3,328.63
+25.25%
|
2,657.49
-29.53%
|
3,770.92
-23.59%
|
4,935.12
+0.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,721.02
+9.89%
|
3,386.06
+14.71%
|
2,951.93
-11.32%
|
3,328.63
+25.25%
|
2,657.49
-29.24%
|
3,755.42
-23.90%
|