บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6% จากปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้นที่ ฟื้นตัวขึ้นตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 7.0% ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2566 บริษัทได้มีการบันทึกรายการพิเศษที่ เกิดจากการตัดจําหน่าย ฟาร์มทดลองที่จังหวัดตรัง เป็น ค่าใช้จ่ายอื่น จํานวน 20.0 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8751 out_tok=3051 at=2026-07-26T07:55:05 -->
# TFM Q3/2566 กำไรสุทธิหดตัว 8.9% รับยอดขายอาหารกุ้ง-ปลาวูบ
## รายได้-กำไรปรับตามสภาวะตลาดกุ้ง-ปลา แม้ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน ฝ่ายจัดการเร่งคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 52.5 ล้านบาท ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวในระดับ 11.1% เท่ากับปีก่อน แต่ยอดขายรวมปรับลดลง 4.8% โดยเฉพาะอาหารกุ้งและอาหารปลาที่ได้รับผลกระทบจากราคาและปริมาณการขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสามารถควบคุมได้ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคาสินค้า/วัตถุดิบ, volume ขาย-ผลิต, GPM, FX/ส่งออก, ฤดูกาล, หรือ stock gain/loss
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TFM ในไตรมาส 3/2566 ลดลง 8.9% YoY มาอยู่ที่ 52.5 ล้านบาท มาจาก **ยอดขายที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารกุ้งและอาหารปลา** ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้รวมที่ลดลง 4.8% YoY แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะทรงตัวในระดับ 11.1% เท่ากับปีก่อน แต่ปริมาณการขายที่ลดลงและการรับรู้ผลขาดทุนจากหนี้สงสัยจะสูญของบริษัทย่อยในอินโดนีเซียจำนวน 7.3 ล้านบาท เป็นปัจจัยกดดันสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขายอาหารกุ้งลดลง 7.0% YoY:** เป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์ราคากุ้งที่ปรับตัวลดลง ทำให้เกษตรกรหันไปใช้อาหารที่มีราคาถูกลง ประกอบกับกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นอาหารกลุ่ม Premium ทำให้ปริมาณการขายอาหารกุ้งลดลงถึง 14.7% YoY
* **ยอดขายอาหารปลาลดลง 5.7% YoY:** เกิดจากการลดลงของยอดขายอาหารปลาในปากีสถาน แม้ว่ายอดขายในไทยจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากอาหารปลากะพง
* **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ:** มีการรับรู้รายการนี้จำนวน 7.3 ล้านบาทจากบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่กระทบกำไรสุทธิโดยตรง
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้ว่ายอดขายจะลดลง แต่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนขายได้ดี ทำให้ GPM ทรงตัว และสามารถลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลงมาอยู่ที่ 6.5% จาก 6.9% ในปีก่อน ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้บ้าง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
สถานการณ์ราคากุ้งที่ปรับตัวลดลงและส่งผลต่อพฤติกรรมเกษตรกรเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อเนื่องในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมุ่งเน้นอาหารกลุ่ม Premium และการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น อาจช่วยประคองอัตรากำไรได้ในระยะยาว ส่วนการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของยอดขายอาหารปลาในปากีสถาน และการเติบโตของอาหารสัตว์บกในปากีสถาน เป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 อยู่ที่ 52.5 ล้านบาท ลดลง 8.9% YoY:** เป็นผลจากยอดขายที่อ่อนตัวลงและการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ
* **รายได้จากการขายรวม 1,305.7 ล้านบาท ลดลง 4.8% YoY:** โดยอาหารกุ้งลดลง 7.0% และอาหารปลาลดลง 5.7% ขณะที่อาหารสัตว์บกเพิ่มขึ้น 6.7%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัวที่ 11.1%:** แม้ราคาวัตถุดิบหลักยังสูง แต่การบริหารต้นทุนการผลิตภายในโรงงานช่วยรักษา GPM ไว้ได้
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลง:** อยู่ที่ 6.5% จาก 6.9% YoY จากมาตรการควบคุมค่าใช้จ่าย
* **9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิ 72.5 ล้านบาท ลดลง 21.7% YoY:** หากไม่รวมรายการพิเศษ (ตัดจำหน่ายฟาร์ม 20.0 ล้านบาทใน Q2/2566) กำไรจะใกล้เคียงปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 TFM มีรายได้จากการขายรวม 1,305.7 ล้านบาท ลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของยอดขายอาหารกุ้ง 7.0% และอาหารปลา 5.7% ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาวะราคากุ้งที่ลดลงและกลยุทธ์การขายที่เน้นสินค้า Premium ขณะที่ยอดขายอาหารสัตว์บกเติบโตขึ้น 6.7% จากการเพิ่มขึ้นในปากีสถาน
ด้านกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 144.8 ล้านบาท ลดลง 5.3% YoY แต่รักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไว้ได้ที่ 11.1% เท่ากับปีก่อน โดยการบริหารต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้นช่วยชดเชยราคาวัตถุดิบที่ยังคงสูงกว่าปีก่อน
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 52.5 ล้านบาท ลดลง 8.9% YoY ซึ่งนอกจากผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงแล้ว ยังมีผลจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของบริษัทย่อยในอินโดนีเซียจำนวน 7.3 ล้านบาทเข้ามาเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษ
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 3,801.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากพอร์ตอาหารกุ้งและอาหารสัตว์บก แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 72.5 ล้านบาท ลดลง 21.7% YoY ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการดำเนินงานขาดทุนในไตรมาส 1/2566
## โอกาส
* **การเติบโตของอาหารสัตว์บกในปากีสถาน:** ยอดขายอาหารสัตว์บกในปากีสถาน (AMG-TFM) เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ
* **การฟื้นตัวของยอดขายอาหารปลาในไทย:** ยอดขายอาหารปลากะพงในประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างเข้มงวด ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและลดผลกระทบจากยอดขายที่ลดลง
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์โดยรวม:** สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยคาดการณ์ความต้องการอาหารสัตว์ปี 2566 เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาหารสุกรและไก่เนื้อ และอาหารสัตว์น้ำบางประเภท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร:** ราคาอาหารกุ้งที่ลดลงส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและรายได้ของบริษัท
* **การแข่งขันในตลาดอาหารกุ้ง:** การแข่งขันด้านราคาในกลุ่มอาหารกุ้งทั่วไป (Fighting Brand) ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทในกลุ่ม Premium ปรับตัวลดลง
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลัก:** แม้ราคาวัตถุดิบบางชนิดปรับลดลง แต่ราคาปลาป่นยังคงปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของบริษัทย่อยในอินโดนีเซียสะท้อนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคากุ้งและพฤติกรรมเกษตรกร:** จะส่งผลโดยตรงต่อยอดขายอาหารกุ้งในไตรมาสถัดไป
* **การฟื้นตัวของยอดขายอาหารปลา:** โดยเฉพาะในตลาดปากีสถาน
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย (TUKL):** โดยเฉพาะการบริหารจัดการหนี้สินและผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะราคาปลาป่นที่ยังคงสูง
* **กลยุทธ์การขายสินค้า Premium:** จะสามารถรักษา GPM และส่วนแบ่งการตลาดได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลักอย่างกากถั่วเหลืองและแป้งสาลีมีแนวโน้มปรับลดลงในไตรมาส 3/2566 เมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม ราคาปลาป่นยังคงปรับตัวสูงขึ้น 8.8% YoY ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอาหารสัตว์น้ำ
**Volume การขาย:** ปริมาณการขายอาหารกุ้งลดลง 14.7% YoY และอาหารปลาลดลง 21.2% YoY ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้รวมลดลง แม้ว่าปริมาณการขายอาหารสัตว์บกจะเพิ่มขึ้น 10.5% YoY
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 11.1% YoY แม้ราคาวัตถุดิบหลักบางตัวยังสูงกว่าปีก่อน แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและการตั้งราคาขายที่เหมาะสมกับสินค้า Premium
**ช่องทางขาย/ส่งออก:** ยอดขายในปากีสถาน (อาหารปลาและอาหารสัตว์บก) ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ ขณะที่ยอดขายอาหารกุ้งในประเทศได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาด
**สต็อก:** ข้อมูลจำนวนวันถือครองสินค้าคงคลังอยู่ที่ 46 วัน ซึ่งทรงตัวจากปีก่อน
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายในปากีสถานสะท้อนการขยายตัวในตลาดต่างประเทศ
**ฤดูกาลผลิต:** ฤดูกาลเพาะเลี้ยงกุ้งที่ปรับตัวลงในไตรมาส 3/2566 ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายอาหารกุ้ง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,307.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดจากการดำเนินงาน หนี้สินรวมอยู่ที่ 822.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากสิ้นปี โดยส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมระยะยาวของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย (TUKL) เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,484.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากสิ้นปี จากผลการดำเนินงานที่มีกำไรในช่วง 9 เดือนแรก
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 206.2 ล้านบาท โดยมี EBITDA 197.5 ล้านบาท เงินทุนสุทธิที่ใช้ไปในการลงทุนอยู่ที่ 53.9 ล้านบาท และเงินสดสุทธิได้มาจากการจัดหาเงินทุน 43.1 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการกู้ยืมของ TUKL และการชำระเงินปันผล
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.9 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า อัตราผลตอบแทนต่อเงินทุน (ROCE) อยู่ที่ 2.9%, ROE ที่ 4.0% และ ROA ที่ 2.3% ปรับลดลงจากปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับผลประกอบการที่ลดลง
## สรุปท้าย
TFM ในไตรมาส 3/2566 เผชิญแรงกดดันจากยอดขายอาหารกุ้งและอาหารปลาที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว 8.9% YoY แม้จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้จากการบริหารต้นทุนที่ดีและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเติบโตของอาหารสัตว์บกในปากีสถานเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ แต่ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรและสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
1,649.04
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
364.90
ล้านบาท
↑ 24.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.13
%
กำไรสุทธิ
184.33
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.18
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
365
↑ + 24.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
29.00
ROA (%)
20.93
Book Value/หุ้น
2.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-216.20
+252.06%
|
-61.41
+121.94%
|
-27.67
-85.52%
|
-191.08
-341.23%
|
79.21
-85.93%
|
563.04
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.19
+170.09%
|
43.39
-120.61%
|
-210.48
-5.57%
|
-222.90
+204.55%
|
-73.19
-76.94%
|
-317.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
408.41
+6,192.91%
|
6.49
-110.22%
|
-63.49
-61.66%
|
-165.60
-147.38%
|
349.52
-267.81%
|
-208.28
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
309.40
-2,962.16%
|
-10.81
-96.42%
|
-301.65
+0.32%
|
-300.69
-233.00%
|
226.09
+504.84%
|
37.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.29%
|
92.25
+83.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
654.19
-39.15%
|
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.28%
|