TFM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TFM
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.15
+0.10 (+1.65%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6% จากปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้นที่ ฟื้นตัวขึ้นตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 7.0% ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2566 บริษัทได้มีการบันทึกรายการพิเศษที่ เกิดจากการตัดจําหน่าย ฟาร์มทดลองที่จังหวัดตรัง เป็น ค่าใช้จ่ายอื่น จํานวน 20.0 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8751 out_tok=3051 at=2026-07-26T07:55:05 --> # TFM Q3/2566 กำไรสุทธิหดตัว 8.9% รับยอดขายอาหารกุ้ง-ปลาวูบ ## รายได้-กำไรปรับตามสภาวะตลาดกุ้ง-ปลา แม้ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน ฝ่ายจัดการเร่งคุมค่าใช้จ่าย บริษัท ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 52.5 ล้านบาท ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวในระดับ 11.1% เท่ากับปีก่อน แต่ยอดขายรวมปรับลดลง 4.8% โดยเฉพาะอาหารกุ้งและอาหารปลาที่ได้รับผลกระทบจากราคาและปริมาณการขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสามารถควบคุมได้ดีขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคาสินค้า/วัตถุดิบ, volume ขาย-ผลิต, GPM, FX/ส่งออก, ฤดูกาล, หรือ stock gain/loss ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TFM ในไตรมาส 3/2566 ลดลง 8.9% YoY มาอยู่ที่ 52.5 ล้านบาท มาจาก **ยอดขายที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารกุ้งและอาหารปลา** ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้รวมที่ลดลง 4.8% YoY แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะทรงตัวในระดับ 11.1% เท่ากับปีก่อน แต่ปริมาณการขายที่ลดลงและการรับรู้ผลขาดทุนจากหนี้สงสัยจะสูญของบริษัทย่อยในอินโดนีเซียจำนวน 7.3 ล้านบาท เป็นปัจจัยกดดันสำคัญ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ยอดขายอาหารกุ้งลดลง 7.0% YoY:** เป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์ราคากุ้งที่ปรับตัวลดลง ทำให้เกษตรกรหันไปใช้อาหารที่มีราคาถูกลง ประกอบกับกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นอาหารกลุ่ม Premium ทำให้ปริมาณการขายอาหารกุ้งลดลงถึง 14.7% YoY * **ยอดขายอาหารปลาลดลง 5.7% YoY:** เกิดจากการลดลงของยอดขายอาหารปลาในปากีสถาน แม้ว่ายอดขายในไทยจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากอาหารปลากะพง * **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ:** มีการรับรู้รายการนี้จำนวน 7.3 ล้านบาทจากบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่กระทบกำไรสุทธิโดยตรง * **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้ว่ายอดขายจะลดลง แต่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนขายได้ดี ทำให้ GPM ทรงตัว และสามารถลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลงมาอยู่ที่ 6.5% จาก 6.9% ในปีก่อน ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้บ้าง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** สถานการณ์ราคากุ้งที่ปรับตัวลดลงและส่งผลต่อพฤติกรรมเกษตรกรเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อเนื่องในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมุ่งเน้นอาหารกลุ่ม Premium และการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น อาจช่วยประคองอัตรากำไรได้ในระยะยาว ส่วนการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของยอดขายอาหารปลาในปากีสถาน และการเติบโตของอาหารสัตว์บกในปากีสถาน เป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตา ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2566 อยู่ที่ 52.5 ล้านบาท ลดลง 8.9% YoY:** เป็นผลจากยอดขายที่อ่อนตัวลงและการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ * **รายได้จากการขายรวม 1,305.7 ล้านบาท ลดลง 4.8% YoY:** โดยอาหารกุ้งลดลง 7.0% และอาหารปลาลดลง 5.7% ขณะที่อาหารสัตว์บกเพิ่มขึ้น 6.7% * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัวที่ 11.1%:** แม้ราคาวัตถุดิบหลักยังสูง แต่การบริหารต้นทุนการผลิตภายในโรงงานช่วยรักษา GPM ไว้ได้ * **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลง:** อยู่ที่ 6.5% จาก 6.9% YoY จากมาตรการควบคุมค่าใช้จ่าย * **9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิ 72.5 ล้านบาท ลดลง 21.7% YoY:** หากไม่รวมรายการพิเศษ (ตัดจำหน่ายฟาร์ม 20.0 ล้านบาทใน Q2/2566) กำไรจะใกล้เคียงปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 TFM มีรายได้จากการขายรวม 1,305.7 ล้านบาท ลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของยอดขายอาหารกุ้ง 7.0% และอาหารปลา 5.7% ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาวะราคากุ้งที่ลดลงและกลยุทธ์การขายที่เน้นสินค้า Premium ขณะที่ยอดขายอาหารสัตว์บกเติบโตขึ้น 6.7% จากการเพิ่มขึ้นในปากีสถาน ด้านกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 144.8 ล้านบาท ลดลง 5.3% YoY แต่รักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไว้ได้ที่ 11.1% เท่ากับปีก่อน โดยการบริหารต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้นช่วยชดเชยราคาวัตถุดิบที่ยังคงสูงกว่าปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 52.5 ล้านบาท ลดลง 8.9% YoY ซึ่งนอกจากผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงแล้ว ยังมีผลจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของบริษัทย่อยในอินโดนีเซียจำนวน 7.3 ล้านบาทเข้ามาเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษ สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 3,801.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากพอร์ตอาหารกุ้งและอาหารสัตว์บก แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 72.5 ล้านบาท ลดลง 21.7% YoY ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการดำเนินงานขาดทุนในไตรมาส 1/2566 ## โอกาส * **การเติบโตของอาหารสัตว์บกในปากีสถาน:** ยอดขายอาหารสัตว์บกในปากีสถาน (AMG-TFM) เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ * **การฟื้นตัวของยอดขายอาหารปลาในไทย:** ยอดขายอาหารปลากะพงในประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย * **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างเข้มงวด ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและลดผลกระทบจากยอดขายที่ลดลง * **การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์โดยรวม:** สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยคาดการณ์ความต้องการอาหารสัตว์ปี 2566 เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาหารสุกรและไก่เนื้อ และอาหารสัตว์น้ำบางประเภท ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร:** ราคาอาหารกุ้งที่ลดลงส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและรายได้ของบริษัท * **การแข่งขันในตลาดอาหารกุ้ง:** การแข่งขันด้านราคาในกลุ่มอาหารกุ้งทั่วไป (Fighting Brand) ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทในกลุ่ม Premium ปรับตัวลดลง * **ต้นทุนวัตถุดิบหลัก:** แม้ราคาวัตถุดิบบางชนิดปรับลดลง แต่ราคาปลาป่นยังคงปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของบริษัทย่อยในอินโดนีเซียสะท้อนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคากุ้งและพฤติกรรมเกษตรกร:** จะส่งผลโดยตรงต่อยอดขายอาหารกุ้งในไตรมาสถัดไป * **การฟื้นตัวของยอดขายอาหารปลา:** โดยเฉพาะในตลาดปากีสถาน * **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย (TUKL):** โดยเฉพาะการบริหารจัดการหนี้สินและผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะราคาปลาป่นที่ยังคงสูง * **กลยุทธ์การขายสินค้า Premium:** จะสามารถรักษา GPM และส่วนแบ่งการตลาดได้หรือไม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลักอย่างกากถั่วเหลืองและแป้งสาลีมีแนวโน้มปรับลดลงในไตรมาส 3/2566 เมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม ราคาปลาป่นยังคงปรับตัวสูงขึ้น 8.8% YoY ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอาหารสัตว์น้ำ **Volume การขาย:** ปริมาณการขายอาหารกุ้งลดลง 14.7% YoY และอาหารปลาลดลง 21.2% YoY ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้รวมลดลง แม้ว่าปริมาณการขายอาหารสัตว์บกจะเพิ่มขึ้น 10.5% YoY **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 11.1% YoY แม้ราคาวัตถุดิบหลักบางตัวยังสูงกว่าปีก่อน แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและการตั้งราคาขายที่เหมาะสมกับสินค้า Premium **ช่องทางขาย/ส่งออก:** ยอดขายในปากีสถาน (อาหารปลาและอาหารสัตว์บก) ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ ขณะที่ยอดขายอาหารกุ้งในประเทศได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาด **สต็อก:** ข้อมูลจำนวนวันถือครองสินค้าคงคลังอยู่ที่ 46 วัน ซึ่งทรงตัวจากปีก่อน **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายในปากีสถานสะท้อนการขยายตัวในตลาดต่างประเทศ **ฤดูกาลผลิต:** ฤดูกาลเพาะเลี้ยงกุ้งที่ปรับตัวลงในไตรมาส 3/2566 ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายอาหารกุ้ง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,307.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดจากการดำเนินงาน หนี้สินรวมอยู่ที่ 822.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากสิ้นปี โดยส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมระยะยาวของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย (TUKL) เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,484.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากสิ้นปี จากผลการดำเนินงานที่มีกำไรในช่วง 9 เดือนแรก กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 206.2 ล้านบาท โดยมี EBITDA 197.5 ล้านบาท เงินทุนสุทธิที่ใช้ไปในการลงทุนอยู่ที่ 53.9 ล้านบาท และเงินสดสุทธิได้มาจากการจัดหาเงินทุน 43.1 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการกู้ยืมของ TUKL และการชำระเงินปันผล อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.9 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า อัตราผลตอบแทนต่อเงินทุน (ROCE) อยู่ที่ 2.9%, ROE ที่ 4.0% และ ROA ที่ 2.3% ปรับลดลงจากปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับผลประกอบการที่ลดลง ## สรุปท้าย TFM ในไตรมาส 3/2566 เผชิญแรงกดดันจากยอดขายอาหารกุ้งและอาหารปลาที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว 8.9% YoY แม้จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้จากการบริหารต้นทุนที่ดีและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเติบโตของอาหารสัตว์บกในปากีสถานเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ แต่ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรและสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
1,649.04 ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
364.90 ล้านบาท
↑ 24.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.13 %
กำไรสุทธิ
184.33 ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.18 %
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
365
↑ + 24.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 22.1% YoY
D/E Ratio
0.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,649.04
+13.87%
1,448.22
+12.24%
1,290.33
+3.58%
1,245.73
-40.06%
2,078.24
-51.04%
4,244.47
กำไรขั้นต้น —
364.90
+24.47%
293.17
+135.81%
124.33
+37.79%
90.23
-11.90%
102.41
-70.52%
347.44
-60.84%
ค่าใช้จ่ายรวม —
151.49
+3.76%
146.00
+38.87%
105.13
+38.63%
75.83
-52.66%
160.20
-46.55%
299.72
กำไรสุทธิ —
184.33
+22.10%
150.97
+917.70%
14.83
-12.00%
16.86
-82.04%
93.88
-77.20%
411.69
กำไรต่อหุ้น —
0.18
+21.85%
0.15
+906.67%
0.02
-11.76%
0.02
-81.91%
0.09
-77.18%
0.41
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
+100.00%
-8.46
-937.62%
1.01
+20.24%
0.84
-87.97%
6.98
ROE(%) —
29.00
+28.55%
22.56
+471.14%
3.95
-20.52%
4.97
-58.27%
11.91
-61.37%
30.83
+36.66%
ROA(%) —
20.93
+36.17%
15.37
+580.09%
2.26
-30.03%
3.23
-56.82%
7.48
-58.92%
18.21
+18.48%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.42
+2.44%
0.41
+17.14%
0.35
+12.90%
0.31
-20.51%
0.39
-43.48%
0.69
+68.29%
P/E —
8.50
-11.83%
9.64
-72.64%
35.24
-5.95%
37.47
+336.20%
8.59
8.59
P/BV —
2.53
+57.14%
1.61
+15.00%
1.40
-37.22%
2.23
-7.85%
2.42
2.42
BV —
2.36
-50.63%
4.78
+6.46%
4.49
+1.13%
4.44
+74.80%
2.54
2.54
YIELD(%) —
8.99
+431.95%
1.69
-17.96%
2.06
+35.53%
1.52
-84.43%
9.76
9.76
ราคาหุ้น —
5.95
-22.73%
7.70
+22.22%
6.30
-36.36%
9.90
-28.26%
13.80
+124.39%
6.15
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
22.13
+9.34%
20.24
+109.96%
9.64
+33.15%
7.24
+46.86%
4.93
-39.80%
8.19
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
9.19
-8.83%
10.08
+23.68%
8.15
+33.83%
6.09
-21.01%
7.71
+9.21%
7.06
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
11.18
+7.29%
10.42
+806.09%
1.15
-14.81%
1.35
-70.13%
4.52
-53.40%
9.70
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
29.00
ROA (%)
20.93
Book Value/หุ้น
2.54

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,356.46
-2.46%
2,415.99
+34.67%
1,794.03
+13.88%
1,575.42
-6.89%
1,692.01
+46.45%
1,168.35
+8.14%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,473.15
+2.32%
1,439.72
-5.70%
1,526.67
-6.14%
1,626.50
-1.52%
1,651.55
+22.96%
1,330.14
+14.70%
รวมสินทรัพย์ —
3,829.60
-0.68%
3,855.71
+16.11%
3,320.70
+3.71%
3,201.92
-4.24%
3,343.56
+33.82%
2,498.49
+11.54%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
903.45
+0.68%
897.33
+41.47%
634.30
+2.29%
620.09
+5.15%
589.73
-33.45%
886.13
-7.12%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
226.47
-0.59%
227.82
-2.91%
234.65
+70.26%
137.82
-60.67%
350.40
+170.15%
129.70
-2.01%
รวมหนี้สิน —
1,129.92
+0.42%
1,125.15
+29.48%
868.96
+14.65%
757.91
-19.38%
940.13
-7.45%
1,015.83
-6.50%
รวมส่วนของเจ้าของ —
2,699.68
-1.13%
2,730.56
+11.37%
2,451.74
+0.32%
2,444.01
+1.69%
2,403.44
+62.10%
1,482.65
+28.52%
D/E —
0.42
0.41
0.35
0.31
0.39
0.69
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
29.00
22.56
3.95
4.97
11.91
30.83
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
20.93
15.37
2.26
3.23
7.48
18.21
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.61
2.69
2.83
2.54
2.87
1.32
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
2.10
2.09
2.11
1.63
2.04
0.76
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
50.53
52.72
0.00
0.00
46.22
48.06
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
37.02
39.60
0.00
0.00
42.02
52.09
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
53.01
51.70
0.00
0.00
46.26
53.07
วงจรเงินสด —
34.54
40.63
0.00
0.00
41.98
47.08
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-216.20
+252.06%
-61.41
+121.94%
-27.67
-85.52%
-191.08
-341.23%
79.21
-85.93%
563.04
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
117.19
+170.09%
43.39
-120.61%
-210.48
-5.57%
-222.90
+204.55%
-73.19
-76.94%
-317.37
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
408.41
+6,192.91%
6.49
-110.22%
-63.49
-61.66%
-165.60
-147.38%
349.52
-267.81%
-208.28
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
309.40
-2,962.16%
-10.81
-96.42%
-301.65
+0.32%
-300.69
-233.00%
226.09
+504.84%
37.38
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,075.03
+177.58%
387.28
+134.16%
165.39
-52.25%
346.38
+190.42%
119.27
+29.29%
92.25
+83.36%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
654.19
-39.15%
1,075.03
+177.58%
387.28
+134.16%
165.39
-52.25%
346.38
+190.42%
119.27
+29.28%