TFM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TFM
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.15
+0.10 (+1.65%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6% จากปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้นที่ ฟื้นตัวขึ้นตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 7.0% ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2566 บริษัทได้มีการบันทึกรายการพิเศษที่ เกิดจากการตัดจําหน่าย ฟาร์มทดลองที่จังหวัดตรัง เป็น ค่าใช้จ่ายอื่น จํานวน 20.0 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20167 out_tok=2570 at=2026-07-26T08:10:24 --> # TFM Q1/2566 กำไรสุทธิวูบ 41.5% รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-อุปสงค์ชะลอ ## รายได้-กำไรปรับตัวตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนวัตถุดิบ-ความต้องการซื้อเป็นปัจจัยหลัก บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 32,652 ล้านบาท ลดลง 10.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,022 ล้านบาท ลดลง 41.5% โดยได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการชะลอตัวของความต้องการซื้อสินค้าในตลาดหลัก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ TFM ในไตรมาส 1/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะปลาแซลมอน (+32.7% YoY) และปลาทูน่า (+6.0% YoY) ประกอบกับการชะลอตัวของปริมาณการขายในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 17.5% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 15.1%** นอกจากนี้ ยังมีรายการพิเศษที่ไม่สามารถเทียบเคียงได้ในปี 2565 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 41.5% YoY ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ยอดขายที่ลดลง 10.0% YoY เกิดจากความต้องการซื้อที่ชะลอตัว เนื่องจากลูกค้ามีการระบายสต็อกที่สูง ประกอบกับการขนส่งที่กลับสู่ภาวะปกติ ทำให้รายได้จากค่าขนส่งลดลง แม้ว่าราคาขายจะปรับตัวสูงขึ้นบางส่วน ปริมาณการขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจหลักส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างปลาแซลมอนและปลาทูน่าปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ GPM หดตัวลงอย่างชัดเจน สำหรับกำไรสุทธิที่ลดลง 41.5% YoY นอกจากผลกระทบจาก GPM ที่ลดลงแล้ว ยังมีรายการพิเศษที่บันทึกในปี 2565 ซึ่งไม่สามารถเทียบเคียงได้ในปี 2566 ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของหุ้นบุริมสิทธิ Red Lobster (239 ล้านบาทหลังหักภาษี) และผลกระทบจาก Dilution Effect หลัง ITC เข้าจดทะเบียน (200 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการเหล่านี้ กำไรสุทธิจะลดลง 21.8% YoY ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่มีสัญญาณบวกในระยะกลางถึงยาว** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปในไตรมาส 2/2566 จะปรับตัวดีขึ้น และกลับสู่ภาวะปกติในครึ่งปีหลังของปี 2566 ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงคาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 2/2566 และเติบโตอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงสูงและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกดดันต่ออัตรากำไรในระยะสั้นต่อไป ## Highlight สำคัญ * **ยอดขายรวม 32,652 ล้านบาท ลดลง 10.0% YoY** จากความต้องการซื้อชะลอตัวและการระบายสต็อกของลูกค้า * **กำไรขั้นต้น 4,917 ล้านบาท ลดลง 22.6% YoY** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวจาก 17.5% เป็น 15.1% * **กำไรสุทธิ 1,022 ล้านบาท ลดลง 41.5% YoY** โดยมีรายการพิเศษที่ไม่สามารถเทียบเคียงได้ในปี 2565 * **ต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับสูงขึ้น** โดยเฉพาะปลาแซลมอน (+32.7% YoY) และปลาทูน่า (+6.0% YoY) * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 12.1% YoY** จากต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **อัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.57 เท่า** * **เป้าหมายยอดขายปี 2566 เติบโต 3-4%** ปรับลดจากเดิม 5-6% ## ภาพรวมผลประกอบการ TFM รายงานยอดขายในไตรมาส 1/2566 ที่ 32,652 ล้านบาท ลดลง 10.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยทุกกลุ่มธุรกิจหลักมียอดขายลดลง ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง (-21.9%), อาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น (-15.3%), ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและอื่นๆ (-9.5%), และอาหารทะเลแปรรูป (-1.9%) กำไรขั้นต้นลดลง 22.6% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 15.1% จาก 17.5% ในปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,022 ล้านบาท ลดลง 41.5% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 3.1% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง** คาดว่าจะกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 2/2566 และเติบโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่** เช่น ผลิตภัณฑ์ทูน่าจากพืชภายใต้แบรนด์ John West และผลิตภัณฑ์ค้าปลีกแช่แข็งของ Red Lobster * **การลงทุนในโครงการ CAPEX** เช่น โรงงานผลิตอาหารพร้อมรับประทาน, โรงงานผลิตโปรตีนไฮโดรไลเซต, และโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและประสิทธิภาพในอนาคต * **การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง** ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและอื่นๆ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก** เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และกุ้ง * **ความต้องการซื้อสินค้าที่ชะลอตัว** จากภาวะเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอน * **อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง** แม้เงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มชะลอตัว * **ความท้าทายด้านห่วงโซ่อุปทานและราคาค่าสาธารณูปโภค** * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (ปลาแซลมอน, ปลาทูน่า, กุ้ง) ในไตรมาส 2/2566 * การฟื้นตัวของปริมาณการขายในกลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น รวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยง * ผลการดำเนินงานของ Red Lobster และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ค้าปลีก * ความคืบหน้าของโครงการลงทุน CAPEX และผลกระทบต่อกำลังการผลิต * การบริหารจัดการต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อรักษาอัตรากำไร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) **ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป:** ยอดขายลดลงเล็กน้อย 1.9% YoY แม้ปริมาณขายลดลง 16.3% เนื่องจากราคาขายปรับสูงขึ้น แต่ GPM ลดลงจากราคาปลาทูน่าที่สูงกว่าคาดและต้นทุนผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ฝ่ายจัดการคาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นในไตรมาส 2/2566 และกลับสู่ภาวะปกติในครึ่งปีหลัง **ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น:** ยอดขายลดลง 15.3% YoY จากความต้องการซื้อชะลอตัว โดยเฉพาะกุ้งและกุ้งล็อบสเตอร์ และราคาขายที่ปรับสู่ภาวะปกติ GPM ลดลงจากราคาวัตถุดิบที่ยังคงสูง แม้ราคาวัตถุดิบกุ้งเริ่มลดลงในเดือนมีนาคม **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ยอดขายลดลง 21.9% YoY จากปริมาณคำสั่งซื้อชะลอตัวเนื่องจากลูกค้ามีการระบายสต็อกในสหรัฐฯ และยุโรป GPM ลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น คาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 2/2566 และเติบโตในครึ่งปีหลัง **ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและอื่นๆ:** ยอดขายลดลง 9.5% YoY แต่ GPM ยังคงแข็งแกร่งที่ 27.3% จากการมุ่งเน้นสินค้ากำไรสูง เช่น กระป๋องพิมพ์ และธุรกิจใหม่ๆ **ภูมิภาค:** ยอดขายลดลงในทุกภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะอเมริกาเหนือ (-14.0%) และยุโรป (-4.0%) จากการที่ลูกค้ามีสต็อกสูงและขนส่งกลับสู่ภาวะปกติ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 181,294 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมลดลง 1.2% มาอยู่ที่ 93,261 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 88,033 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.57 เท่า กระแสเงินสดอิสระในไตรมาส 1/2566 เป็นลบเล็กน้อยที่ 194 ล้านบาท แต่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจากปีก่อนหน้า เนื่องจากการควบคุมสินค้าคงคลังอย่างเข้มงวด เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนเท่ากับ 4,272 ล้านบาท ## สรุปท้าย TFM เผชิญกับแรงกดดันด้านผลประกอบการในไตรมาส 1/2566 จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการชะลอตัวของอุปสงค์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีปัจจัยบวกจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและรายการพิเศษที่ช่วยชดเชยบางส่วน แต่กำไรสุทธิก็ปรับลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการคาดการณ์การฟื้นตัวของบางกลุ่มธุรกิจในไตรมาส 2/2566 และการกลับสู่ภาวะปกติในครึ่งปีหลัง ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและแนวโน้มความต้องการซื้อของตลาดโลกอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
1,649.04 ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
364.90 ล้านบาท
↑ 24.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.13 %
กำไรสุทธิ
184.33 ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.18 %
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
365
↑ + 24.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 22.1% YoY
D/E Ratio
0.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,649.04
+13.87%
1,448.22
+12.24%
1,290.33
+3.58%
1,245.73
-40.06%
2,078.24
-51.04%
4,244.47
กำไรขั้นต้น —
364.90
+24.47%
293.17
+135.81%
124.33
+37.79%
90.23
-11.90%
102.41
-70.52%
347.44
-60.84%
ค่าใช้จ่ายรวม —
151.49
+3.76%
146.00
+38.87%
105.13
+38.63%
75.83
-52.66%
160.20
-46.55%
299.72
กำไรสุทธิ —
184.33
+22.10%
150.97
+917.70%
14.83
-12.00%
16.86
-82.04%
93.88
-77.20%
411.69
กำไรต่อหุ้น —
0.18
+21.85%
0.15
+906.67%
0.02
-11.76%
0.02
-81.91%
0.09
-77.18%
0.41
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
+100.00%
-8.46
-937.62%
1.01
+20.24%
0.84
-87.97%
6.98
ROE(%) —
29.00
+28.55%
22.56
+471.14%
3.95
-20.52%
4.97
-58.27%
11.91
-61.37%
30.83
+36.66%
ROA(%) —
20.93
+36.17%
15.37
+580.09%
2.26
-30.03%
3.23
-56.82%
7.48
-58.92%
18.21
+18.48%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.42
+2.44%
0.41
+17.14%
0.35
+12.90%
0.31
-20.51%
0.39
-43.48%
0.69
+68.29%
P/E —
8.50
-11.83%
9.64
-72.64%
35.24
-5.95%
37.47
+336.20%
8.59
8.59
P/BV —
2.53
+57.14%
1.61
+15.00%
1.40
-37.22%
2.23
-7.85%
2.42
2.42
BV —
2.36
-50.63%
4.78
+6.46%
4.49
+1.13%
4.44
+74.80%
2.54
2.54
YIELD(%) —
8.99
+431.95%
1.69
-17.96%
2.06
+35.53%
1.52
-84.43%
9.76
9.76
ราคาหุ้น —
5.95
-22.73%
7.70
+22.22%
6.30
-36.36%
9.90
-28.26%
13.80
+124.39%
6.15
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
22.13
+9.34%
20.24
+109.96%
9.64
+33.15%
7.24
+46.86%
4.93
-39.80%
8.19
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
9.19
-8.83%
10.08
+23.68%
8.15
+33.83%
6.09
-21.01%
7.71
+9.21%
7.06
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
11.18
+7.29%
10.42
+806.09%
1.15
-14.81%
1.35
-70.13%
4.52
-53.40%
9.70
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
29.00
ROA (%)
20.93
Book Value/หุ้น
2.54

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,356.46
-2.46%
2,415.99
+34.67%
1,794.03
+13.88%
1,575.42
-6.89%
1,692.01
+46.45%
1,168.35
+8.14%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,473.15
+2.32%
1,439.72
-5.70%
1,526.67
-6.14%
1,626.50
-1.52%
1,651.55
+22.96%
1,330.14
+14.70%
รวมสินทรัพย์ —
3,829.60
-0.68%
3,855.71
+16.11%
3,320.70
+3.71%
3,201.92
-4.24%
3,343.56
+33.82%
2,498.49
+11.54%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
903.45
+0.68%
897.33
+41.47%
634.30
+2.29%
620.09
+5.15%
589.73
-33.45%
886.13
-7.12%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
226.47
-0.59%
227.82
-2.91%
234.65
+70.26%
137.82
-60.67%
350.40
+170.15%
129.70
-2.01%
รวมหนี้สิน —
1,129.92
+0.42%
1,125.15
+29.48%
868.96
+14.65%
757.91
-19.38%
940.13
-7.45%
1,015.83
-6.50%
รวมส่วนของเจ้าของ —
2,699.68
-1.13%
2,730.56
+11.37%
2,451.74
+0.32%
2,444.01
+1.69%
2,403.44
+62.10%
1,482.65
+28.52%
D/E —
0.42
0.41
0.35
0.31
0.39
0.69
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
29.00
22.56
3.95
4.97
11.91
30.83
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
20.93
15.37
2.26
3.23
7.48
18.21
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.61
2.69
2.83
2.54
2.87
1.32
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
2.10
2.09
2.11
1.63
2.04
0.76
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
50.53
52.72
0.00
0.00
46.22
48.06
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
37.02
39.60
0.00
0.00
42.02
52.09
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
53.01
51.70
0.00
0.00
46.26
53.07
วงจรเงินสด —
34.54
40.63
0.00
0.00
41.98
47.08
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-216.20
+252.06%
-61.41
+121.94%
-27.67
-85.52%
-191.08
-341.23%
79.21
-85.93%
563.04
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
117.19
+170.09%
43.39
-120.61%
-210.48
-5.57%
-222.90
+204.55%
-73.19
-76.94%
-317.37
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
408.41
+6,192.91%
6.49
-110.22%
-63.49
-61.66%
-165.60
-147.38%
349.52
-267.81%
-208.28
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
309.40
-2,962.16%
-10.81
-96.42%
-301.65
+0.32%
-300.69
-233.00%
226.09
+504.84%
37.38
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,075.03
+177.58%
387.28
+134.16%
165.39
-52.25%
346.38
+190.42%
119.27
+29.29%
92.25
+83.36%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
654.19
-39.15%
1,075.03
+177.58%
387.28
+134.16%
165.39
-52.25%
346.38
+190.42%
119.27
+29.28%