TFM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TFM
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.55
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6% จากปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้นที่ ฟื้นตัวขึ้นตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 7.0% ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2566 บริษัทได้มีการบันทึกรายการพิเศษที่ เกิดจากการตัดจําหน่าย ฟาร์มทดลองที่จังหวัดตรัง เป็น ค่าใช้จ่ายอื่น จํานวน 20.0 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20167 out_tok=2570 at=2026-07-26T08:10:24 --> # TFM Q1/2566 กำไรสุทธิวูบ 41.5% รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-อุปสงค์ชะลอ ## รายได้-กำไรปรับตัวตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนวัตถุดิบ-ความต้องการซื้อเป็นปัจจัยหลัก บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 32,652 ล้านบาท ลดลง 10.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,022 ล้านบาท ลดลง 41.5% โดยได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการชะลอตัวของความต้องการซื้อสินค้าในตลาดหลัก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ TFM ในไตรมาส 1/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะปลาแซลมอน (+32.7% YoY) และปลาทูน่า (+6.0% YoY) ประกอบกับการชะลอตัวของปริมาณการขายในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 17.5% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 15.1%** นอกจากนี้ ยังมีรายการพิเศษที่ไม่สามารถเทียบเคียงได้ในปี 2565 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 41.5% YoY ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ยอดขายที่ลดลง 10.0% YoY เกิดจากความต้องการซื้อที่ชะลอตัว เนื่องจากลูกค้ามีการระบายสต็อกที่สูง ประกอบกับการขนส่งที่กลับสู่ภาวะปกติ ทำให้รายได้จากค่าขนส่งลดลง แม้ว่าราคาขายจะปรับตัวสูงขึ้นบางส่วน ปริมาณการขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจหลักส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างปลาแซลมอนและปลาทูน่าปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ GPM หดตัวลงอย่างชัดเจน สำหรับกำไรสุทธิที่ลดลง 41.5% YoY นอกจากผลกระทบจาก GPM ที่ลดลงแล้ว ยังมีรายการพิเศษที่บันทึกในปี 2565 ซึ่งไม่สามารถเทียบเคียงได้ในปี 2566 ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของหุ้นบุริมสิทธิ Red Lobster (239 ล้านบาทหลังหักภาษี) และผลกระทบจาก Dilution Effect หลัง ITC เข้าจดทะเบียน (200 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการเหล่านี้ กำไรสุทธิจะลดลง 21.8% YoY ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่มีสัญญาณบวกในระยะกลางถึงยาว** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปในไตรมาส 2/2566 จะปรับตัวดีขึ้น และกลับสู่ภาวะปกติในครึ่งปีหลังของปี 2566 ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงคาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 2/2566 และเติบโตอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงสูงและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกดดันต่ออัตรากำไรในระยะสั้นต่อไป ## Highlight สำคัญ * **ยอดขายรวม 32,652 ล้านบาท ลดลง 10.0% YoY** จากความต้องการซื้อชะลอตัวและการระบายสต็อกของลูกค้า * **กำไรขั้นต้น 4,917 ล้านบาท ลดลง 22.6% YoY** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวจาก 17.5% เป็น 15.1% * **กำไรสุทธิ 1,022 ล้านบาท ลดลง 41.5% YoY** โดยมีรายการพิเศษที่ไม่สามารถเทียบเคียงได้ในปี 2565 * **ต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับสูงขึ้น** โดยเฉพาะปลาแซลมอน (+32.7% YoY) และปลาทูน่า (+6.0% YoY) * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 12.1% YoY** จากต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **อัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.57 เท่า** * **เป้าหมายยอดขายปี 2566 เติบโต 3-4%** ปรับลดจากเดิม 5-6% ## ภาพรวมผลประกอบการ TFM รายงานยอดขายในไตรมาส 1/2566 ที่ 32,652 ล้านบาท ลดลง 10.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยทุกกลุ่มธุรกิจหลักมียอดขายลดลง ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง (-21.9%), อาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น (-15.3%), ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและอื่นๆ (-9.5%), และอาหารทะเลแปรรูป (-1.9%) กำไรขั้นต้นลดลง 22.6% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 15.1% จาก 17.5% ในปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,022 ล้านบาท ลดลง 41.5% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 3.1% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง** คาดว่าจะกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 2/2566 และเติบโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่** เช่น ผลิตภัณฑ์ทูน่าจากพืชภายใต้แบรนด์ John West และผลิตภัณฑ์ค้าปลีกแช่แข็งของ Red Lobster * **การลงทุนในโครงการ CAPEX** เช่น โรงงานผลิตอาหารพร้อมรับประทาน, โรงงานผลิตโปรตีนไฮโดรไลเซต, และโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและประสิทธิภาพในอนาคต * **การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง** ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและอื่นๆ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก** เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และกุ้ง * **ความต้องการซื้อสินค้าที่ชะลอตัว** จากภาวะเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอน * **อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง** แม้เงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มชะลอตัว * **ความท้าทายด้านห่วงโซ่อุปทานและราคาค่าสาธารณูปโภค** * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (ปลาแซลมอน, ปลาทูน่า, กุ้ง) ในไตรมาส 2/2566 * การฟื้นตัวของปริมาณการขายในกลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น รวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยง * ผลการดำเนินงานของ Red Lobster และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ค้าปลีก * ความคืบหน้าของโครงการลงทุน CAPEX และผลกระทบต่อกำลังการผลิต * การบริหารจัดการต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อรักษาอัตรากำไร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) **ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป:** ยอดขายลดลงเล็กน้อย 1.9% YoY แม้ปริมาณขายลดลง 16.3% เนื่องจากราคาขายปรับสูงขึ้น แต่ GPM ลดลงจากราคาปลาทูน่าที่สูงกว่าคาดและต้นทุนผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ฝ่ายจัดการคาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นในไตรมาส 2/2566 และกลับสู่ภาวะปกติในครึ่งปีหลัง **ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น:** ยอดขายลดลง 15.3% YoY จากความต้องการซื้อชะลอตัว โดยเฉพาะกุ้งและกุ้งล็อบสเตอร์ และราคาขายที่ปรับสู่ภาวะปกติ GPM ลดลงจากราคาวัตถุดิบที่ยังคงสูง แม้ราคาวัตถุดิบกุ้งเริ่มลดลงในเดือนมีนาคม **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ยอดขายลดลง 21.9% YoY จากปริมาณคำสั่งซื้อชะลอตัวเนื่องจากลูกค้ามีการระบายสต็อกในสหรัฐฯ และยุโรป GPM ลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น คาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 2/2566 และเติบโตในครึ่งปีหลัง **ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและอื่นๆ:** ยอดขายลดลง 9.5% YoY แต่ GPM ยังคงแข็งแกร่งที่ 27.3% จากการมุ่งเน้นสินค้ากำไรสูง เช่น กระป๋องพิมพ์ และธุรกิจใหม่ๆ **ภูมิภาค:** ยอดขายลดลงในทุกภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะอเมริกาเหนือ (-14.0%) และยุโรป (-4.0%) จากการที่ลูกค้ามีสต็อกสูงและขนส่งกลับสู่ภาวะปกติ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 181,294 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมลดลง 1.2% มาอยู่ที่ 93,261 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 88,033 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.57 เท่า กระแสเงินสดอิสระในไตรมาส 1/2566 เป็นลบเล็กน้อยที่ 194 ล้านบาท แต่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจากปีก่อนหน้า เนื่องจากการควบคุมสินค้าคงคลังอย่างเข้มงวด เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนเท่ากับ 4,272 ล้านบาท ## สรุปท้าย TFM เผชิญกับแรงกดดันด้านผลประกอบการในไตรมาส 1/2566 จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการชะลอตัวของอุปสงค์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีปัจจัยบวกจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและรายการพิเศษที่ช่วยชดเชยบางส่วน แต่กำไรสุทธิก็ปรับลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการคาดการณ์การฟื้นตัวของบางกลุ่มธุรกิจในไตรมาส 2/2566 และการกลับสู่ภาวะปกติในครึ่งปีหลัง ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและแนวโน้มความต้องการซื้อของตลาดโลกอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
1,649.04 ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
364.90 ล้านบาท
↑ 24.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.13 %
กำไรสุทธิ
184.33 ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.18 %
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
365
↑ + 24.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 22.1% YoY
D/E Ratio
0.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,649.04
+13.87%
1,448.22
+12.24%
1,290.33
+3.58%
1,245.73
-40.06%
2,078.24
-51.04%
4,244.47
กำไรขั้นต้น
364.90
+24.47%
293.17
+135.81%
124.33
+37.79%
90.23
-11.90%
102.41
-70.52%
347.44
-60.84%
ค่าใช้จ่ายรวม
151.49
+3.76%
146.00
+38.87%
105.13
+38.63%
75.83
-52.66%
160.20
-46.55%
299.72
กำไรสุทธิ
184.33
+22.10%
150.97
+917.70%
14.83
-12.00%
16.86
-82.04%
93.88
-77.20%
411.69
กำไรต่อหุ้น
0.18
+21.85%
0.15
+906.67%
0.02
-11.76%
0.02
-81.91%
0.09
-77.18%
0.41
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
+100.00%
-8.46
-937.62%
1.01
+20.24%
0.84
-87.97%
6.98
ROE(%)
29.00
+28.55%
22.56
+471.14%
3.95
-20.52%
4.97
-58.27%
11.91
-61.37%
30.83
+36.66%
ROA(%)
20.93
+36.17%
15.37
+580.09%
2.26
-30.03%
3.23
-56.82%
7.48
-58.92%
18.21
+18.48%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.42
+2.44%
0.41
+17.14%
0.35
+12.90%
0.31
-20.51%
0.39
-43.48%
0.69
+68.29%
P/E
8.50
-11.83%
9.64
-72.64%
35.24
-5.95%
37.47
+309.51%
9.15
9.15
P/BV
2.53
+57.14%
1.61
+15.00%
1.40
-37.22%
2.23
-8.23%
2.43
2.43
BV
2.36
-50.63%
4.78
+6.46%
4.49
+1.13%
4.44
+65.06%
2.69
2.69
YIELD(%)
8.99
+431.95%
1.69
-17.96%
2.06
+35.53%
1.52
-83.41%
9.16
9.16
ราคาหุ้น
5.95
-22.73%
7.70
+22.22%
6.30
-36.36%
9.90
-28.26%
13.80
+110.69%
6.55
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
22.13
+9.34%
20.24
+109.96%
9.64
+33.15%
7.24
+46.86%
4.93
-39.80%
8.19
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
9.19
-8.83%
10.08
+23.68%
8.15
+33.83%
6.09
-21.01%
7.71
+9.21%
7.06
อัตรากำไรสุทธิ(%)
11.18
+7.29%
10.42
+806.09%
1.15
-14.81%
1.35
-70.13%
4.52
-53.40%
9.70
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
29.00
ROA (%)
20.93
Book Value/หุ้น
2.69

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
2,356.46
-2.46%
2,415.99
+34.67%
1,794.03
+13.88%
1,575.42
-6.89%
1,692.01
+46.45%
1,168.35
+8.14%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,473.15
+2.32%
1,439.72
-5.70%
1,526.67
-6.14%
1,626.50
-1.52%
1,651.55
+22.96%
1,330.14
+14.70%
รวมสินทรัพย์
3,829.60
-0.68%
3,855.71
+16.11%
3,320.70
+3.71%
3,201.92
-4.24%
3,343.56
+33.82%
2,498.49
+11.54%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
903.45
+0.68%
897.33
+41.47%
634.30
+2.29%
620.09
+5.15%
589.73
-33.45%
886.13
-7.12%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
226.47
-0.59%
227.82
-2.91%
234.65
+70.26%
137.82
-60.67%
350.40
+170.15%
129.70
-2.01%
รวมหนี้สิน
1,129.92
+0.42%
1,125.15
+29.48%
868.96
+14.65%
757.91
-19.38%
940.13
-7.45%
1,015.83
-6.50%
รวมส่วนของเจ้าของ
2,699.68
-1.13%
2,730.56
+11.37%
2,451.74
+0.32%
2,444.01
+1.69%
2,403.44
+62.10%
1,482.65
+28.52%
D/E
0.42
0.41
0.35
0.31
0.39
0.69
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
29.00
22.56
3.95
4.97
11.91
30.83
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
20.93
15.37
2.26
3.23
7.48
18.21
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.61
2.69
2.83
2.54
2.87
1.32
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
2.10
2.09
2.11
1.63
2.04
0.76
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
50.53
52.72
0.00
0.00
46.22
48.06
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
37.02
39.60
0.00
0.00
42.02
52.09
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
53.01
51.70
0.00
0.00
46.26
53.07
วงจรเงินสด
34.54
40.63
0.00
0.00
41.98
47.08
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-216.20
+252.06%
-61.41
+121.94%
-27.67
-85.52%
-191.08
-341.23%
79.21
-85.93%
563.04
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
117.19
+170.09%
43.39
-120.61%
-210.48
-5.57%
-222.90
+204.55%
-73.19
-76.94%
-317.37
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
408.41
+6,192.91%
6.49
-110.22%
-63.49
-61.66%
-165.60
-147.38%
349.52
-267.81%
-208.28
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
309.40
-2,962.16%
-10.81
-96.42%
-301.65
+0.32%
-300.69
-233.00%
226.09
+504.84%
37.38
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,075.03
+177.58%
387.28
+134.16%
165.39
-52.25%
346.38
+190.42%
119.27
+29.29%
92.25
+83.36%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
654.19
-39.15%
1,075.03
+177.58%
387.28
+134.16%
165.39
-52.25%
346.38
+190.42%
119.27
+29.28%