บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6% จากปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้นที่ ฟื้นตัวขึ้นตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 7.0% ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2566 บริษัทได้มีการบันทึกรายการพิเศษที่ เกิดจากการตัดจําหน่าย ฟาร์มทดลองที่จังหวัดตรัง เป็น ค่าใช้จ่ายอื่น จํานวน 20.0 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5352 out_tok=2686 at=2026-07-26T08:38:10 -->
# SPVI กำไร Q1/65 ดิ่ง 18% รับพิษ iPad ขาดตลาด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้-กำไรสุทธิหดตัว YoY เหตุซัพพลาย iPad ตึงตัว ขณะที่ค่าใช้จ่ายการขาย-บริหารเพิ่มจากการขยายสาขา
บริษัท เอสพี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,256.37 ล้านบาท ลดลง 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาการขาดแคลน Supply ในกลุ่มสินค้า iPad ทำให้ยอดขายลดลง แม้จะมีความต้องการจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 27.70 ล้านบาท ลดลง 18.0% YoY โดยอัตรากำไรสุทธิปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.2% จาก 2.4% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ SPVI ในไตรมาส 1/2565 ปรับลดลง 18.11% YoY มาอยู่ที่ 27.70 ล้านบาท มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) รายได้จากการขายที่ลดลง 9.7% เนื่องจากปัญหา Supply ขาดแคลนในกลุ่มสินค้า iPad และ 2) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 8.53% จากการขยายสาขาใหม่
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ลดลง:** แม้ว่าความต้องการสินค้า iPad จะยังมีอยู่ แต่ปัญหา Supply Chain ทั่วโลกส่งผลให้สินค้าขาดแคลน ทำให้ยอดขายในกลุ่มนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2565 และมีสินค้าทยอยเข้ามา แต่ผลกระทบในภาพรวมของไตรมาสยังคงเห็นได้ชัดเจน
**ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น:** บริษัทฯ มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 มีสาขารวม 69 สาขา เพิ่มขึ้นจาก 66 สาขา ณ สิ้นปี 2564 การขยายสาขาใหม่นี้ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น ทั้งค่าเช่า ค่าบริหารจัดการพื้นที่ และค่าใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขายและจัดจำหน่าย ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
**อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** แม้ภาพรวมกำไรสุทธิจะลดลง แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลงเพียง 2.1% และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 9.79% เป็น 10.61% สาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ และการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับปัจจัยด้าน Supply):** ปัญหา Supply ขาดแคลนในกลุ่มสินค้า iPad ถูกระบุว่าเริ่มคลี่คลายตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2565 และมีสินค้าทยอยเข้ามา ซึ่งบ่งชี้ว่าปัจจัยนี้มีแนวโน้มเป็น **ลักษณะครั้งคราว** และคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเนื่องในระดับเดียวกันในไตรมาสถัดไป หากสถานการณ์ Supply กลับสู่ภาวะปกติ
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับปัจจัยด้านค่าใช้จ่าย):** การขยายสาขาใหม่และการเพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขายและจัดจำหน่าย เป็นกลยุทธ์ที่ฝ่ายจัดการเลือกใช้เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งหมายความว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้มีแนวโน้ม **มีโอกาสต่อเนื่อง** และอาจเพิ่มขึ้นอีกหากบริษัทยังคงมีแผนขยายธุรกิจต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 9.5% YoY:** อยู่ที่ 1,256.37 ล้านบาท จาก 1,387.65 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิลดลง 18.0% YoY:** อยู่ที่ 27.70 ล้านบาท จาก 33.80 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิหดตัว:** อยู่ที่ 2.2% จาก 2.4% ในปีก่อน
* **ยอดขาย iPad ได้รับผลกระทบ:** จากปัญหา Supply ขาดแคลน
* **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเพิ่มขึ้น 8.53%:** จากการเปิดสาขาใหม่ 3 สาขาในไตรมาสนี้
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ดีขึ้น:** อยู่ที่ 10.61% จาก 9.79% YoY จากการบริหารต้นทุนและสัดส่วนสินค้า Non-Apple
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,256.37 ล้านบาท ลดลง 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายคิดเป็น 98.5% ของรายได้รวม ลดลง 9.7% เป็นผลหลักจากยอดขายสินค้า iPad ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหา Supply ขาดแคลน แม้ว่าความต้องการสินค้าจะยังคงมีอยู่ กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 131.99 ล้านบาท ลดลง 2.1% แต่มีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 10.61% จาก 9.79% YoY เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนขายและสัดส่วนการขายสินค้า Non-Apple ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8.53% เป็น 108.18 ล้านบาท จากการเปิดสาขาใหม่ 3 สาขา ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 19.1% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 27.70 ล้านบาท ลดลง 18.0% YoY และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 2.2% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การคลี่คลายของปัญหา Supply:** สถานการณ์ Supply สินค้า iPad เริ่มดีขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2565 และมีสินค้าทยอยเข้ามา ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อยอดขายในไตรมาสถัดไป
* **การเติบโตของสินค้า Non-Apple:** การเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ช่วยหนุน GPM ของบริษัทฯ
* **การขยายสาขา:** การเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น (ปัจจุบัน 69 สาขา) เป็นการขยายฐานลูกค้าและช่องทางการขาย เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของ Supply Chain:** ปัญหา Supply Chain ทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง และอาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาสินค้าได้อีกในอนาคต
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ค้าปลีกรายอื่นและช่องทางออนไลน์
* **การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี:** การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีอาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าบางประเภท
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** การขยายสาขาและการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มสถานการณ์ Supply สินค้า iPad และสินค้ากลุ่มอื่น ๆ
* ผลประกอบการจากสาขาที่เปิดใหม่ และความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย
* สัดส่วนการขายสินค้า Non-Apple และอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้ากลุ่มนี้
* แผนการขยายสาขาเพิ่มเติม และกลยุทธ์การส่งเสริมการขาย
* การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบและต้นทุนสินค้าที่อาจส่งผลต่อ GPM
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ปัญหา Supply ขาดแคลนในกลุ่มสินค้า iPad บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านอุปทาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อยอดขายสินค้าหลัก
* **Volume:** ยอดขายสินค้า iPad ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหา Supply ขาดแคลน แม้ความต้องการยังคงมีอยู่
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 10.61% จาก 9.79% YoY เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ และการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง
* **ช่องทางขาย:** บริษัทฯ มีการขยายช่องทางการขายผ่านการเปิดสาขาเพิ่มขึ้น โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 มีสาขารวม 69 สาขา (iStudio, iCenter, iBeat, Astore, UStore, Mobi, AIS Shop by Partner, iSolution)
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจาก 324.72 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เป็น 366.94 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ว่าสถานการณ์ Supply เริ่มดีขึ้น และการสั่งซื้อสินค้าช่วงปลายไตรมาส
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับรายได้จากการส่งออกหรือผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 827.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 540.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า (จากการขายให้สถาบันการศึกษา) และสินค้าคงเหลือ ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอยู่ที่ 287.17 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 307.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการสั่งซื้อสินค้า ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงเล็กน้อย อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.59 เท่า (หนี้สินรวม 307.87 / ส่วนของผู้ถือหุ้น 519.75) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.6% เป็น 519.75 ล้านบาท จากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นในระหว่างงวด
## สรุปท้าย
SPVI ในไตรมาส 1/2565 เผชิญแรงกดดันจากปัญหา Supply ขาดแคลนในสินค้า iPad ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง แม้ว่า GPM จะปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนและสัดส่วนสินค้า Non-Apple แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาใหม่ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิให้ลดลง 18.0% YoY อย่างไรก็ตาม แนวโน้มสถานการณ์ Supply ที่เริ่มคลี่คลายเป็นสัญญาณบวกสำหรับไตรมาสถัดไป ขณะที่การขยายสาขาและการเพิ่มค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายจะเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพและผลักดันการเติบโตในระยะยาวได้หรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
1,649.04
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
364.90
ล้านบาท
↑ 24.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.13
%
กำไรสุทธิ
184.33
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.18
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
365
↑ + 24.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
29.00
ROA (%)
20.93
Book Value/หุ้น
2.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-216.20
+252.06%
|
-61.41
+121.94%
|
-27.67
-85.52%
|
-191.08
-341.23%
|
79.21
-85.93%
|
563.04
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.19
+170.09%
|
43.39
-120.61%
|
-210.48
-5.57%
|
-222.90
+204.55%
|
-73.19
-76.94%
|
-317.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
408.41
+6,192.91%
|
6.49
-110.22%
|
-63.49
-61.66%
|
-165.60
-147.38%
|
349.52
-267.81%
|
-208.28
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
309.40
-2,962.16%
|
-10.81
-96.42%
|
-301.65
+0.32%
|
-300.69
-233.00%
|
226.09
+504.84%
|
37.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.29%
|
92.25
+83.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
654.19
-39.15%
|
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.28%
|