บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6% จากปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้นที่ ฟื้นตัวขึ้นตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 7.0% ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2566 บริษัทได้มีการบันทึกรายการพิเศษที่ เกิดจากการตัดจําหน่าย ฟาร์มทดลองที่จังหวัดตรัง เป็น ค่าใช้จ่ายอื่น จํานวน 20.0 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18710 out_tok=2711 at=2026-07-31T14:55:44 -->
# TFM กำไรสุทธิ Q2/69 ลดลง YoY รับต้นทุนปลาป่นพุ่ง แต่รายได้ Q2 โต QoQ
## รายได้จากการขาย Q2/69 ฟื้นตัว QoQ จากฤดูกาล ขณะที่กำไรสุทธิ YoY หดตัวตามต้นทุนวัตถุดิบหลัก
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ยังคงรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง พร้อมทั้งรักษานโยบายการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในระดับที่น่าสนใจสำหรับผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ TFM ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะราคาปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ดี และรายได้จากการขายมีการเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ต้นทุนปลาป่นพุ่งสูง:** ราคาปลาป่นซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์น้ำ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2 ปี 2569 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 57.4 บาท/กิโลกรัม เพิ่มขึ้นถึง 55.6% YoY และ 21.6% QoQ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ โดยอัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 22.9% ในไตรมาส 2 ปี 2568 มาอยู่ที่ 17.7% ในไตรมาส 2 ปี 2569
* **รายได้จากการขายฟื้นตัว QoQ:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่รายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% QoQ จากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลที่เกษตรกรเลี้ยงสัตว์น้ำมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ 1.4% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการหดตัวของตลาดอาหารปลา
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายอยู่ที่ 8.4% ซึ่งอยู่ในระดับที่เหมาะสม และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 161 ล้านบาท ลดลง 17.0% YoY แต่เพิ่มขึ้น 9.0% QoQ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าบริษัทฯ มีการบริหารจัดการด้านการจัดซื้อ การบริหารสินค้าคงคลัง และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน และคาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวในระดับที่เหมาะสม (17-19%) แต่การปรับขึ้นของราคาปลาป่นที่สูงถึง 55.6% YoY ในไตรมาส 2 บ่งชี้ถึงแรงกดดันที่ยังคงมีอยู่สูง ต้องติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบในไตรมาสถัดไป รวมถึงความสามารถของบริษัทในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายสินค้าได้มากน้อยเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q2/69 โต 9.8% QoQ เป็น 1,455 ล้านบาท** จากการเข้าสู่ฤดูกาลเลี้ยงสัตว์น้ำ แต่ลดลง 1.4% YoY เนื่องจากตลาดอาหารปลาหดตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/69 อยู่ที่ 17.7% ลดลงจาก 22.9% YoY** เป็นผลจากต้นทุนปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/69 อยู่ที่ 161 ล้านบาท ลดลง 17.0% YoY** แต่เพิ่มขึ้น 9.0% QoQ
* **ยอดขายอาหารกุ้ง Q2/69 โต 0.3% YoY เป็น 931 ล้านบาท** โดยยอดขายส่งออกเติบโตโดดเด่นถึง 62%
* **ยอดขายอาหารปลา Q2/69 ลดลง 7.7% YoY เป็น 420 ล้านบาท** จากการแข่งขันรุนแรงและราคาปลานิลต่ำ
* **ยอดขายอาหารสัตว์บก Q2/69 โต 10.7% YoY เป็น 82 ล้านบาท** จากความต้องการบริโภคในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น
* **บริษัทฯ ได้รับการรับรอง Halal Certification สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารกุ้งและอาหารปลา** ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดส่งออกสู่กลุ่มประเทศมุสลิม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 TFM มีรายได้จากการขาย 1,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% QoQ แต่ลดลง 1.4% YoY โดยยอดขายอาหารกุ้งเติบโตเล็กน้อย 0.3% YoY ขณะที่อาหารปลาลดลง 7.7% YoY และอาหารสัตว์บกเติบโต 10.7% YoY กำไรขั้นต้นลดลง 24.0% YoY มาอยู่ที่ 257 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22.9% เป็น 17.7% YoY แม้ว่าค่าใช้จ่ายขายและบริหารจะทรงตัวและค่าใช้จ่ายภาษีลดลง แต่กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 161 ล้านบาท ลดลง 17.0% YoY อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น โดยรายได้เพิ่มขึ้น 9.8% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9.0%
## โอกาส
* **การขยายตลาดส่งออก:** การได้รับการรับรอง Halal Certification ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดกลุ่มประเทศมุสลิม โดยเฉพาะตะวันออกกลาง
* **การเติบโตของอาหารกุ้งและอาหารสัตว์บก:** ยอดขายอาหารกุ้งส่งออกเติบโตโดดเด่น และอาหารสัตว์บกยังคงเติบโตได้ดีจากความต้องการในประเทศ
* **การฟื้นตัวของตลาดอาหารปลา:** คาดว่าราคาปลานิลที่ปรับตัวดีขึ้นจะช่วยสนับสนุนความต้องการอาหารปลาในระยะถัดไป
* **การขยายตลาดอาหารกบ:** เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการเติบโตเพื่อชดเชยตลาดอาหารปลาบางประเภทที่ชะลอตัว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** ทั้งในตลาดอาหารปลาและอาหารกุ้ง โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย
* **สภาวะตลาดผลผลิตปลายทาง:** ราคาผลผลิตปลายทางอยู่ในระดับต่ำอาจส่งผลให้เกษตรกรชะลอการเลี้ยง หรือหันไปใช้อาหารสัตว์คุณภาพต่ำ
* **การชะลอตัวของอุตสาหกรรมกุ้ง:** การลงลูกกุ้งในบางพื้นที่ล่าช้ากว่าปกติเนื่องจากราคากุ้งอยู่ในระดับต่ำ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาปลาป่น:** จะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ และบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านไปยังราคาขายได้มากน้อยเพียงใด
* **การเติบโตของยอดขายส่งออกอาหารกุ้ง:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตที่โดดเด่นได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การฟื้นตัวของตลาดอาหารปลา:** สัญญาณการฟื้นตัวจากการปรับขึ้นของราคาปลานิลจะส่งผลต่อยอดขายได้จริงหรือไม่
* **ความคืบหน้าโครงการโรงงานใหม่ในเอกวาดอร์:** ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการลงทุนในปี 2569
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **อาหารกุ้ง:** ยอดขายเติบโต 0.3% YoY เป็น 931 ล้านบาท แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมกุ้งไทยยังเผชิญแรงกดดันจากราคาต่ำ แต่การเติบโตของยอดขายส่งออกที่สูงถึง 62% YoY เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยชดเชยยอดขายในประเทศอินโดนีเซียที่อ่อนตัวลง อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.8% ลดลง YoY และ QoQ จากต้นทุนปลาป่นที่สูงขึ้น
* **อาหารปลา:** ยอดขายลดลง 7.7% YoY เป็น 420 ล้านบาท จากการแข่งขันรุนแรงในกลุ่มปลากะพง และการชะลอตัวของตลาดอาหารปลาอื่นเนื่องจากราคาปลานิลต่ำ อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณฟื้นตัวจากราคาปลานิลที่ปรับดีขึ้น และการขยายตลาดอาหารกบ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.3% ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ YoY และ QoQ จากต้นทุนปลาป่น
* **อาหารสัตว์บก:** ยอดขายเติบโต 10.7% YoY เป็น 82 ล้านบาท จากความต้องการบริโภคในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ปริมาณขายจะลดลงเล็กน้อยจากการขายเงินลงทุนในบริษัทที่ปากีสถาน อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.1% ใกล้เคียงปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 3,663 ล้านบาท ลดลง 4.3% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากการลดลงของเงินลงทุนระยะสั้นและลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 972 ล้านบาท ลดลง 14.0% จากการลดลงของเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,692 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2568 สำหรับงวดหกเดือนแรก บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 125 ล้านบาท และจากกิจกรรมลงทุน 338 ล้านบาท โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นงวด 813 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TFM ในไตรมาส 2 ปี 2569 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนปลาป่นที่พุ่งสูง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายจะฟื้นตัวได้ดีเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าจากปัจจัยฤดูกาล และบริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี อย่างไรก็ตาม โอกาสในการขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะจากมาตรฐานฮาลาล และการเติบโตของกลุ่มอาหารกุ้งและอาหารสัตว์บก จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันที่รุนแรง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
1,649.04
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
364.90
ล้านบาท
↑ 24.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.13
%
กำไรสุทธิ
184.33
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.18
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
365
↑ + 24.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
29.00
ROA (%)
20.93
Book Value/หุ้น
2.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-216.20
+252.06%
|
-61.41
+121.94%
|
-27.67
-85.52%
|
-191.08
-341.23%
|
79.21
-85.93%
|
563.04
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.19
+170.09%
|
43.39
-120.61%
|
-210.48
-5.57%
|
-222.90
+204.55%
|
-73.19
-76.94%
|
-317.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
408.41
+6,192.91%
|
6.49
-110.22%
|
-63.49
-61.66%
|
-165.60
-147.38%
|
349.52
-267.81%
|
-208.28
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
309.40
-2,962.16%
|
-10.81
-96.42%
|
-301.65
+0.32%
|
-300.69
-233.00%
|
226.09
+504.84%
|
37.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.29%
|
92.25
+83.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
654.19
-39.15%
|
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.28%
|