บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6% จากปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้นที่ ฟื้นตัวขึ้นตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 7.0% ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2566 บริษัทได้มีการบันทึกรายการพิเศษที่ เกิดจากการตัดจําหน่าย ฟาร์มทดลองที่จังหวัดตรัง เป็น ค่าใช้จ่ายอื่น จํานวน 20.0 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8349 out_tok=2909 at=2026-07-26T07:51:19 -->
# TFM Q3/2565 กำไรสุทธิฟื้นตัว QoQ รับอานิสงส์ปรับพอร์ตสินค้า-คุมต้นทุน
## รายได้-กำไรปรับตามราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์การขาย ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและปรับพอร์ตสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มียอดขายรวม 1,371.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้กำไรสุทธิจะลดลง 17.1% YoY อยู่ที่ 57.6 ล้านบาท แต่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ 70.8% QoQ โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับพอร์ตสินค้าและการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TFM ในไตรมาส 3/2565 คือ **การฟื้นตัวของกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)** โดยกำไรขั้นต้นกลับมาอยู่ที่ 11.1% เพิ่มขึ้นจาก 7.2% ในไตรมาส 2/2565 และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 70.8% QoQ อยู่ที่ 57.6 ล้านบาท แม้ว่าเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) กำไรสุทธิจะลดลง 17.1% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของผลประกอบการเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เกิดจาก **การปรับพอร์ตสินค้าในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารปลาที่เน้นสินค้าคุณภาพสูงราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 28.0% แม้ปริมาณขายจะลดลง นอกจากนี้ **การบริหารต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ** ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรขั้นต้นให้ฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การลดลงของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) เป็นผลมาจาก **ราคาวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น** ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 2.8% YoY และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น 32.4% YoY** ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อย และค่าใช้จ่ายด้านผลประโยชน์พนักงาน รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุว่าการปรับพอร์ตสินค้าในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น และมีการบริหารต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สามารถส่งผลต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวนี้ยังคงต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น กากถั่วเหลืองและปลาป่น ที่แม้จะมีแนวโน้มลดลงในบางช่วง แต่ราคาเฉลี่ย 9 เดือนแรกของปี 2565 ยังคงสูงกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นก็เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 1,371.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% YoY และ 7.5% QoQ** จากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่สูงขึ้นและการปรับพอร์ตสินค้า
* **กำไรขั้นต้น 152.9 ล้านบาท ลดลง 1.2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 65.7% QoQ** อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ 11.1% จาก 7.2% ในไตรมาสก่อนหน้า
* **กำไรสุทธิ 57.6 ล้านบาท ลดลง 17.1% YoY แต่เพิ่มขึ้น 70.8% QoQ** สะท้อนการฟื้นตัวจากการบริหารต้นทุนและปรับพอร์ตสินค้า
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 32.4% YoY** จากการรับรู้ค่าใช้จ่ายในต่างประเทศและค่าใช้จ่ายพนักงาน
* **ปริมาณการขายอาหารกุ้งเพิ่มขึ้น 17.2% YoY** ขณะที่อาหารปลาและอาหารสัตว์บกลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
TFM รายงานรายได้จากการขายในไตรมาส 3/2565 จำนวน 1,371.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่สูงขึ้นตามอุตสาหกรรมและการปรับพอร์ตสินค้า ในขณะที่ปริมาณการขายโดยรวมลดลงเล็กน้อย 3.5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 8.0% QoQ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารกุ้งและปลากะพง
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 152.9 ล้านบาท ลดลง 1.2% YoY แต่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 65.7% QoQ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ 11.1% ใกล้เคียงระดับ 11.5% ในปีก่อนหน้า การฟื้นตัวนี้เป็นผลมาจากการปรับพอร์ตสินค้าและการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ 57.6 ล้านบาท ลดลง 17.1% YoY เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 32.4% YoY แต่ฟื้นตัวขึ้น 70.8% QoQ จากการปรับพอร์ตสินค้าและการควบคุมต้นทุน
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดอาหารสัตว์น้ำ:** สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยคาดการณ์ว่าความต้องการอาหารสัตว์น้ำจะเติบโตขึ้น โดยเฉพาะอาหารกุ้งที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8.0% และอาหารปลาเพิ่มขึ้น 3.8% ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด
* **การปรับพอร์ตสินค้า:** กลยุทธ์การปรับพอร์ตสินค้าไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงขึ้นและมีคุณภาพดี เช่น อาหารปลากะพง จะช่วยเพิ่มราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารต้นทุนการผลิต:** ความสามารถในการบริหารต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น กากถั่วเหลือง ปลาป่น และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยังคงมีความผันผวนและมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การรับรู้ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเสื่อมราคา อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและราคาขาย
* **โรคระบาดในสัตว์:** การระบาดของโรคในสัตว์ เช่น โรคในสุกร อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการอาหารสัตว์โดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก:** ติดตามการเคลื่อนไหวของราคากากถั่วเหลือง ปลาป่น และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ว่าจะปรับตัวลดลงหรือทรงตัวในระดับสูง
* **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน:** ประเมินความสามารถของบริษัทในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **การเติบโตของยอดขายในกลุ่มอาหารสัตว์น้ำ:** จับตาการเติบโตของยอดขายอาหารกุ้งและอาหารปลา ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตดี
* **ผลกระทบจากการปรับพอร์ตสินค้า:** ประเมินผลลัพธ์ของการปรับพอร์ตสินค้าต่อรายได้และอัตรากำไรในระยะยาว
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อ:** ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **รายได้จากการขายอาหารกุ้ง:** เติบโต 5.1% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 17.2% แม้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลง 10.3%
* **รายได้จากการขายอาหารปลา:** เติบโต 3.2% YoY จากการปรับพอร์ตสินค้าและราคาขายที่สูงขึ้น 28.0% แม้ปริมาณขายลดลง 19.4%
* **รายได้จากการขายอาหารสัตว์บก:** ลดลง 4.7% YoY จากการปรับพอร์ตสินค้าและปริมาณขายที่ลดลง 17.3%
* **ราคาวัตถุดิบ:** กากถั่วเหลืองลดลง 1.0% QoQ แต่ราคาเฉลี่ย 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 16.0% YoY, ปลาป่นเพิ่มขึ้น 1.8% QoQ และราคาเฉลี่ย 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 10.8% YoY, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลง 11.3% QoQ แต่ราคาเฉลี่ย 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 17.7% YoY, แป้งสาลีเพิ่มขึ้น 4.8% QoQ และราคาเฉลี่ย 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 34.5% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,567.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากสิ้นปี โดยหลักมาจากสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,155.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% จากสิ้นปี ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน เช่น เงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,412.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% จากสิ้นปี แม้มีการจ่ายเงินปันผลรวม 100 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรก
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกอยู่ที่ 65.3 ล้านบาท โดยมี EBITDA 242.8 ล้านบาท เงินทุนสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 77.3 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเบิกถอนเงินลงทุนระยะสั้นที่ครบกำหนด และการลงทุนในสายการผลิตอาหารกุ้งและระบบบำบัดน้ำเสีย
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน -17.9 ล้านบาท เป็นผลจากการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น แต่ถูกหักล้างด้วยการเบิกถอนเงินกู้ยืมระยะยาวและระยะสั้น รวมถึงการรับเงินทุนจากการชำระค่าหุ้นสามัญของผู้ถือหุ้นในบริษัทย่อย
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.5 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.0 เท่าในปีก่อนหน้า อัตราผลตอบแทนต่อเงินทุน (ROCE) อยู่ที่ 5.9% ลดลงจาก 17.2% ในปีก่อนหน้า อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 8.2% ลดลงจาก 21.4% และอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ROA) อยู่ที่ 4.0% ลดลงจาก 9.8%
## สรุปท้าย
TFM ในไตรมาส 3/2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการปรับพอร์ตสินค้าและการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยหนุนกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิให้กลับมาเติบโตได้ แม้ว่าภาพรวม YoY จะยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากแนวโน้มตลาดอาหารสัตว์น้ำที่สดใส แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
1,649.04
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
364.90
ล้านบาท
↑ 24.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.13
%
กำไรสุทธิ
184.33
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.18
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
365
↑ + 24.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
29.00
ROA (%)
20.93
Book Value/หุ้น
2.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-216.20
+252.06%
|
-61.41
+121.94%
|
-27.67
-85.52%
|
-191.08
-341.23%
|
79.21
-85.93%
|
563.04
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.19
+170.09%
|
43.39
-120.61%
|
-210.48
-5.57%
|
-222.90
+204.55%
|
-73.19
-76.94%
|
-317.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
408.41
+6,192.91%
|
6.49
-110.22%
|
-63.49
-61.66%
|
-165.60
-147.38%
|
349.52
-267.81%
|
-208.28
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
309.40
-2,962.16%
|
-10.81
-96.42%
|
-301.65
+0.32%
|
-300.69
-233.00%
|
226.09
+504.84%
|
37.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.29%
|
92.25
+83.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
654.19
-39.15%
|
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.28%
|