บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6% จากปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้นที่ ฟื้นตัวขึ้นตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 7.0% ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2566 บริษัทได้มีการบันทึกรายการพิเศษที่ เกิดจากการตัดจําหน่าย ฟาร์มทดลองที่จังหวัดตรัง เป็น ค่าใช้จ่ายอื่น จํานวน 20.0 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8330 out_tok=2778 at=2026-07-26T08:05:17 -->
TFM กำไรสุทธิ Q2/65 หดตัว 29.9% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน GPM
รายได้และกำไรสุทธิ TFM ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อย่างมีนัยยะสำคัญ ขณะที่ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการปรับพอร์ตสินค้าเพื่อบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TFM ในไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลง 29.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ** จาก 9.4% ในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 7.2% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงเพียง 7.6% แต่การหดตัวของ GPM ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลง 29.2%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ GPM ลดลง คือ **ราคาวัตถุดิบหลักที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ตามสถานการณ์ราคาโภคภัณฑ์ในตลาดโลก โดยเฉพาะกากถั่วเหลือง ปลาป่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และแป้งสาลี ที่มีราคาเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 เมื่อเทียบกับปี 2564 แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการปรับพอร์ตสินค้าในกลุ่มอาหารปลาและอาหารสัตว์บกบางชนิด และราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยในบางผลิตภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด นอกจากนี้ การบันทึกรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวน 14.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษ ยังส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาวัตถุดิบจะยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ฝ่ายจัดการได้มีการปรับพอร์ตสินค้าเพื่อมุ่งเน้นกลุ่มสินค้าที่มีกำไร และมีการปรับราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยในบางผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด รวมถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุนและปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย** ในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 1,276.0 ล้านบาท ลดลง 7.6% YoY แต่เพิ่มขึ้น 25.9% QoQ
* **กำไรขั้นต้น** อยู่ที่ 92.3 ล้านบาท ลดลง 29.2% YoY และ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ลดลงจาก 9.4% เหลือ 7.2%
* **กำไรสุทธิ** อยู่ที่ 33.7 ล้านบาท ลดลง 29.9% YoY
* มีการบันทึก **รายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี** จำนวน 14.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษ
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลัก** เช่น กากถั่วเหลือง ปลาป่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และแป้งสาลี ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 1,276.0 ล้านบาท ลดลง 7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากปริมาณการขายอาหารสัตว์ที่ลดลง 10.1% จากการปรับพอร์ตสินค้าในกลุ่มอาหารปลาและอาหารสัตว์บก อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 25.9% จากปริมาณการขายอาหารที่เพิ่มขึ้น 18.2% โดยเฉพาะอาหารกุ้งและอาหารปลา
ในด้านความสามารถในการทำกำไร กำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้อยู่ที่ 92.3 ล้านบาท ลดลง 29.2% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 9.4% ในปีก่อนหน้า เหลือ 7.2% ซึ่งเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบหลักที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 7.6% YoY เนื่องจากปีก่อนมีการรับรู้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้น IPO
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 33.7 ล้านบาท ลดลง 29.9% YoY โดยหากไม่รวมรายการพิเศษจากการตั้งสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีของบริษัทย่อยในต่างประเทศจำนวน 14.5 ล้านบาท กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติจะอยู่ที่ประมาณ 19.2 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของอาหารสัตว์น้ำ:** สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยคาดการณ์ว่าความต้องการอาหารสัตว์น้ำจะเติบโต โดยเฉพาะอาหารกุ้งที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8.0% และอาหารปลาเพิ่มขึ้น 3.8% ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ
* **การปรับพอร์ตสินค้า:** ฝ่ายจัดการมีการปรับพอร์ตสินค้า โดยมุ่งเน้นกลุ่มสินค้าที่สามารถทำกำไรได้ดีขึ้นภายใต้สภาวะราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย:** ในบางผลิตภัณฑ์ เช่น อาหารปลาและอาหารสัตว์บก มีการปรับราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้บางส่วน
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนและสูงขึ้น:** ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น กากถั่วเหลือง ปลาป่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และแป้งสาลี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจจำกัดความสามารถในการผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** ปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของค่าเงิน และภาวะเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และต้นทุนการผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น กากถั่วเหลือง ปลาป่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และแป้งสาลี ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลงในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย:** ประเมินความสามารถของบริษัทฯ ในการควบคุมต้นทุนการผลิต และการปรับราคาขายให้เหมาะสมเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในต่างประเทศ:** ติดตามผลการดำเนินงานและแนวโน้มการฟื้นตัวของบริษัทย่อยในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการตั้งสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
* **การปรับพอร์ตสินค้า:** สังเกตการณ์ว่าการปรับพอร์ตสินค้าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **รายได้จากการขายอาหารกุ้ง:** ลดลง 1.9% YoY แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 7.4% แต่ราคาขายเฉลี่ยลดลง 8.7% อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้เพิ่มขึ้น 35.6% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 31.8% และราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น 2.8% โดยบริษัท PT-Thai Union Kharima Lestari (TUKL) มียอดขายเพิ่มขึ้น 55.2% QoQ
* **รายได้จากการขายอาหารปลา:** ลดลง 9.8% YoY จากปริมาณขายที่ลดลง 26.0% จากการปรับพอร์ตสินค้า แต่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 21.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้เพิ่มขึ้น 18.2% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 10.7% จากการเพิ่มขึ้นของอาหารปลาของบริษัท AMG-Thaunion Feedmill Private Limited (AMG-TFM) ซึ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเพาะเลี้ยงปลา
* **รายได้จากการขายอาหารสัตว์บก:** ลดลง 6.9% YoY เนื่องจากการปรับพอร์ตสินค้า โดยมุ่งเน้นกลุ่มสินค้าที่ทำกำไรได้ดีขึ้น ส่งผลให้ปริมาณขายลดลง 20.3% แต่ราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8.1% QoQ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาเฉลี่ยของกากถั่วเหลืองในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 เพิ่มขึ้น 14.1% YoY, ปลาป่นเพิ่มขึ้น 7.7% YoY, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น 16.6% YoY และแป้งสาลีเพิ่มขึ้น 31.1% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม** ณ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 3,505.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จากสิ้นปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน (ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงเหลือ)
* **หนี้สินรวม** เพิ่มขึ้น 22.4% จากสิ้นปีที่ผ่านมา เป็น 1,151.1 ล้านบาท หลักๆ มาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้า และเงินกู้ยืมระยะสั้น) ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น และการเบิกใช้เงินกู้ยืมระยะยาวของ TUKL จำนวน 34.5 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น** ลดลง 2.0% จากสิ้นปีที่ผ่านมา เป็น 2,354.6 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลในเดือนพฤษภาคมจำนวน 75.0 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน** ในครึ่งปีแรกของปี 2565 อยู่ที่ 128.2 ล้านบาท
* **เงินทุนสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน** จำนวน 156.4 ล้านบาท จากการเบิกถอนเงินลงทุนระยะสั้น และการลงทุนเพิ่มเติมในสินทรัพย์ถาวรของบริษัทย่อย
* **เงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงิน** จำนวน 5.7 ล้านบาท หลักๆ มาจากการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น และการเบิกถอนเงินกู้ยืมระยะยาว/ระยะสั้น
## สรุปท้าย
TFM เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2565 หดตัวลงอย่างมีนัยยะ และกระทบต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 29.9% YoY แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการปรับพอร์ตสินค้าและราคาขายเพื่อบรรเทาผลกระทบ แต่แนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ยังคงผันผวนและความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำมีแนวโน้มเติบโต ซึ่งเป็นโอกาสที่บริษัทฯ จะสามารถใช้ประโยชน์จากการปรับกลยุทธ์เพื่อฟื้นฟูความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
1,649.04
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
364.90
ล้านบาท
↑ 24.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.13
%
กำไรสุทธิ
184.33
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.18
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
365
↑ + 24.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
29.00
ROA (%)
20.93
Book Value/หุ้น
2.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-216.20
+252.06%
|
-61.41
+121.94%
|
-27.67
-85.52%
|
-191.08
-341.23%
|
79.21
-85.93%
|
563.04
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.19
+170.09%
|
43.39
-120.61%
|
-210.48
-5.57%
|
-222.90
+204.55%
|
-73.19
-76.94%
|
-317.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
408.41
+6,192.91%
|
6.49
-110.22%
|
-63.49
-61.66%
|
-165.60
-147.38%
|
349.52
-267.81%
|
-208.28
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
309.40
-2,962.16%
|
-10.81
-96.42%
|
-301.65
+0.32%
|
-300.69
-233.00%
|
226.09
+504.84%
|
37.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.29%
|
92.25
+83.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
654.19
-39.15%
|
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.28%
|