บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6% จากปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้นที่ ฟื้นตัวขึ้นตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 7.0% ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2566 บริษัทได้มีการบันทึกรายการพิเศษที่ เกิดจากการตัดจําหน่าย ฟาร์มทดลองที่จังหวัดตรัง เป็น ค่าใช้จ่ายอื่น จํานวน 20.0 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7762 out_tok=3427 at=2026-07-26T07:41:46 -->
# TFM Q3/2564 กำไรสุทธิฟื้นตัว QoQ รับ GPM ดีขึ้น แต่ยังหด YoY จากต้นทุนวัตถุดิบ
## รายได้-กำไร Q3/2564 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า หลังคุมต้นทุนและเน้นสินค้ากำไรสูง ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนยังเผชิญแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบ
บริษัท ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 72.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงลดลง 47.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวจากการบริหารจัดการต้นทุนและเน้นผลิตภัณฑ์กำไรสูง ควบคู่ไปกับราคาวัตถุดิบคงตัวในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 กำไรสุทธิยังคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของ TFM ในไตรมาส 3/2564 ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 11.5% จาก 9.4% ในไตรมาส 2/2564 คือ **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและการเน้นทำตลาดผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง** ซึ่งส่งผลให้ GPM ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) กำไรสุทธิยังคงลดลง 47.8% เนื่องจาก **ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2564** ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การฟื้นตัวของ GPM ในไตรมาส 3/2564 มาจากการ **เน้นทำตลาดผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง** ควบคู่ไปกับการ **ปรับสูตรการผลิตให้มีต้นทุนที่ต่ำลงในขณะที่ยังคงคุณภาพของสินค้า** นอกจากนี้ ราคาวัตถุดิบทรงตัวในไตรมาสนี้ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยไม่ปรับตัวสูงขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ในทางกลับกัน สาเหตุที่กำไรสุทธิ YoY ลดลง มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 23.1%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 17.7% และ **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น** โดยราคาเฉลี่ยของกากถั่วเหลืองในช่วง 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 36.3%, ราคาปลาป่นเพิ่มขึ้น 5.6% และราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 4.6% YoY
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของการฟื้นตัวของ GPM แต่ยังต้องจับตาต้นทุนวัตถุดิบ** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการเน้นผลิตภัณฑ์กำไรสูงและการควบคุมต้นทุน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น กากถั่วเหลืองและปลาป่น ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันต่อ GPM และกำไรสุทธิในอนาคต หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q3/2564 เติบโต 15.2% YoY** แตะ 1,340.6 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากอาหารสัตว์บกที่เติบโต 67.2% และอาหารปลา 18.6% แม้ว่าอาหารกุ้งจะเติบโตเพียง 7.7%
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 อยู่ที่ 72.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.0% QoQ** แต่ลดลง 47.8% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นตัวสู่ 11.5%** จาก 9.4% ในไตรมาส 2/2564 จากการเน้นสินค้ากำไรสูงและการควบคุมต้นทุน
* **ต้นทุนขาย Q3/2564 เพิ่มขึ้น 23.1% YoY** เป็น 1,185.8 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 4.5% YoY** เป็น 71.8 ล้านบาท จากการลดลงของค่าตอบแทนพนักงานขายและการสำรองผลประโยชน์
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 75.3% จากสิ้นปี 2563** เป็น 1,781.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
* **อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงมาอยู่ที่ 0.95 เท่า** จาก 1.32 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายในไตรมาส 3 ปี 2564 เท่ากับ 1,340.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของปริมาณการขายอาหารสัตว์บกที่เพิ่มขึ้น 49.4% และอาหารปลาที่เพิ่มขึ้น 32.8% ในขณะที่รายได้จากการขายอาหารกุ้งเพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้จากการขายลดลงเล็กน้อย 2.9% เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงจากการเพิ่มขึ้นของอาหารสัตว์บกที่มีราคาต่อหน่วยต่ำกว่าอาหารกุ้งและอาหารปลา
ต้นทุนขายในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 1,185.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.1% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.2% ใน Q3/2563 เป็น 11.5% ใน Q3/2564 อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.1 Bps จาก 9.4% เป็น 11.5%
กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 72.1 ล้านบาท ลดลง 47.8% YoY แต่เพิ่มขึ้น 56.0% QoQ โดยมีปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง YoY แต่ฟื้นตัว QoQ ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 4.5% YoY
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 3,678.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7% YoY แต่มีกำไรสุทธิ 172.5 ล้านบาท ลดลง 49.3% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดอาหารสัตว์บก:** การมุ่งเน้นอาหารสุกรซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรที่ดี ส่งผลให้รายได้จากอาหารสัตว์บกเติบโตสูงถึง 67.2% YoY
* **การเติบโตของตลาดอาหารปลา:** รายได้จากการขายอาหารปลาเติบโต 18.6% YoY โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในปากีสถาน
* **แนวโน้มความต้องการอาหารสัตว์เติบโต:** สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยคาดการณ์ความต้องการอาหารสัตว์จะเติบโต 1.0% โดยเฉพาะสัตว์น้ำที่คาดว่าจะเติบโต 6.1% ซึ่งจะประกอบด้วยความต้องการอาหารกุ้งเติบโต 11.1% และปลา 1.9%
* **การปรับสูตรและควบคุมต้นทุน:** ความสามารถในการปรับสูตรการผลิตให้มีต้นทุนต่ำลงโดยยังคงคุณภาพสินค้า จะช่วยรักษา GPM ได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น กากถั่วเหลือง ปลาป่น และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การลดลงของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ:** ในปี 2563 ปริมาณการเพาะเลี้ยงกุ้งและปลาลดลง 5.3% ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณความต้องการอาหารสัตว์น้ำในระยะยาว
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 75.3% จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว ซึ่งอาจเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงิน
* **อัตราส่วนสภาพคล่องลดลง:** อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงมาอยู่ที่ 0.95 เท่า ซึ่งต่ำกว่า 1 เท่า อาจบ่งชี้ถึงความท้าทายในการบริหารจัดการสภาพคล่องในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก:** ติดตามการเคลื่อนไหวของราคากากถั่วเหลือง ปลาป่น และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ว่าจะยังคงปรับตัวสูงขึ้น หรือมีแนวโน้มทรงตัว/ลดลง
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุนและราคาขาย:** ประสิทธิภาพของบริษัทในการควบคุมต้นทุนการผลิตและปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การเติบโตของอาหารสัตว์บก:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของอาหารสัตว์บก โดยเฉพาะในกลุ่มสุกรที่มีอัตรากำไรดี
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การติดตามภาระต้นทุนทางการเงินจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืม และการบริหารจัดการหนี้สินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
* **การฟื้นตัวของตลาดอาหารกุ้ง:** การเปลี่ยนแปลงของปริมาณการเพาะเลี้ยงกุ้งและแนวโน้มความต้องการอาหารกุ้งในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **Volume และ Product Mix:** รายได้จากการขายอาหารสัตว์บกเติบโตโดดเด่นถึง 67.2% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 49.4% โดยเฉพาะในกลุ่มสุกรที่ให้กำไรดี ขณะที่อาหารปลาเติบโต 18.6% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 32.8% โดยมีปัจจัยหนุนจากตลาดปากีสถาน ส่วนอาหารกุ้งเติบโต 7.7% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 8.8% แต่ปริมาณขายลดลง 1.0% เนื่องจากบริษัทลดการขายสินค้ากลุ่ม Fighting Brand
* **GPM Drivers:** GPM ฟื้นตัว QoQ จาก 9.4% เป็น 11.5% จากการเน้นสินค้ากำไรสูงและการควบคุมต้นทุน แต่ GPM YoY ลดลงจาก 17.2% เป็น 11.5% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น
* **Cost Structure:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 23.1% YoY จากปริมาณขายและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 4.6% YoY
* **Selling & Distribution:** ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 4.5% YoY เป็น 71.8 ล้านบาท จากการลดลงของค่าตอบแทนพนักงานขายและการสำรองผลประโยชน์พนักงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 2,975.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.1% จากสิ้นปี 2563 จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและที่ดินอาคารและอุปกรณ์ (อาคารระหว่างก่อสร้างและเครื่องจักรของ TUKL)
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 75.3% จากสิ้นปี 2563 เป็น 1,781.2 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น (395.0 ล้านบาท) และระยะยาว (201.5 ล้านบาท) รวมถึงเจ้าหนี้การค้า (155.5 ล้านบาท)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 19.4% จากสิ้นปี 2563 เป็น 1,194.6 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล 533.0 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** ใน 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 176.0 ล้านบาท โดยมี EBITDA 281.0 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** ใช้ไป 294.2 ล้านบาท ในการลงทุนที่ดินอาคารและอุปกรณ์ของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย (TUKL)
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** ได้มา 81.7 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืม (586.0 ล้านบาท) และใช้ไปในการจ่ายเงินปันผล (553.0 ล้านบาท)
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** ลดลงจาก 1.32 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.95 เท่า ณ 30 ก.ย. 2564
* **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิ:** เพิ่มขึ้นจาก 0.17 เป็น 0.75
## สรุปท้าย
TFM ในไตรมาส 3/2564 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น QoQ จากการบริหารจัดการต้นทุนและเน้นผลิตภัณฑ์กำไรสูง แม้ว่าภาพรวมกำไรสุทธิจะยังคงลดลง YoY เนื่องจากแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในตลาดอาหารสัตว์บกและอาหารปลา แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการเพิ่มขึ้นของหนี้สินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาอัตรากำไรและผลประกอบการในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
1,649.04
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
364.90
ล้านบาท
↑ 24.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.13
%
กำไรสุทธิ
184.33
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.18
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
365
↑ + 24.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
29.00
ROA (%)
20.93
Book Value/หุ้น
2.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-216.20
+252.06%
|
-61.41
+121.94%
|
-27.67
-85.52%
|
-191.08
-341.23%
|
79.21
-85.93%
|
563.04
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.19
+170.09%
|
43.39
-120.61%
|
-210.48
-5.57%
|
-222.90
+204.55%
|
-73.19
-76.94%
|
-317.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
408.41
+6,192.91%
|
6.49
-110.22%
|
-63.49
-61.66%
|
-165.60
-147.38%
|
349.52
-267.81%
|
-208.28
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
309.40
-2,962.16%
|
-10.81
-96.42%
|
-301.65
+0.32%
|
-300.69
-233.00%
|
226.09
+504.84%
|
37.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.29%
|
92.25
+83.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
654.19
-39.15%
|
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.28%
|