TFM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TFM
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.15
+0.10 (+1.65%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6% จากปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้นที่ ฟื้นตัวขึ้นตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 7.0% ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2566 บริษัทได้มีการบันทึกรายการพิเศษที่ เกิดจากการตัดจําหน่าย ฟาร์มทดลองที่จังหวัดตรัง เป็น ค่าใช้จ่ายอื่น จํานวน 20.0 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7762 out_tok=3427 at=2026-07-26T07:41:46 --> # TFM Q3/2564 กำไรสุทธิฟื้นตัว QoQ รับ GPM ดีขึ้น แต่ยังหด YoY จากต้นทุนวัตถุดิบ ## รายได้-กำไร Q3/2564 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า หลังคุมต้นทุนและเน้นสินค้ากำไรสูง ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนยังเผชิญแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบ บริษัท ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 72.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงลดลง 47.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวจากการบริหารจัดการต้นทุนและเน้นผลิตภัณฑ์กำไรสูง ควบคู่ไปกับราคาวัตถุดิบคงตัวในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 กำไรสุทธิยังคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของ TFM ในไตรมาส 3/2564 ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 11.5% จาก 9.4% ในไตรมาส 2/2564 คือ **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและการเน้นทำตลาดผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง** ซึ่งส่งผลให้ GPM ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) กำไรสุทธิยังคงลดลง 47.8% เนื่องจาก **ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2564** ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายโดยรวม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การฟื้นตัวของ GPM ในไตรมาส 3/2564 มาจากการ **เน้นทำตลาดผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง** ควบคู่ไปกับการ **ปรับสูตรการผลิตให้มีต้นทุนที่ต่ำลงในขณะที่ยังคงคุณภาพของสินค้า** นอกจากนี้ ราคาวัตถุดิบทรงตัวในไตรมาสนี้ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยไม่ปรับตัวสูงขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ในทางกลับกัน สาเหตุที่กำไรสุทธิ YoY ลดลง มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 23.1%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 17.7% และ **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น** โดยราคาเฉลี่ยของกากถั่วเหลืองในช่วง 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 36.3%, ราคาปลาป่นเพิ่มขึ้น 5.6% และราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 4.6% YoY ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของการฟื้นตัวของ GPM แต่ยังต้องจับตาต้นทุนวัตถุดิบ** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการเน้นผลิตภัณฑ์กำไรสูงและการควบคุมต้นทุน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น กากถั่วเหลืองและปลาป่น ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันต่อ GPM และกำไรสุทธิในอนาคต หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้ทั้งหมด ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขาย Q3/2564 เติบโต 15.2% YoY** แตะ 1,340.6 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากอาหารสัตว์บกที่เติบโต 67.2% และอาหารปลา 18.6% แม้ว่าอาหารกุ้งจะเติบโตเพียง 7.7% * **กำไรสุทธิ Q3/2564 อยู่ที่ 72.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.0% QoQ** แต่ลดลง 47.8% YoY * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นตัวสู่ 11.5%** จาก 9.4% ในไตรมาส 2/2564 จากการเน้นสินค้ากำไรสูงและการควบคุมต้นทุน * **ต้นทุนขาย Q3/2564 เพิ่มขึ้น 23.1% YoY** เป็น 1,185.8 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 4.5% YoY** เป็น 71.8 ล้านบาท จากการลดลงของค่าตอบแทนพนักงานขายและการสำรองผลประโยชน์ * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 75.3% จากสิ้นปี 2563** เป็น 1,781.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน * **อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงมาอยู่ที่ 0.95 เท่า** จาก 1.32 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายในไตรมาส 3 ปี 2564 เท่ากับ 1,340.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของปริมาณการขายอาหารสัตว์บกที่เพิ่มขึ้น 49.4% และอาหารปลาที่เพิ่มขึ้น 32.8% ในขณะที่รายได้จากการขายอาหารกุ้งเพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้จากการขายลดลงเล็กน้อย 2.9% เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงจากการเพิ่มขึ้นของอาหารสัตว์บกที่มีราคาต่อหน่วยต่ำกว่าอาหารกุ้งและอาหารปลา ต้นทุนขายในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 1,185.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.1% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.2% ใน Q3/2563 เป็น 11.5% ใน Q3/2564 อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.1 Bps จาก 9.4% เป็น 11.5% กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 72.1 ล้านบาท ลดลง 47.8% YoY แต่เพิ่มขึ้น 56.0% QoQ โดยมีปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง YoY แต่ฟื้นตัว QoQ ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 4.5% YoY สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 3,678.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7% YoY แต่มีกำไรสุทธิ 172.5 ล้านบาท ลดลง 49.3% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดอาหารสัตว์บก:** การมุ่งเน้นอาหารสุกรซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรที่ดี ส่งผลให้รายได้จากอาหารสัตว์บกเติบโตสูงถึง 67.2% YoY * **การเติบโตของตลาดอาหารปลา:** รายได้จากการขายอาหารปลาเติบโต 18.6% YoY โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในปากีสถาน * **แนวโน้มความต้องการอาหารสัตว์เติบโต:** สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยคาดการณ์ความต้องการอาหารสัตว์จะเติบโต 1.0% โดยเฉพาะสัตว์น้ำที่คาดว่าจะเติบโต 6.1% ซึ่งจะประกอบด้วยความต้องการอาหารกุ้งเติบโต 11.1% และปลา 1.9% * **การปรับสูตรและควบคุมต้นทุน:** ความสามารถในการปรับสูตรการผลิตให้มีต้นทุนต่ำลงโดยยังคงคุณภาพสินค้า จะช่วยรักษา GPM ได้ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น กากถั่วเหลือง ปลาป่น และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น * **การลดลงของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ:** ในปี 2563 ปริมาณการเพาะเลี้ยงกุ้งและปลาลดลง 5.3% ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณความต้องการอาหารสัตว์น้ำในระยะยาว * **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 75.3% จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว ซึ่งอาจเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงิน * **อัตราส่วนสภาพคล่องลดลง:** อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงมาอยู่ที่ 0.95 เท่า ซึ่งต่ำกว่า 1 เท่า อาจบ่งชี้ถึงความท้าทายในการบริหารจัดการสภาพคล่องในระยะสั้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก:** ติดตามการเคลื่อนไหวของราคากากถั่วเหลือง ปลาป่น และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ว่าจะยังคงปรับตัวสูงขึ้น หรือมีแนวโน้มทรงตัว/ลดลง * **กลยุทธ์การบริหารต้นทุนและราคาขาย:** ประสิทธิภาพของบริษัทในการควบคุมต้นทุนการผลิตและปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **การเติบโตของอาหารสัตว์บก:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของอาหารสัตว์บก โดยเฉพาะในกลุ่มสุกรที่มีอัตรากำไรดี * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การติดตามภาระต้นทุนทางการเงินจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืม และการบริหารจัดการหนี้สินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม * **การฟื้นตัวของตลาดอาหารกุ้ง:** การเปลี่ยนแปลงของปริมาณการเพาะเลี้ยงกุ้งและแนวโน้มความต้องการอาหารกุ้งในอนาคต ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **Volume และ Product Mix:** รายได้จากการขายอาหารสัตว์บกเติบโตโดดเด่นถึง 67.2% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 49.4% โดยเฉพาะในกลุ่มสุกรที่ให้กำไรดี ขณะที่อาหารปลาเติบโต 18.6% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 32.8% โดยมีปัจจัยหนุนจากตลาดปากีสถาน ส่วนอาหารกุ้งเติบโต 7.7% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 8.8% แต่ปริมาณขายลดลง 1.0% เนื่องจากบริษัทลดการขายสินค้ากลุ่ม Fighting Brand * **GPM Drivers:** GPM ฟื้นตัว QoQ จาก 9.4% เป็น 11.5% จากการเน้นสินค้ากำไรสูงและการควบคุมต้นทุน แต่ GPM YoY ลดลงจาก 17.2% เป็น 11.5% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น * **Cost Structure:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 23.1% YoY จากปริมาณขายและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 4.6% YoY * **Selling & Distribution:** ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 4.5% YoY เป็น 71.8 ล้านบาท จากการลดลงของค่าตอบแทนพนักงานขายและการสำรองผลประโยชน์พนักงาน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 2,975.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.1% จากสิ้นปี 2563 จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและที่ดินอาคารและอุปกรณ์ (อาคารระหว่างก่อสร้างและเครื่องจักรของ TUKL) * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 75.3% จากสิ้นปี 2563 เป็น 1,781.2 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น (395.0 ล้านบาท) และระยะยาว (201.5 ล้านบาท) รวมถึงเจ้าหนี้การค้า (155.5 ล้านบาท) * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 19.4% จากสิ้นปี 2563 เป็น 1,194.6 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล 533.0 ล้านบาท * **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** ใน 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 176.0 ล้านบาท โดยมี EBITDA 281.0 ล้านบาท * **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** ใช้ไป 294.2 ล้านบาท ในการลงทุนที่ดินอาคารและอุปกรณ์ของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย (TUKL) * **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** ได้มา 81.7 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืม (586.0 ล้านบาท) และใช้ไปในการจ่ายเงินปันผล (553.0 ล้านบาท) * **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** ลดลงจาก 1.32 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.95 เท่า ณ 30 ก.ย. 2564 * **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิ:** เพิ่มขึ้นจาก 0.17 เป็น 0.75 ## สรุปท้าย TFM ในไตรมาส 3/2564 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น QoQ จากการบริหารจัดการต้นทุนและเน้นผลิตภัณฑ์กำไรสูง แม้ว่าภาพรวมกำไรสุทธิจะยังคงลดลง YoY เนื่องจากแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในตลาดอาหารสัตว์บกและอาหารปลา แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการเพิ่มขึ้นของหนี้สินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาอัตรากำไรและผลประกอบการในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
1,649.04 ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
364.90 ล้านบาท
↑ 24.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.13 %
กำไรสุทธิ
184.33 ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.18 %
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
365
↑ + 24.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 22.1% YoY
D/E Ratio
0.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,649.04
+13.87%
1,448.22
+12.24%
1,290.33
+3.58%
1,245.73
-40.06%
2,078.24
-51.04%
4,244.47
กำไรขั้นต้น —
364.90
+24.47%
293.17
+135.81%
124.33
+37.79%
90.23
-11.90%
102.41
-70.52%
347.44
-60.84%
ค่าใช้จ่ายรวม —
151.49
+3.76%
146.00
+38.87%
105.13
+38.63%
75.83
-52.66%
160.20
-46.55%
299.72
กำไรสุทธิ —
184.33
+22.10%
150.97
+917.70%
14.83
-12.00%
16.86
-82.04%
93.88
-77.20%
411.69
กำไรต่อหุ้น —
0.18
+21.85%
0.15
+906.67%
0.02
-11.76%
0.02
-81.91%
0.09
-77.18%
0.41
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
+100.00%
-8.46
-937.62%
1.01
+20.24%
0.84
-87.97%
6.98
ROE(%) —
29.00
+28.55%
22.56
+471.14%
3.95
-20.52%
4.97
-58.27%
11.91
-61.37%
30.83
+36.66%
ROA(%) —
20.93
+36.17%
15.37
+580.09%
2.26
-30.03%
3.23
-56.82%
7.48
-58.92%
18.21
+18.48%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.42
+2.44%
0.41
+17.14%
0.35
+12.90%
0.31
-20.51%
0.39
-43.48%
0.69
+68.29%
P/E —
8.50
-11.83%
9.64
-72.64%
35.24
-5.95%
37.47
+336.20%
8.59
8.59
P/BV —
2.53
+57.14%
1.61
+15.00%
1.40
-37.22%
2.23
-7.85%
2.42
2.42
BV —
2.36
-50.63%
4.78
+6.46%
4.49
+1.13%
4.44
+74.80%
2.54
2.54
YIELD(%) —
8.99
+431.95%
1.69
-17.96%
2.06
+35.53%
1.52
-84.43%
9.76
9.76
ราคาหุ้น —
5.95
-22.73%
7.70
+22.22%
6.30
-36.36%
9.90
-28.26%
13.80
+124.39%
6.15
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
22.13
+9.34%
20.24
+109.96%
9.64
+33.15%
7.24
+46.86%
4.93
-39.80%
8.19
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
9.19
-8.83%
10.08
+23.68%
8.15
+33.83%
6.09
-21.01%
7.71
+9.21%
7.06
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
11.18
+7.29%
10.42
+806.09%
1.15
-14.81%
1.35
-70.13%
4.52
-53.40%
9.70
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
29.00
ROA (%)
20.93
Book Value/หุ้น
2.54

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,356.46
-2.46%
2,415.99
+34.67%
1,794.03
+13.88%
1,575.42
-6.89%
1,692.01
+46.45%
1,168.35
+8.14%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,473.15
+2.32%
1,439.72
-5.70%
1,526.67
-6.14%
1,626.50
-1.52%
1,651.55
+22.96%
1,330.14
+14.70%
รวมสินทรัพย์ —
3,829.60
-0.68%
3,855.71
+16.11%
3,320.70
+3.71%
3,201.92
-4.24%
3,343.56
+33.82%
2,498.49
+11.54%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
903.45
+0.68%
897.33
+41.47%
634.30
+2.29%
620.09
+5.15%
589.73
-33.45%
886.13
-7.12%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
226.47
-0.59%
227.82
-2.91%
234.65
+70.26%
137.82
-60.67%
350.40
+170.15%
129.70
-2.01%
รวมหนี้สิน —
1,129.92
+0.42%
1,125.15
+29.48%
868.96
+14.65%
757.91
-19.38%
940.13
-7.45%
1,015.83
-6.50%
รวมส่วนของเจ้าของ —
2,699.68
-1.13%
2,730.56
+11.37%
2,451.74
+0.32%
2,444.01
+1.69%
2,403.44
+62.10%
1,482.65
+28.52%
D/E —
0.42
0.41
0.35
0.31
0.39
0.69
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
29.00
22.56
3.95
4.97
11.91
30.83
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
20.93
15.37
2.26
3.23
7.48
18.21
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.61
2.69
2.83
2.54
2.87
1.32
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
2.10
2.09
2.11
1.63
2.04
0.76
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
50.53
52.72
0.00
0.00
46.22
48.06
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
37.02
39.60
0.00
0.00
42.02
52.09
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
53.01
51.70
0.00
0.00
46.26
53.07
วงจรเงินสด —
34.54
40.63
0.00
0.00
41.98
47.08
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-216.20
+252.06%
-61.41
+121.94%
-27.67
-85.52%
-191.08
-341.23%
79.21
-85.93%
563.04
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
117.19
+170.09%
43.39
-120.61%
-210.48
-5.57%
-222.90
+204.55%
-73.19
-76.94%
-317.37
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
408.41
+6,192.91%
6.49
-110.22%
-63.49
-61.66%
-165.60
-147.38%
349.52
-267.81%
-208.28
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
309.40
-2,962.16%
-10.81
-96.42%
-301.65
+0.32%
-300.69
-233.00%
226.09
+504.84%
37.38
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,075.03
+177.58%
387.28
+134.16%
165.39
-52.25%
346.38
+190.42%
119.27
+29.29%
92.25
+83.36%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
654.19
-39.15%
1,075.03
+177.58%
387.28
+134.16%
165.39
-52.25%
346.38
+190.42%
119.27
+29.28%