บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
6.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6% จากปีที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากําไรขั้นต้นที่ ฟื้นตัวขึ้นตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคงอยู่ในระดับเดิมที่ 7.0% ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2566 บริษัทได้มีการบันทึกรายการพิเศษที่ เกิดจากการตัดจําหน่าย ฟาร์มทดลองที่จังหวัดตรัง เป็น ค่าใช้จ่ายอื่น จํานวน 20.0 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7140 out_tok=2808 at=2026-07-27T13:11:53 -->
# TFM กำไรสุทธิครึ่งปีแรกวูบ 50% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน GPM
## ต้นทุนวัตถุดิบหลักพุ่งสูงกระทบกำไรขั้นต้น ขณะรายได้รวมยังเติบโตได้ดี
บริษัท ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM รายงานผลประกอบการสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 มีกำไรสุทธิ 100.4 ล้านบาท ลดลง 50.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีถึง 20.8% ก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการลดลงของกำไรสุทธิของ TFM ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนขาย โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบหลัก ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) หดตัวลงอย่างมาก** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ถึง 20.8% ก็ตาม โดยกำไรสุทธิลดลง 50.3% จาก 202.0 ล้านบาท เป็น 100.4 ล้านบาท และ GPM ลดลงจาก 17.5% เหลือ 10.2%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายเกิดจากการที่ราคาวัตถุดิบหลัก ได้แก่ กากถั่วเหลือง, ปลาป่น และไก่ป่น ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาเฉลี่ยของกากถั่วเหลืองในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 เพิ่มขึ้น 29.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ราคาเฉลี่ยของปลาป่นเพิ่มขึ้น 3.0% และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น 2.1% แม้ว่าราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะลดลงเล็กน้อยในช่วงปลายไตรมาส 2 แต่ราคาเฉลี่ยยังคงปรับตัวสูงขึ้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบนี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น 8.0% ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเฉลี่ยต่อหน่วย ทำให้ GPM ลดลงอย่างมาก
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 19.8% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าตอบแทนพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ และค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการถูกเรียกเก็บค่าปรับในการนำเข้าเครื่องจักรของ TUKL ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ COVID-19
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด**
เอกสารระบุว่าราคาวัตถุดิบหลัก เช่น กากถั่วเหลืองและปลาป่น มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนและ GPM อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีการปรับตัวลดลงในช่วงปลายไตรมาส 2 ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นในอนาคต การที่ฝ่ายจัดการระบุถึงการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบเป็นสาเหตุหลักของการลดลงของกำไร แสดงให้เห็นว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากราคายังคงอยู่ในระดับสูง แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาวัตถุดิบจะกลับสู่ภาวะปกติได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 20.8%:** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้จากการขาย 2,337.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,935.0 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิลดลง 50.3%:** กำไรสุทธิอยู่ที่ 100.4 ล้านบาท จาก 202.0 ล้านบาทในปีก่อน
* **GPM หดตัวรุนแรง:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.5% เหลือ 10.2% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักสูงขึ้น
* **ปริมาณการขายรวมเพิ่มขึ้น 19.3%:** การเติบโตของปริมาณขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งอาหารกุ้ง อาหารปลา และอาหารสัตว์บก
* **บริษัทย่อยในปากีสถานเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์:** ส่งผลให้ปริมาณการขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 2,337.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายอาหารกุ้ง 14.0%, อาหารปลา 26.2% (รวมการเริ่มดำเนินการของ AGM-TFM ในต่างประเทศ) และอาหารสัตว์บก 17.6% นอกจากนี้ ราคาขายเฉลี่ยของอาหารกุ้งและอาหารสัตว์บกยังปรับตัวสูงขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 31.5% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 29.7% และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 17.5% เหลือ 10.2% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 19.8% ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 58.5% และกำไรสุทธิลดลง 50.3% มาอยู่ที่ 100.4 ล้านบาท
หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) จะอยู่ที่ 80.4 ล้านบาท ลดลง 59.6% จาก 198.9 ล้านบาทในปีก่อน โดยรายการพิเศษในปีนี้คือเครดิตภาษี BOI 20 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 4.8 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของปริมาณการขาย:** บริษัทฯ สามารถเพิ่มปริมาณการขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งอาหารกุ้ง อาหารปลา และอาหารสัตว์บก ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการขยายฐานลูกค้า
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของบริษัทย่อยในปากีสถาน (AGM-TFM) เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และปริมาณการขายในตลาดต่างประเทศ
* **การออกแบรนด์ Fighting Brand:** การมุ่งเน้นตลาดกับกลุ่มลูกค้าที่มากขึ้นสำหรับอาหารกุ้ง ช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย
* **การทำตลาดปลาอื่นๆ:** การปรับกลยุทธ์การตลาดปลาในช่วงที่ความต้องการปลากระพงลดลง ช่วยรักษาปริมาณการขายอาหารปลา
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น กากถั่วเหลือง ปลาป่น และไก่ป่น มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขาย
* **ผลกระทบจาก COVID-19:** สถานการณ์การแพร่ระบาดอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน เช่น การนำเข้าเครื่องจักรของ TUKL ที่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายครั้งเดียว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเสมอ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบ เช่น กากถั่วเหลือง ปลาป่น และไก่ป่น ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลงในไตรมาสถัดไป
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในปากีสถาน:** ประเมินการเติบโตของรายได้และปริมาณการขายจาก AGM-TFM
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** กลยุทธ์ของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตเพื่อรักษา GPM
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น โดยไม่กระทบต่อปริมาณการขาย
* **การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ:** ติดตามภาพรวมอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงกุ้งและปลา ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนอุปสงค์อาหารสัตว์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น กากถั่วเหลืองและปลาป่น ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 โดยราคาเฉลี่ยกากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 29.9% และปลาป่นเพิ่มขึ้น 3.0% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันต้นทุนขายและ GPM
* **ปริมาณการขาย:** ปริมาณการขายรวมเพิ่มขึ้น 19.3% โดยอาหารกุ้งเพิ่มขึ้น 14.0%, อาหารปลาเพิ่มขึ้น 26.2% (รวมการเริ่มดำเนินการของ AGM-TFM) และอาหารสัตว์บกเพิ่มขึ้น 17.6% แสดงถึงการเติบโตของตลาด
* **ราคาขายเฉลี่ย:** ราคาอาหารกุ้งเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.0% จากราคาขายในประเทศที่ปรับตามราคาวัตถุดิบ ส่วนราคาอาหารปลาเฉลี่ยลดลง 19% เนื่องจากสัดส่วนการขายปลากระพงลดลง และราคาอาหารสัตว์บกเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8.9% จากสัดส่วนการขายสุกรที่สูงขึ้น
* **การดำเนินงานในต่างประเทศ:** การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของ AGM-TFM ในปากีสถาน ส่งผลให้ปริมาณการขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 2,985 ตัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,823.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า สินค้าคงคลัง และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (โดยเฉพาะของ TUKL) หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 31.2% เป็น 1,332.5 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% เป็น 1,490.6 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 47.5 ล้านบาท โดยมี EBITDA 164.0 ล้านบาท บริษัทใช้เงินลงทุนสุทธิ 211.4 ล้านบาทในการลงทุนเพิ่มเติมที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ของ TUKL และมีเงินสดสุทธิได้มาจากการจัดหาเงินทุน 81.7 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน แต่มีการจ่ายเงินปันผล 123.0 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.19 เท่า ลดลงจาก 1.32 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 0.17 เป็น 0.35 สะท้อนการพึ่งพาเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
TFM เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักในครึ่งปีแรกของปี 2564 จากราคาวัตถุดิบหลักที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะสามารถรักษาการเติบโตของรายได้จากการขายและปริมาณการขายได้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงการขยายตลาดในต่างประเทศ แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFM ไตรมาส 2/2023
รายได้รวม
1,649.04
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
364.90
ล้านบาท
↑ 24.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.13
%
กำไรสุทธิ
184.33
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.18
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,649
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
365
↑ + 24.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
184
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
29.00
ROA (%)
20.93
Book Value/หุ้น
2.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-216
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-216.20
+252.06%
|
-61.41
+121.94%
|
-27.67
-85.52%
|
-191.08
-341.23%
|
79.21
-85.93%
|
563.04
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.19
+170.09%
|
43.39
-120.61%
|
-210.48
-5.57%
|
-222.90
+204.55%
|
-73.19
-76.94%
|
-317.37
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
408.41
+6,192.91%
|
6.49
-110.22%
|
-63.49
-61.66%
|
-165.60
-147.38%
|
349.52
-267.81%
|
-208.28
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
309.40
-2,962.16%
|
-10.81
-96.42%
|
-301.65
+0.32%
|
-300.69
-233.00%
|
226.09
+504.84%
|
37.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.29%
|
92.25
+83.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
654.19
-39.15%
|
1,075.03
+177.58%
|
387.28
+134.16%
|
165.39
-52.25%
|
346.38
+190.42%
|
119.27
+29.28%
|