บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
1.60
0.01 (0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7991 out_tok=2535 at=2026-07-26T04:10:44 -->
# SHR กำไรสุทธิ Q3/64 ลดลง 6.51% YoY รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้
## รายได้และกำไรสุทธิปรับตัวลดลง YoY และ QoQ จากสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น แต่ภาพรวม 9 เดือนยังเติบโตได้ดี
บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 70.71 ล้านบาท ลดลง 6.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่ลดลง 1.77% เป็นผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ ยังคงมีกำไรสุทธิเติบโต 7.95% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อะมานะฮ์ลิสซิ่ง (AMANAH) มีกำไรสุทธิลดลงในไตรมาส 3 ปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) คือ **ผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้น** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้รวมที่ลดลง 1.77% YoY และ 0.37% QoQ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) ที่เพิ่มขึ้น 26.57% QoQ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2564 ทำให้ภาครัฐต้องออกมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการชำระค่างวดของลูกค้า ทำให้บริษัทฯ ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการพิจารณาสินเชื่อใหม่ ส่งผลให้ยอดธุรกิจไม่เติบโตเท่าที่ควร นอกจากนี้ ลูกค้ามีความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ทำให้บริษัทฯ ต้องตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)
ในส่วนของรายได้ที่ลดลง YoY นั้น เกิดจากรายการหลัก 2 รายการ คือ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ลดลง 26.76% เนื่องจากยอดธุรกิจในไตรมาสนี้ต่ำกว่าไตรมาส 3 ปี 2563 และรายได้อื่น (ส่วนใหญ่มาจากการติดตามลูกหนี้ที่มีคำพิพากษา) ลดลง 4.93%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากที่ระบุในเอกสาร สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 และภาครัฐได้เริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ซึ่งจะสนับสนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาส 4 เริ่มกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าการอนุมัติสินเชื่อใหม่และการชำระค่างวดของลูกค้าในไตรมาส 4 จะเพิ่มขึ้น โดยมองว่าผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบทั้งอุตสาหกรรมและเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 อยู่ที่ 70.71 ล้านบาท** ลดลง 12.26% QoQ และ 6.51% YoY
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 64 อยู่ที่ 230.60 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 7.95% YoY
* **ยอดอนุมัติสินเชื่อใหม่ 9 เดือนแรกปี 64 อยู่ที่ 908 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 13% YoY
* **อัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPF) ณ สิ้น Q3/64 อยู่ที่ 3.95%** เพิ่มขึ้นจาก 3.49% ใน Q2/64 แต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 4%
* **รายได้รวม Q3/64 อยู่ที่ 196.33 ล้านบาท** ลดลง 1.77% YoY และ 0.37% QoQ
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) ลดลง 37.98% YoY** แต่ **เพิ่มขึ้น 26.57% QoQ**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 70.71 ล้านบาท ลดลง 12.26% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และลดลง 6.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 1.77% YoY เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 26.76% และรายได้อื่นลดลง 4.93% ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 3.63% YoY โดยเฉพาะผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 37.98% และต้นทุนทางการเงินลดลง 13.31%
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 230.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดอนุมัติสินเชื่อใหม่ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 908 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 4:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเปิดประเทศ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้การอนุมัติสินเชื่อใหม่และการชำระค่างวดของลูกค้าเพิ่มขึ้น
* **การบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อ:** บริษัทฯ มีการบริหารจัดการและเร่งรัดติดตามสินเชื่ออย่างใกล้ชิด รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้ NPF ยังอยู่ในระดับต่ำ
* **ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง:** การใช้วงเงินสินเชื่อ soft loan จากธนาคารออมสินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า ช่วยลดต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น แต่หากมีการระบาดระลอกใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
* **การเพิ่มขึ้นของ NPF:** แม้ปัจจุบัน NPF จะอยู่ในระดับต่ำ แต่หากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าคาด อาจส่งผลให้ NPF ปรับตัวสูงขึ้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจสินเชื่อมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการอนุมัติสินเชื่อใหม่และการชำระค่างวดของลูกค้าในไตรมาส 4/64
* การเปลี่ยนแปลงของอัตรา NPF และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต
* ผลกระทบจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการหาแหล่งเงินทุนใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากสัญญาเช่าซื้อ:** ในไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 157.33 ล้านบาท ลดลง 1.86% QoQ และเพิ่มขึ้น 0.67% YoY
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** ลดลง 8.94% QoQ และ 26.76% YoY เนื่องจากยอดธุรกิจในไตรมาสนี้และปีก่อนแตกต่างกัน
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** เพิ่มขึ้น 26.57% QoQ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 รุนแรงขึ้น แต่ลดลง 37.98% YoY จากการบริหารจัดการที่ดีขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 2.41% QoQ และ 13.31% YoY จากการใช้วงเงิน soft loan
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,695.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.17% QoQ และ 3.40% YoY โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 82.39% QoQ เพื่อสำรองสำหรับการปล่อยสินเชื่อใหม่ในไตรมาสสุดท้ายของปี
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,046.21 ล้านบาท ลดลง 1.34% QoQ และ 6.04% YoY โดยหนี้สินหลักคือหนี้สถาบันการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินกู้จากธนาคารออมสิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,649.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.48% QoQ และ 18.14% YoY จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.24 เท่า ลดลงจาก 1.31 เท่าในไตรมาสก่อน
## สรุปท้าย
อะมานะฮ์ลิสซิ่ง (AMANAH) เผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิและรายได้รวมปรับตัวลดลงทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อน แม้ว่าการตั้งสำรองหนี้เสียจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่กลับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนถึงความเปราะบางของลูกค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมองว่าสถานการณ์นี้เป็นเพียงชั่วคราว และคาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 4 จะช่วยหนุนการเติบโตของสินเชื่อและการชำระหนี้ได้ดีขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดอนุมัติสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 13% ใน 9 เดือนแรก และ NPF ที่ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งด้วยส่วนของผู้ถือหุ้นที่เติบโตต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SHR ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,725.50
ล้านบาท
↑ 0.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,073.91
ล้านบาท
↑ 6.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.40
%
กำไรสุทธิ
-1,914.40
ล้านบาท
↓ 1399.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-70.24
%
D/E Ratio
1.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,726
↑ + 0.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,074
↑ + 6.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,914
↓ -1399.7%
YoY
D/E Ratio
1.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SHR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.47
ROE (%)
-10.83
ROA (%)
-1.70
Book Value/หุ้น
3.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SHR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-593
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+169
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SHR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-592.50
-26.69%
|
-808.23
-52.93%
|
-1,717.24
+13.92%
|
-1,507.36
-374.24%
|
549.65
-145.17%
|
-1,216.75
-418.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
169.24
+154.00%
|
66.63
-97.62%
|
2,798.68
+521.22%
|
450.51
-76.08%
|
1,883.52
-477.69%
|
-498.70
-87.21%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
54.40
-95.23%
|
1,140.75
+47.79%
|
771.85
-12,509.16%
|
-6.22
-98.88%
|
-555.08
-197.63%
|
568.57
-89.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-388.06
-248.83%
|
260.74
-78.68%
|
1,222.81
+77.80%
|
687.74
-63.38%
|
1,878.08
-263.76%
|
-1,146.88
-165.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,257.45
+1.86%
|
2,216.33
-10.54%
|
2,477.33
+29.45%
|
1,913.75
-23.22%
|
2,492.66
-30.60%
|
3,591.61
+89.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,294.84
-0.18%
|
2,299.06
+3.73%
|
2,216.33
-10.54%
|
2,477.33
+29.45%
|
1,913.75
-23.22%
|
2,492.66
-30.60%
|