บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
1.60
0.01 (0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16668 out_tok=2293 at=2026-07-26T04:38:43 -->
# SHR Q2/2565 รายได้-กำไรฟื้นตัวแรง รับอานิสงส์ท่องเที่ยวโลกคึกคัก
## รายได้-กำไรฟื้นตัวตามการท่องเที่ยวโลกที่กลับมาคึกคัก ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและสภาพคล่องเพื่อรับมือความไม่แน่นอน
บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้จากการขายและบริการเติบโตเกือบ 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในหลายประเทศที่เริ่มกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยว ประกอบกับการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในหลายภูมิภาค
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SHR ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและการให้บริการ** ซึ่งเติบโตขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรมที่สหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิที่เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ส่งผลให้รายได้รวมจากการให้บริการในครึ่งปีแรกปี 2565 อยู่ที่ 3,761.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.2% จากปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากหลายปัจจัยหลัก ได้แก่
* **การกลับมาเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19** ในหลายประเทศ เช่น ประเทศไทย สหราชอาณาจักร หมู่เกาะฟิจิ และมัลดีฟส์ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)** ในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรและหมู่เกาะฟิจิในช่วงไตรมาส 2 ส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ปรับตัวสูงขึ้น
* **การเติบโตของพอร์ตโรงแรมในประเทศไทยและแบรนด์ Outrigger** ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ** แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนการให้บริการต่อรายได้ลดลงจาก 74.5% ในไตรมาส 1 มาอยู่ที่ 68.9% ในไตรมาส 2 เนื่องจากมีการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) จากอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้นในบางพื้นที่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ารายได้จากการขายและการให้บริการจะยังเติบโตได้ต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง เนื่องจากหลายประเทศจะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ประกอบกับการที่ประเทศไทยได้ผ่อนคลายมาตรการและเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ เช่น ราคาพลังงาน อัตราเงินเฟ้อ และความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของตลาดการท่องเที่ยว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและการให้บริการครึ่งปีแรกปี 2565 เติบโต 179.2% YoY** แตะ 3,761.0 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นพลิกกลับมาเป็นบวก** ที่ 1,075.0 ล้านบาท ในงวดครึ่งปีแรกปี 2565 จากขาดทุน 4.7 ล้านบาทในปีก่อน
* **Adjusted EBITDA พลิกจากขาดทุน 74.8 ล้านบาท เป็นกำไร 638.5 ล้านบาท** ในงวดครึ่งปีแรกปี 2565
* **อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) โดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะในฟิจิที่สูงถึง 72.6% ในไตรมาส 2 ปี 2565
* **มีการขายโรงแรม Mercure Burton upon Trent Newton Park ในสหราชอาณาจักร** มูลค่า 2 ล้านปอนด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในงวดครึ่งปีแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 3,761.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในหลายประเทศ และการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในสหราชอาณาจักรและหมู่เกาะฟิจิ ทำให้รายได้จากการขายและการให้บริการของโรงแรมในประเทศไทยและแบรนด์ Outrigger เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ในส่วนของกำไรขั้นต้น พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 1,075.0 ล้านบาท จากเดิมที่ขาดทุน 4.7 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ Adjusted EBITDA พลิกจากขาดทุน 74.8 ล้านบาท มาเป็นกำไร 638.5 ล้านบาท สะท้อนถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการในทุกพอร์ตของโรงแรม
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิที่ 110.9 ล้านบาท แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก** จากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางและการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ
* **การเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)** ในหลายประเทศในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะช่วยหนุนอัตราการเข้าพักและรายได้
* **มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ** ของไทย เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และคนละครึ่ง จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
* **การเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบของจีน** ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก** เช่น ราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **ประเด็นความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซีย** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่อาจส่งผลต่อการชะลอตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
* **การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่** ที่อาจกลับมาส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนเมื่อแปลงเป็นสกุลเงินบาท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ** โดยเฉพาะจากตลาดหลัก เช่น ยุโรป เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก
* **ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน** ต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน
* **ความคืบหน้าของโครงการ SO/ Maldives** ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
* **การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบการเดินทาง** ในแต่ละประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายและการให้บริการ:** เติบโตโดดเด่นในทุกพอร์ตโฟลิโอเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะโรงแรม Outrigger (+1,473.9%) และโรงแรมที่บริษัทฯ บริหารจัดการเอง (+410.7%) ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
* **อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate):** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในฟิจิ (63.6% ใน Q2/2565) และไทย (49.9% ใน Q2/2565)
* **ADR (Average Daily Rate):** มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร (+13.4% QoQ) และมัลดีฟส์ (ADR ครึ่งปีแรก 13,741 บาท)
* **RevPAR (Revenue Per Available Room):** สะท้อนการฟื้นตัวที่ดี โดยในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 50.9% QoQ และในฟิจิเพิ่มขึ้น 91.8% QoQ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 37,047.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จากสิ้นไตรมาสก่อนหน้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 21,050.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 13,876.3 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ที่ 0.87 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
## สรุปท้าย
SHR ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีรายได้และกำไรขั้นต้นที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงาน แต่แนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินการเติบโตในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SHR ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
2,725.50
ล้านบาท
↑ 0.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,073.91
ล้านบาท
↑ 6.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.40
%
กำไรสุทธิ
-1,914.40
ล้านบาท
↓ 1399.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-70.24
%
D/E Ratio
1.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,726
↑ + 0.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,074
↑ + 6.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,914
↓ -1399.7%
YoY
D/E Ratio
1.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SHR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.47
ROE (%)
-10.83
ROA (%)
-1.70
Book Value/หุ้น
3.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SHR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-593
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+169
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SHR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-592.50
-26.69%
|
-808.23
-52.93%
|
-1,717.24
+13.92%
|
-1,507.36
-374.24%
|
549.65
-145.17%
|
-1,216.75
-418.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
169.24
+154.00%
|
66.63
-97.62%
|
2,798.68
+521.22%
|
450.51
-76.08%
|
1,883.52
-477.69%
|
-498.70
-87.21%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
54.40
-95.23%
|
1,140.75
+47.79%
|
771.85
-12,509.16%
|
-6.22
-98.88%
|
-555.08
-197.63%
|
568.57
-89.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-388.06
-248.83%
|
260.74
-78.68%
|
1,222.81
+77.80%
|
687.74
-63.38%
|
1,878.08
-263.76%
|
-1,146.88
-165.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,257.45
+1.86%
|
2,216.33
-10.54%
|
2,477.33
+29.45%
|
1,913.75
-23.22%
|
2,492.66
-30.60%
|
3,591.61
+89.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,294.84
-0.18%
|
2,299.06
+3.73%
|
2,216.33
-10.54%
|
2,477.33
+29.45%
|
1,913.75
-23.22%
|
2,492.66
-30.60%
|