บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.43
+0.03 (+2.14%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8081 out_tok=2829 at=2026-07-25T23:41:33 -->
# PLAT Q3/2565 พลิกขาดทุนน้อยลง รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-คลายล็อกดาวน์
## รายได้ธุรกิจโรงแรม-อาหารพุ่งแรง ขณะที่ธุรกิจเช่าค่อยๆ ฟื้นตัว ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุน
บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PLAT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีผลขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและศูนย์อาหารที่ได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคและการเปิดประเทศ ขณะที่ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้าเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของผู้บริโภค
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PLAT ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น คือ **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากธุรกิจโรงแรมและธุรกิจศูนย์อาหาร** ซึ่งเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 252% ในไตรมาส 3 และ 71% ในงวด 9 เดือน ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิลดลง 16% ในไตรมาส 3 และ 19% ในงวด 9 เดือน (เมื่อรวมรายการพิเศษ) หรือลดลง 72% และ 39% ตามลำดับ (เมื่อไม่รวมรายการพิเศษ)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจาก **การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และนโยบายเปิดประเทศของภาครัฐ** ซึ่งส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ของปี 2565 ทำให้ธุรกิจโรงแรมมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 2,125% ในไตรมาส 3 และ 1,027% ในงวด 9 เดือน ขณะที่ธุรกิจศูนย์อาหารมีรายได้เพิ่มขึ้น 1,850% ในไตรมาส 3 และ 290% ในงวด 9 เดือน
นอกจากนี้ **ธุรกิจการให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้า** ก็มีแนวโน้มค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นเช่นกัน โดยมีรายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 163% ในไตรมาส 3 และ 11% ในงวด 9 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคกลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติมากขึ้น การท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว และบริษัทฯ สามารถทยอยปรับลดอัตราการให้ส่วนลดค่าเช่าแก่ร้านค้าได้
อย่างไรก็ตาม **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 173% เป็น 161 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตัดรายการรายได้ค่าเช่าและค่าบริการค้างรับจำนวน 84 ล้านบาทจากการยกเลิกสัญญาเช่าของผู้เช่ารายหนึ่ง ซึ่งหากไม่รวมรายการพิเศษนี้ ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเพียง 30%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรมและศูนย์อาหาร เนื่องจากมาตรการผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศยังคงมีอยู่ และการท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของธุรกิจเหล่านี้
สำหรับธุรกิจให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้า คาดว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวต่อไปตามภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แต่การกลับมาสู่ระดับก่อนโควิด-19 อาจต้องใช้เวลา นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 พุ่ง 252% YoY** แตะ 271 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและศูนย์อาหาร
* **ขาดทุนสุทธิ Q3/2565 ลดลง 16% YoY** เหลือ 127 ล้านบาท (หากไม่รวมรายการพิเศษ ขาดทุนลดลง 72% เหลือ 43 ล้านบาท)
* **รายได้ธุรกิจโรงแรม Q3/2565 โตกว่า 2,125% YoY** รับอานิสงส์นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น
* **รายได้ธุรกิจศูนย์อาหาร Q3/2565 โตกว่า 1,850% YoY** จากการผ่อนคลายมาตรการและกำลังซื้อที่ฟื้นตัว
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร Q3/2565 เพิ่มขึ้น 173% YoY** เป็น 161 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษจากการตัดหนี้สูญ 84 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194 ล้านบาท หรือ 252% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้เช่าและบริการ 85 ล้านบาท (163%), รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม 85 ล้านบาท (2,125%) และรายได้จากการขายอาหารและเครื่องดื่ม 37 ล้านบาท (1,850%)
ต้นทุนรวมอยู่ที่ 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49 ล้านบาท หรือ 37% โดยต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 17 ล้านบาท (106%) และต้นทุนขายอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 28 ล้านบาท (700%) สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102 ล้านบาท หรือ 173% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการตัดรายการรายได้ค่าเช่าและค่าบริการค้างรับจำนวน 84 ล้านบาทจากการยกเลิกสัญญาเช่าของผู้เช่ารายหนึ่ง หากไม่รวมรายการพิเศษนี้ ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น 30%
ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 127 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 25 ล้านบาท หรือ 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว ผลขาดทุนสุทธิจะลดลง 109 ล้านบาท หรือ 72% เหลือ 43 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 227 ล้านบาท หรือ 71% และมีผลขาดทุนสุทธิ 344 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 80 ล้านบาท หรือ 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมรายการพิเศษ ผลขาดทุนสุทธิจะลดลง 164 ล้านบาท หรือ 39% เหลือ 260 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมและศูนย์อาหาร
* **การกลับมาใช้ชีวิตปกติ:** พฤติกรรมผู้บริโภคที่กลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ช่วยหนุนการจับจ่ายใช้สอยในศูนย์การค้า
* **การบริหารต้นทุน:** บริษัทฯ มีความพยายามในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การขยายธุรกิจ:** มีการลงทุนในโครงการใหม่ เช่น โครงการ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก เฟส 2 และโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท สมุย ซึ่งจะสร้างรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและไทย:** ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรมและศูนย์อาหาร:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาและอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบการเช่าพื้นที่และการใช้บริการ
* **ความเสี่ยงด้านต้นทุน:** ความผันผวนของต้นทุนการดำเนินงาน เช่น ค่าสาธารณูปโภค หรือค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร
* **รายการพิเศษ:** การตัดหนี้สูญจากผู้เช่ารายใหญ่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยว:** การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ธุรกิจโรงแรมและศูนย์อาหาร
* **อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate):** การเพิ่มขึ้นของอัตราการเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าจะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่าเช่า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **ความคืบหน้าโครงการใหม่:** ความคืบหน้าในการก่อสร้างและเปิดดำเนินการของโครงการ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก เฟส 2 และโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท สมุย
* **การปรับลดส่วนลดค่าเช่า:** ความสามารถในการทยอยปรับลดส่วนลดค่าเช่าให้กับผู้เช่าอย่างมีนัยสำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการให้เช่าและบริการ:** แม้จะฟื้นตัว 163% ในไตรมาส 3 แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากการให้ส่วนลดค่าเช่าเพื่อช่วยเหลือผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ สามารถทยอยปรับลดอัตราการให้ส่วนลดได้ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจในศูนย์การค้า
* **รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรม:** เติบโตอย่างก้าวกระโดด 2,125% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีมาก บ่งชี้ถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **ต้นทุนในการให้เช่าและบริการ:** มีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนอื่นๆ ลดลง 23% ในงวด 9 เดือน แม้ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
* **ต้นทุนการประกอบกิจการโรงแรมและต้นทุนขายอาหารและเครื่องดื่ม:** เพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่บริษัทฯ ควบคุมต้นทุนได้ดี โดยต้นทุนเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ต่ำกว่ารายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 11,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงจากการจ่ายชำระค่าก่อสร้างโครงการใหม่ ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการรับรู้ต้นทุนงานระหว่างก่อสร้างโครงการ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก เฟส 2 และโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท สมุย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างโครงการใหม่ และหนี้สินตามสัญญาเช่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 4% เป็น 7,460 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากผลขาดทุนสำหรับงวด
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ของ PLAT สะท้อนการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการกลับมาของธุรกิจโรงแรมและศูนย์อาหารที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเปิดประเทศ ขณะที่ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้าก็เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น แม้จะมีรายการพิเศษที่กระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แต่หากพิจารณาเฉพาะการดำเนินงานปกติ บริษัทฯ สามารถลดผลขาดทุนลงได้อย่างมีนัยสำคัญ การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและความคืบหน้าของโครงการใหม่เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินการเติบโตในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันในอุตสาหกรรม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PLAT ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
678.36
ล้านบาท
↓ 5.3% YoY
กำไรขั้นต้น
327.09
ล้านบาท
↓ 12.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
48.22
%
กำไรสุทธิ
108.58
ล้านบาท
↓ 25.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.01
%
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
678
↓ -5.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
327
↓ -12.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
109
↓ -25.8%
YoY
D/E Ratio
0.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PLAT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
5.20
ROA (%)
6.42
Book Value/หุ้น
3.08
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PLAT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-431
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+619
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PLAT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-430.91
+11.72%
|
-385.69
+12.17%
|
-343.84
-221.02%
|
284.11
-502.31%
|
-70.62
-71.71%
|
-249.66
-139.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
618.58
-5.35%
|
653.56
+28.64%
|
508.06
+116.22%
|
234.97
-47.96%
|
451.51
-47.89%
|
866.46
-280.04%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
280.15
+39.21%
|
201.24
-171.17%
|
-282.75
-694.01%
|
47.60
-47.59%
|
90.83
-113.05%
|
-695.85
+23.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
467.80
-0.28%
|
469.11
-495.77%
|
-118.53
-120.92%
|
566.68
+20.13%
|
471.72
-696.74%
|
-79.05
-80.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,013.28
+59.98%
|
633.36
-47.09%
|
1,196.94
+89.91%
|
630.26
+347.88%
|
140.72
-35.97%
|
219.77
-64.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
845.31
-16.58%
|
1,013.28
+59.98%
|
633.36
-47.09%
|
1,196.94
+89.91%
|
630.26
+347.88%
|
140.72
-35.97%
|