บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.93
+0.05 (+2.66%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ เพิ่มขึ้น 400.1 ล้านบาท คิดเป็น 32%QoQ และ 249%YoY
บริษัทฯ คาดว่าจะ สามารถรักษาระดับการเติบโตทางรายได้และกําไรไปได้อย่างต่อเนื่อง 1Q/65 ปกติแล้วจะเป็นช่วงเวลาที่ยอดการส่งออกและนําเข้าชะลอตัว เนื่องจากมีเทศกาลหยุดต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีใหม่และ ตรุษจีน บริษัทฯ จึงมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาระดับการเติบโตทางรายได้และกําไรของปี 2565 ไปได้อย่าง ต่อเนื่อง
และสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจทั้งในด้านการสร้างรายได้และกําไรของปี 2565 ให้เติบโตไม่น้อยกว่า 30-35% ได้อย่างแน่นอน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9553 out_tok=2817 at=2026-07-25T19:04:02 -->
# LEO Q3/2566 กำไรสุทธิหด 86% รับผลกระทบค่าระวางเรือ-อากาศดิ่ง แต่ GPM พุ่งแรง
## รายได้รวมวูบ 7% แต่ GPM พุ่งแตะ 35% ฝ่ายบริหารเร่งเครื่องธุรกิจ Non-Freight ชดเชย
บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 325.9 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากค่าระวางเรือและอากาศที่ลดลง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่นมาอยู่ที่ 35% จาก 33% ในไตรมาสก่อน และ 23% ในปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 50.0 ล้านบาท ลดลง 83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ LEO ในไตรมาส 3/2566 คือ **การปรับตัวลดลงอย่างมากของรายได้จากการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางเรือและทางอากาศ** ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทฯ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 86% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 อย่างไรก็ตาม **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตของธุรกิจ Non-Freight** โดยเฉพาะบริการพิธีการศุลกากร และธุรกิจให้เช่าพื้นที่เก็บของขนาดเล็กและรับฝากตู้สินค้า สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน และทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการขนส่งทางเรือและอากาศลดลง** เป็นผลโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว สงครามยูเครน-รัสเซีย และการปรับตัวลดลงของอัตราค่าระวางเรือและอากาศทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศโดยรวม ทำให้รายได้ในส่วนนี้ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
ในทางกลับกัน **อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้น** เกิดจากการที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้จากธุรกิจ Non-Freight ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจ Freight โดยเฉพาะบริการพิธีการศุลกากรที่เติบโตต่อเนื่องถึง 113% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 และธุรกิจให้เช่าพื้นที่เก็บของขนาดเล็ก (Self-Storage) ที่เติบโต 51% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการเก็บสต็อกสินค้าและของใช้ส่วนตัวมากขึ้น รวมถึงการเปิดสาขาใหม่ นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 28% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกปี 2565 เนื่องจากค่าใช้จ่ายเงินจูงใจพนักงานขายและผลตอบแทนพนักงานที่ลดลงตามยอดขาย ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยประคองกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจ Non-Freight ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาส 4/2566 จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขนส่งสินค้าทางรางจากจีน-ลาว การขายสินค้าไปจีนของบริษัท Leo Sourcing & Trading และการเติบโตของธุรกิจ Self-Storage และ Container Depot ซึ่งจะช่วยรักษาและเพิ่มระดับการทำกำไรขั้นต้นได้ นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจเหล่านี้คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2567 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรจากการดำเนินงานโดยรวมของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 อยู่ที่ 325.9 ล้านบาท ลดลง 7% QoQ และ 68% YoY** โดยหลักมาจากค่าระวางเรือและอากาศที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงถึง 35%** เพิ่มขึ้นจาก 33% ใน Q2/2566 และ 23% ใน Q3/2565 สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดีและการเติบโตของธุรกิจ Non-Freight
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 อยู่ที่ 15.0 ล้านบาท ลดลง 13% QoQ และ 86% YoY** โดย 9 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 50.0 ล้านบาท ลดลง 83% YoY
* **ธุรกิจบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร (Integrated Logistics) เติบโตโดดเด่น** โดยเฉพาะบริการพิธีการศุลกากรที่เพิ่มขึ้น 113% YoY
* **ธุรกิจให้เช่าพื้นที่เก็บของขนาดเล็ก (Self-Storage) เติบโต 51% YoY** จากการกลับมาใช้บริการของลูกค้าหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 69% YoY** จากการเตรียมเงินทุนสำหรับโครงการลงทุนใหม่ๆ และโครงการ IRP2
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 3/2566 จำนวน 325.9 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2566 และลดลง 68% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 สาเหตุหลักมาจากอัตราค่าระวางทางเรือและอากาศที่ปรับตัวลดลงทั่วโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี โดยอยู่ที่ 35% ในไตรมาส 3/2566 สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า (33%) และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน (23%)
สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 15.0 ล้านบาท ลดลง 13% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2566 และลดลง 86% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตราค่าระวางที่ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง และเมื่อรวม 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 50.0 ล้านบาท ลดลง 83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ Non-Freight:** บริการพิธีการศุลกากร, ธุรกิจให้เช่าพื้นที่เก็บของขนาดเล็ก (Self-Storage) และธุรกิจรับฝากตู้สินค้า (Container Depot) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
* **รายได้จากการขนส่งสินค้าทางรางจีน-ลาว:** คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2566 และเติบโตต่อเนื่องในปี 2567
* **การขยายธุรกิจ Leo Sourcing & Trading:** การขายสินค้าไปประเทศจีนจะช่วยเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง
* **โครงการ IRP2:** การเตรียมเงินทุนสำหรับโครงการลงทุนใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของค่าระวางเรือและอากาศ:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษัทฯ
* **สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อปริมาณการค้าระหว่างประเทศและปริมาณการขนส่ง
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากการเตรียมเงินทุนสำหรับโครงการลงทุนใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากธุรกิจขนส่งทางรางจีน-ลาว:** จะเป็นปัจจัยสำคัญในการชดเชยรายได้จากธุรกิจ Freight ที่ลดลง
* **การเติบโตของธุรกิจ Self-Storage และ Container Depot:** จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของธุรกิจ Non-Freight
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
* **ความคืบหน้าของโครงการ IRP2:** และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
* **แนวโน้มค่าระวางเรือและอากาศ:** ในช่วงไตรมาส 4/2566 และปี 2567
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางเรือ:** รายได้ลดลง 8% QoQ และ 75% YoY เนื่องจากค่าระวางเรือปรับตัวลดลง
* **การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศ:** รายได้ลดลง 34% QoQ และ 65% YoY เนื่องจากค่าระวางอากาศและการค้าระหว่างประเทศชะลอตัว
* **การบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร:**
* ค่าขนส่งและบริการอื่นที่เกี่ยวข้องลดลง 11% QoQ และ 1% YoY จากปริมาณการขนส่งชะลอตัว
* ค่าบริการด้านพิธีการศุลกากรเพิ่มขึ้น 43% QoQ และ 113% YoY จากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจให้เช่าพื้นที่เก็บของขนาดเล็ก (Self-Storage):** รายได้เพิ่มขึ้น 4% QoQ และ 51% YoY จากการกลับมาใช้บริการของลูกค้า และการเปิดสาขาใหม่
* **ธุรกิจรับฝากและซ่อมตู้คอนเทนเนอร์:** รายได้เพิ่มขึ้น 8% QoQ และ 22% YoY จากปริมาณตู้ที่เข้ามาใช้บริการมากขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,652.5 ล้านบาท ลดลง 62.6 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงสุทธิ 156.8 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 94.2 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 749.6 ล้านบาท ลดลง 52.9 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยเจ้าหนี้การค้าลดลง 97.9 ล้านบาท แต่หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 64.7 ล้านบาท จากหนี้สินตามสัญญาเช่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 902.8 ล้านบาท ลดลง 10.0 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 แม้จะมีกำไรส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้น 54.1 ล้านบาท แต่ถูกหักล้างด้วยการจ่ายปันผล 63.0 ล้านบาท
กระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 27.3 ล้านบาท กระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมลงทุน 72.3 ล้านบาท และกระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงิน 97.4 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดปลายงวดลดลงมาอยู่ที่ 186.5 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.8 เท่า ลดลงจาก 0.9 เท่า ณ สิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
LLEO ในไตรมาส 3/2566 เผชิญความท้าทายจากรายได้หลักที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากภาคการขนส่งทางเรือและอากาศ แต่สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการบริหารจัดการต้นทุนที่แข็งแกร่ง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้น ประกอบกับการเติบโตที่โดดเด่นของธุรกิจ Non-Freight โดยเฉพาะบริการพิธีการศุลกากรและ Self-Storage ซึ่งฝ่ายบริหารคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้และกำไรต่อเนื่องในปี 2567 โดยมีปัจจัยหนุนจากการขนส่งทางรางจีน-ลาว เป็นโอกาสสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าระวางและสภาวะเศรษฐกิจโลก.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LEO ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
299.31
ล้านบาท
↓ 24.9% YoY
กำไรขั้นต้น
94.04
ล้านบาท
↓ 22.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.42
%
กำไรสุทธิ
-7.55
ล้านบาท
↓ 156.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.52
%
D/E Ratio
1.29
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
299
↓ -24.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
94
↓ -22.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-8
↓ -156.6%
YoY
D/E Ratio
1.29
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LEO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.29
ROE (%)
0.99
ROA (%)
1.86
Book Value/หุ้น
2.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LEO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-53
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+28
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LEO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-52.67
-141.51%
|
126.87
+281.11%
|
33.29
-126.28%
|
-126.68
-3,356.56%
|
3.89
-104.65%
|
-83.74
-269.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
27.90
-84.68%
|
182.10
-44.62%
|
328.83
-511.81%
|
-79.85
-66.27%
|
-236.71
-26.50%
|
-322.07
-32,964.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-46.61
-84.68%
|
-304.31
+197.76%
|
-102.20
-175.19%
|
135.93
+18.15%
|
115.05
-69.03%
|
371.48
-1,715.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-72.29
-1,178.96%
|
6.70
-97.43%
|
260.53
-472.35%
|
-69.97
-40.31%
|
-117.23
+241.58%
|
-34.32
-225.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
83.64
-15.89%
|
99.44
-74.04%
|
383.00
+285.35%
|
99.39
+162.66%
|
37.84
-57.83%
|
89.73
+43.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
92.48
+10.57%
|
83.64
-15.89%
|
99.44
-74.04%
|
383.00
+285.35%
|
99.39
+162.66%
|
37.84
-57.83%
|