บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.93
+0.05 (+2.66%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ เพิ่มขึ้น 400.1 ล้านบาท คิดเป็น 32%QoQ และ 249%YoY
บริษัทฯ คาดว่าจะ สามารถรักษาระดับการเติบโตทางรายได้และกําไรไปได้อย่างต่อเนื่อง 1Q/65 ปกติแล้วจะเป็นช่วงเวลาที่ยอดการส่งออกและนําเข้าชะลอตัว เนื่องจากมีเทศกาลหยุดต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีใหม่และ ตรุษจีน บริษัทฯ จึงมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาระดับการเติบโตทางรายได้และกําไรของปี 2565 ไปได้อย่าง ต่อเนื่อง
และสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจทั้งในด้านการสร้างรายได้และกําไรของปี 2565 ให้เติบโตไม่น้อยกว่า 30-35% ได้อย่างแน่นอน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8908 out_tok=2941 at=2026-07-25T20:04:07 -->
# LEO กำไร Q1/2566 ฟื้นตัว QoQ รับแรงหนุนต้นทุนต่ำ-รายได้พิเศษ
## รายได้-กำไร Q1/2566 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แม้ภาพรวม YoY ยังหดตัว เหตุค่าระวางเรือ-อากาศลดลง แต่บริษัทฯ โชว์การบริหารต้นทุนและคาดการณ์ทิศทางตลาดที่ดีขึ้น
บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 19.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แม้รายได้รวมจะลดลง 32% จากผลกระทบค่าระวางขนส่งทั่วโลกลดลง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว พร้อมรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่และการขนส่งทางรางเข้ามาชดเชย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ LEO ในไตรมาส 1/2566 ปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่น คือ **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด ควบคู่ไปกับการปรับตัวขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** โดย GPM เพิ่มขึ้นจาก 26% ในไตรมาส 4/2565 และ 15% ในไตรมาส 1/2565 มาอยู่ที่ 33% ในไตรมาส 1/2566 แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 32% QoQ และ 80% YoY ก็ตาม นอกจากนี้ กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ยังเติบโตถึง 153% QoQ จาก 7.5 ล้านบาท เป็น 19.0 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ GPM สูงขึ้น มาจากการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในการรักษาระดับอัตรากำไรให้สูงขึ้น แม้ว่าค่าระวางขนส่งทางเรือและทางอากาศทั่วโลกจะปรับตัวลดลงอย่างมาก อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและปริมาณการขนส่งโดยรวม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร (SG&A) ให้เหมาะสมกับสัดส่วนยอดขายและกำไรขั้นต้นที่เกิดขึ้น โดยมีการบันทึกการจ่ายเงินจูงใจพนักงานขายลดลงตามสัดส่วนยอดขายที่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการแสดงความเชื่อมั่นว่าในปี 2566 บริษัทฯ จะยังคงรักษาระดับการทำกำไรขั้นต้นและผลประกอบการให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าอัตราค่าระวางและตัวเลขการนำเข้า-ส่งออกของประเทศไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงไตรมาส 1/2566 และเริ่มเห็นการปรับตัวขึ้นของค่าระวางและการเติบโตของการส่งออกในช่วงปลายเดือนเมษายน นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ M&A ใหม่ๆ และการขนส่งสินค้าทางรางไปยังประเทศจีน รวมถึงการจัดหาและขายสินค้าผลไม้ไปยังประเทศจีนผ่านบริษัท ลีโอ ซอร์สซิ่ง แอนด์ ซัพพลายเชน จำกัด ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตทางรายได้และผลประกอบการอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่โต 153% QoQ:** จาก 7.5 ล้านบาท ใน Q4/2565 เป็น 19.0 ล้านบาท ใน Q1/2566
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสู่ 33%:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 26% ใน Q4/2565 และ 15% ใน Q1/2565
* **รายได้รวมลดลง 32% QoQ และ 80% YoY:** สาเหตุหลักจากค่าระวางขนส่งทางเรือและอากาศทั่วโลกลดลง
* **คาดการณ์ทิศทางตลาดดีขึ้น:** ฝ่ายจัดการเชื่อว่าอุตสาหกรรมผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของค่าระวางและการส่งออก
* **รับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่:** เตรียมรับรู้รายได้จากโครงการ M&A ใหม่, การขนส่งทางรางไปจีน และธุรกิจผลไม้ไปจีน
* **ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น YoY:** จากการออกหุ้นกู้เพื่อเตรียมเงินลงทุนในโครงการธุรกิจใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวมในไตรมาส 1/2566 จำนวน 329.7 ล้านบาท ลดลง 32% จากไตรมาส 4/2565 และลดลง 80% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 สาเหตุหลักมาจากค่าระวางการขนส่งสินค้าทั้งทางเรือและทางอากาศที่ปรับตัวลดลงทั่วโลก ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และเงินเฟ้อ ส่งผลให้กำลังซื้อทั่วโลกลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้น โดย GPM เพิ่มขึ้นจาก 15% ใน Q1/2565 และ 26% ใน Q4/2565 มาอยู่ที่ 33% ใน Q1/2566
บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1/2566 จำนวน 17.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179% จากไตรมาส 4/2565 แต่ลดลง 81% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 เนื่องจากกำไรขั้นต้นลดลงตามอัตราค่าระวางที่ลดลงและสภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน สำหรับกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 19.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153% QoQ แต่ลดลง 79% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 5.3% ซึ่งสูงกว่าไตรมาส 4/2565 ที่ 1.3% แต่ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 1/2565 ที่ 5.5%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมขนส่ง:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมขนส่งผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และจะเริ่มเห็นการปรับตัวขึ้นของค่าระวางและการเติบโตของการส่งออก
* **การรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่:** โครงการ M&A ใหม่ๆ, การขนส่งทางรางไปจีน, และธุรกิจผลไม้ไปจีน จะเป็นแหล่งรายได้และกำไรใหม่ที่สำคัญ
* **การเติบโตของธุรกิจ Self-Storage:** ธุรกิจให้เช่าพื้นที่เก็บของขนาดเล็กยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะสาขาที่ 2 ที่เปิดดำเนินการแล้ว
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยหนุนอัตรากำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของค่าระวางขนส่ง:** แม้คาดการณ์ว่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ค่าระวางยังคงมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายนอก
* **สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน, อัตราดอกเบี้ยสูง, และเงินเฟ้อ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อและการค้าระหว่างประเทศ
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การออกหุ้นกู้เพื่อลงทุนในโครงการใหม่ ทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น YoY
* **การแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์:** ธุรกิจโลจิสติกส์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางค่าระวางเรือและอากาศ:** การปรับตัวขึ้นหรือลงของค่าระวางจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และกำไร
* **ความคืบหน้าของโครงการ M&A และธุรกิจใหม่:** การรับรู้รายได้และผลกำไรจากโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้น
* **การเติบโตของธุรกิจ Self-Storage:** การขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการ
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้
* **ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลก:** การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยมหภาคที่มีผลต่อปริมาณการค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางเรือ:** รายได้ลดลง 40% QoQ และ 84% YoY จากค่าระวางที่ลดลงและเศรษฐกิจชะลอตัว
* **การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศ:** รายได้ลดลง 13% QoQ และ 47% YoY จากค่าระวางที่ลดลงและเศรษฐกิจชะลอตัว
* **บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร:** รายได้เพิ่มขึ้น 14% QoQ และ 2% YoY ในส่วนค่าขนส่งและบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการขนส่งแบบข้ามแดน และรายได้เพิ่มขึ้น 93% QoQ และ 10% YoY ในส่วนตัวแทนดำเนินพิธีการศุลกากรและบริการบรรจุสินค้า
* **ธุรกิจให้เช่าพื้นที่และรับฝากตู้สินค้า:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 17% QoQ แต่ลดลง 10% YoY โดยธุรกิจ Self-Storage เติบโตต่อเนื่อง 14% QoQ และ 67% YoY จากการคลี่คลายของโควิด-19 และการเปิดสาขาใหม่ แต่ธุรกิจรับฝากและซ่อมตู้คอนเทนเนอร์ลดลง 32% YoY จากปริมาณตู้ที่เข้าใช้บริการลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,724.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 8.9 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงสุทธิ 69.1 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 78.0 ล้านบาท โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 66.5 ล้านบาทจากการทำสัญญาเช่าพื้นที่สำหรับโครงการ Self-Storage แห่งที่ 3
หนี้สินรวมอยู่ที่ 793.3 ล้านบาท ลดลง 9.2 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยเจ้าหนี้การค้าลดลง 64.6 ล้านบาท แต่หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 53.1 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 930.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากการบันท กำไรสุทธิระหว่างปี
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 23.6 ล้านบาท โดยมีกำไรสำหรับงวด 17.6 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 115.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และกระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 19.0 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 4.8 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 4.0 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.9 เท่า เท่ากับช่วงสิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
LEO ในไตรมาส 1/2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะลดลงตามภาวะอุตสาหกรรมขนส่งโลกที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางอุตสาหกรรมที่จะฟื้นตัว และเตรียมรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป นักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของค่าระวาง การดำเนินงานของธุรกิจใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินศักยภาพการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LEO ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
299.31
ล้านบาท
↓ 24.9% YoY
กำไรขั้นต้น
94.04
ล้านบาท
↓ 22.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.42
%
กำไรสุทธิ
-7.55
ล้านบาท
↓ 156.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.52
%
D/E Ratio
1.29
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
299
↓ -24.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
94
↓ -22.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-8
↓ -156.6%
YoY
D/E Ratio
1.29
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LEO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.29
ROE (%)
0.99
ROA (%)
1.86
Book Value/หุ้น
2.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LEO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-53
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+28
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LEO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-52.67
-141.51%
|
126.87
+281.11%
|
33.29
-126.28%
|
-126.68
-3,356.56%
|
3.89
-104.65%
|
-83.74
-269.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
27.90
-84.68%
|
182.10
-44.62%
|
328.83
-511.81%
|
-79.85
-66.27%
|
-236.71
-26.50%
|
-322.07
-32,964.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-46.61
-84.68%
|
-304.31
+197.76%
|
-102.20
-175.19%
|
135.93
+18.15%
|
115.05
-69.03%
|
371.48
-1,715.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-72.29
-1,178.96%
|
6.70
-97.43%
|
260.53
-472.35%
|
-69.97
-40.31%
|
-117.23
+241.58%
|
-34.32
-225.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
83.64
-15.89%
|
99.44
-74.04%
|
383.00
+285.35%
|
99.39
+162.66%
|
37.84
-57.83%
|
89.73
+43.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
92.48
+10.57%
|
83.64
-15.89%
|
99.44
-74.04%
|
383.00
+285.35%
|
99.39
+162.66%
|
37.84
-57.83%
|