บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
3.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9599 out_tok=2955 at=2026-07-25T19:37:58 -->
# KISS กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 58.4% YoY รับแรงหนุนรายได้โตแกร่งจากสินค้าใหม่และช่องทางขาย
## รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากสินค้าใหม่-การฟื้นตัวของตลาด พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจนวัตกรรมสุขภาพ
บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการ 234.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิ 36.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 58.4% YoY โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสุขภาพที่เริ่มสร้างรายได้ในช่วงปลายไตรมาส
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KISS ในไตรมาส 3/2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น 49.3% YoY สู่ระดับ 234.9 ล้านบาท และส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 58.4% YoY สู่ระดับ 36.9 ล้านบาท** โดยมีอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 14.8% ในปีก่อนเป็น 15.7% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้และกำไรในไตรมาสนี้มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากหลายส่วน ดังนี้:
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก:** กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Rojukiss Skincare ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Sis2Sis เติบโตเกือบ 2 เท่า YoY โดยมีแรงหนุนจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs) กว่า 21 SKUs ซึ่งเป็นไปตามแผนกลยุทธ์
* **การฟื้นตัวของตลาด:** ภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวและการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ส่งผลให้อัตราการบริโภคผลิตภัณฑ์ Personal Care and Beauty Care ปรับตัวสูงขึ้น
* **การเติบโตของช่องทางขายในประเทศ:** รายได้จากการขายในประเทศเติบโต 40.1% YoY โดยเฉพาะช่องทาง General Trade ที่โตกว่า 100% และ Modern Trade ที่โต 36.6% จากการขยายสินค้าและช่องทางจำหน่าย
* **รายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ด้านสุขภาพ:** ผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นจมูก "VAILL COVITRAP TM Anti-CoV Nasal Spray" ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ เริ่มสร้างรายได้ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2565
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ประกอบกับการท่องเที่ยวที่กลับมา ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสูงขึ้น แม้ค่าครองชีพจะสูงขึ้นแต่ภาคการบริโภคก็ขยายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป สำหรับไตรมาส 4/2565 บริษัทมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 15-20 SKUs โดยเน้นแบรนด์ Rojukiss และ Sis2Sis คาดการณ์ยอดขายจะกลับสู่ระดับ Pre-COVID นอกจากนี้ แผนธุรกิจปี 2566 ยังคงเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การสร้าง Brand Awareness และการตลาดผ่าน Digital Media อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายธุรกิจนวัตกรรมสุขภาพ "Vaill CoviTRAP TM" สู่ตลาดต่างประเทศ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 49.3% YoY เป็น 234.9 ล้านบาท**
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 เติบโต 58.4% YoY เป็น 36.9 ล้านบาท**
* **อัตรากำไรสุทธิ Q3/2565 อยู่ที่ 15.7% เพิ่มขึ้นจาก 14.8% YoY**
* **ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Sis2Sis เติบโตเกือบ 2 เท่า YoY**
* **ผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นจมูก "Vaill CoviTRAP TM" เริ่มสร้างรายได้ในปลาย Q3/2565**
* **ช่องทาง General Trade เติบโตกว่า 100% YoY**
* **แผนปี 2566 เน้นพัฒนาสินค้าใหม่ สร้าง Brand Awareness และขยายธุรกิจสุขภาพ**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 234.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 22.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมี EBITDA อยู่ที่ 47.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.9% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 36.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.4% YoY และ 20.4% QoQ อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 15.7% เพิ่มขึ้นจาก 14.8% ในปีก่อน แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 16.0% ในไตรมาสก่อนหน้า
เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 595.8 ล้านบาท ลดลง 0.5% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 86.8 ล้านบาท ลดลง 12.1% YoY
## โอกาส
* **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs):** บริษัทมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 3/2565 ได้ออกแล้ว 21 SKUs และมีแผนอีก 15-20 SKUs ในไตรมาส 4/2565 รวมถึงการวางกลยุทธ์สำหรับปี 2566 เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่ฟื้นตัว
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** การเปิดประเทศเต็มรูปแบบ การท่องเที่ยวที่กลับมา และการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ส่งผลดีต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์ Personal Care and Beauty Care
* **การขยายธุรกิจนวัตกรรมสุขภาพ:** การเปิดตัวผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นจมูก "Vaill CoviTRAP TM" เป็นก้าวสำคัญในการเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งมีแผนขยายสู่ตลาดต่างประเทศและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง
* **การเติบโตของช่องทางขาย:** การขยายช่องทาง Modern Trade, General Trade และ E-commerce อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งออกผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ
* **การตลาดดิจิทัล:** การเน้นการสื่อสารผ่านสื่อ Digital และ KOL Review เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Personal Care and Beauty Care มีการแข่งขันสูง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย:** แม้จะมีการบริหารจัดการต้นทุน แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **ภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** อัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว
* **ความเสี่ยงด้านการส่งออก:** รายได้จากการส่งออกผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศบางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มีการปรับตัวลดลงในไตรมาสนี้
* **การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ:** มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้ค่าบริการในอินโดนีเซียจำนวน 10.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs):** ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกสู่ตลาด และการตอบรับจากผู้บริโภค
* **การขยายธุรกิจ "Vaill CoviTRAP TM":** ความสามารถในการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ และการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ
* **แนวโน้มรายได้จากการส่งออก:** การฟื้นตัวของยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่มีการปรับตัวลดลง
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2565:** การกลับสู่ระดับยอดขาย Pre-COVID ตามที่คาดการณ์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขายผลิตภัณฑ์:** กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare) ยังคงเป็นรายได้หลัก คิดเป็น 73.8% ของรายได้รวม เติบโต 21.3% YoY โดยแบรนด์ Rojukiss เติบโต 22.4% YoY และ Best Korea เติบโต 26.0% YoY จากผลิตภัณฑ์ใหม่ กลุ่มเครื่องสำอาง (Cosmetics) แบรนด์ Sis2Sis เติบโตโดดเด่นถึง 98.4% YoY คิดเป็น 14.1% ของรายได้รวม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Health) ซึ่งรวมถึงสเปรย์พ่นจมูก เริ่มสร้างรายได้ 24.2 ล้านบาท คิดเป็น 9.7% ของรายได้รวม
* **ช่องทางการจัดจำหน่าย:** ช่องทาง Modern Trade ยังคงเป็นช่องทางหลัก คิดเป็น 60.8% ของรายได้รวม เติบโต 36.6% YoY โดยเฉพาะ Health & Beauty และ Convenience Stores ช่องทาง General Trade เติบโตสูงถึง 100.8% YoY จากการเน้นสินค้าซองขนาดใหญ่ราคาเท่าเดิม ช่องทาง E-commerce ลดลง 23.8% YoY ขณะที่การส่งออกผ่านตัวแทนในไทย (Cross Border) เติบโตสูงมาก 406.8% YoY แต่การส่งออกผ่านตัวแทนในต่างประเทศ (Foreign Distributors) ลดลง 57.0% YoY
* **ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 49.0% ลดลงจาก 50.1% ในปีก่อนและ 55.1% ในไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่ากลุ่มบำรุงผิวและเครื่องสำอาง
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 51.0% YoY เป็น 35.8 ล้านบาท คิดเป็น 15.2% ของยอดขาย โดยเน้นการตลาดผ่าน Digital Media, KOL Review และ Out of Home Media
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,166.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.2 ล้านบาทจากสิ้นปี โดยมีเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้น 100.3 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 88.4 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 94.1 ล้านบาท ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 168.4 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินและการจ่ายเงินปันผล 96 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 205.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.7 ล้านบาทจากสิ้นปี โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 40.6 ล้านบาท และมีเงินกู้ยืมระยะยาวจากกรรมการของบริษัทย่อย 30.5 ล้านบาท
ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 30.5 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
KISS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์หลักที่แข็งแกร่ง การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาด และการฟื้นตัวของช่องทางขายในประเทศ ประกอบกับการเริ่มสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านสุขภาพ แม้จะมีแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อยจากการปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่แนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาสถัดไปและแผนธุรกิจปี 2566 บ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายธุรกิจสุขภาพและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเสริมทัพในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านการแข่งขัน ต้นทุน และกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KISS ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
365.63
ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
กำไรขั้นต้น
194.19
ล้านบาท
↑ 19.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
53.11
%
กำไรสุทธิ
44.29
ล้านบาท
↑ 28.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.11
%
D/E Ratio
0.27
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
366
↑ + 4.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
194
↑ + 19.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 28.7%
YoY
D/E Ratio
0.27
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KISS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.27
ROE (%)
16.34
ROA (%)
17.08
Book Value/หุ้น
1.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KISS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+41
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-104
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KISS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
40.83
-141.73%
|
-97.84
+56.27%
|
-62.61
-4.65%
|
-65.66
+749.42%
|
-7.73
-102.88%
|
268.75
+33.85%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-103.59
+2,058.13%
|
-4.80
+16.22%
|
-4.13
-103.49%
|
118.42
+109.70%
|
56.47
-528.45%
|
-13.18
-54.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-0.96
-101.76%
|
54.50
+80.40%
|
30.21
-1.95%
|
30.81
-106.62%
|
-465.63
+492.93%
|
-78.53
-61.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
25.72
-160.30%
|
-42.65
+16.75%
|
-36.53
-143.72%
|
83.55
-310.72%
|
-39.65
-122.40%
|
177.04
-613.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
293.05
-38.63%
|
477.53
-6.57%
|
511.11
-18.38%
|
626.24
+136.04%
|
265.31
+199.75%
|
88.51
-28.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
379.54
+29.52%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|