บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
3.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17191 out_tok=2803 at=2026-07-25T07:04:15 -->
# KISS กำไร Q2/66 โต 2.4% รับแรงหนุนรายได้ในประเทศพุ่ง 45%
## รายได้โตแรงแต่กำไรสุทธิโตจำกัด เหตุค่าใช้จ่ายการตลาดพุ่งสูงเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว
บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการเติบโต 24.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สู่ระดับ 238.5 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 31.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ เป็นผลมาจากการลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KISS ในไตรมาส 2/2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายในประเทศ** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 45.1% YoY โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Sis2Sis ที่เติบโตถึง 118.4% และกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เติบโต 29.3% จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs) อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรสุทธิที่ 2.4% YoY นั้น ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้ เนื่องจาก **ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 89.5% YoY** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลงทุนด้านการตลาดและการโฆษณาสร้างแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในประเทศมาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs):** บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มบำรุงผิว Rojukiss ภายใต้คอนเซปต์ Clinical Grade และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Sis2Sis ในรูปแบบ Full-size รวมกว่า 36 SKUs ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค
* **การลงทุนด้านการตลาด:** บริษัทได้ทุ่มงบประมาณด้านการตลาดอย่างเต็มที่ในไตรมาส 2/2566 เพื่อสร้างการรับรู้ (Awareness) ให้กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ ผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์อย่างครบวงจร ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการเติบโตระยะยาว
* **การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย:** แบรนด์ Sis2Sis ได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็น Full-size และเริ่มวางจำหน่ายในช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) เช่น Watsons, Eveandboy เพิ่มเติมจากเดิมที่เน้นร้านสะดวกซื้อ
ส่วนการที่กำไรสุทธิเติบโตช้ากว่ารายได้นั้น เป็นผลโดยตรงจากการลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยค่าใช้จ่ายในการขายคิดเป็นสัดส่วน 20.5% ของยอดขายในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้นจาก 11.0% ในปีก่อนหน้า ซึ่งบริษัทตั้งเป้าสัดส่วนนี้ไว้ที่ 18-20% ของยอดขาย เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุว่า การลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยผลักดันยอดขายระยะยาว และบริษัทมีแผนที่จะลงทุนด้านการตลาดและส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งงบประมาณสัดส่วนค่าใช้จ่ายดังกล่าวไว้ที่ 18-20% ของยอดขาย ซึ่งเป็นระดับที่เคยใช้ลงทุนในช่วงก่อนโควิด นอกจากนี้ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายก็มีแผนดำเนินการอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เติบโต 24.3% YoY เป็น 238.5 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากตลาดในประเทศ
* **กำไรสุทธิ:** เติบโต 2.4% YoY เป็น 31.4 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 13.2% ลดลงจาก 16.0% ในปีก่อน
* **รายได้ในประเทศ:** เติบโตโดดเด่น 45.1% YoY จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Sis2Sis (+118.4%) และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (+29.3%)
* **รายได้ต่างประเทศ:** ลดลง 82.9% YoY เนื่องจากแรงกดดันจากการแข่งขันในอินโดนีเซีย บริษัทอยู่ระหว่างวางแผนกลยุทธ์ใหม่
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 89.5% YoY เป็น 65.3 ล้านบาท จากการลงทุนด้านการตลาดและโฆษณาสร้างแบรนด์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2566 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 238.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่งถึง 45.1% จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการลงทุนด้านการตลาดอย่างเต็มที่ ขณะที่รายได้จากต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 82.9% เนื่องจากแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย
ต้นทุนขายอยู่ที่ 107.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.2% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ที่ 55.1% โดยบริษัทสามารถบริหารจัดการราคาขายและการต่อรองต้นทุนเพื่อชดเชยความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 89.5% YoY เป็น 65.3 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนด้านการตลาดและโฆษณาสร้างแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นตามกลยุทธ์การเติบโตระยะยาว โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายนี้ต่อยอดขายอยู่ที่ 20.5% เทียบกับ 11.0% ในปีก่อนหน้า
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 30.4% YoY เป็น 29.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในปี 2565 ที่สูงกว่าปีนี้
ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 31.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% YoY โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 13.2% ลดลงจาก 16.0% ในปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากรายการพิเศษในปี 2565 หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติจะเพิ่มขึ้น 27.6% YoY
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 445.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.4% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจในประเทศที่ 27.3% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 72.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.6% YoY และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 16.2% เพิ่มขึ้นจาก 13.8% ในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดในประเทศ:** การฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวส่งผลดีต่อความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค
* **ผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs):** การออกผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 50 SKUs ในครึ่งปีแรก และแผนต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ช่วยตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคและสร้างยอดขาย
* **การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย:** การเพิ่มจุดจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยเฉพาะการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ Sis2Sis ไปสู่ช่องทาง Modern Trade
* **การลงทุนด้านการตลาด:** การทุ่มงบประมาณการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการรับรู้และผลักดันยอดขายระยะยาว
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** บริษัทอยู่ระหว่างการวางแผนกลยุทธ์ใหม่และขยายไปยังตลาดใหม่ คาดว่าจะเห็นยอดขายจากตลาดใหม่ภายในสิ้นปีนี้
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาดต่างประเทศ:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ส่งผลให้รายได้จากต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้บริษัทจะสามารถบริหารจัดการได้ แต่ความผันผวนของสกุลเงิน USD และแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาจเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นได้ในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของตลาดต่างประเทศ:** การปรับกลยุทธ์และการขยายตลาดใหม่ จะสามารถพลิกฟื้นรายได้จากต่างประเทศได้หรือไม่
* **ประสิทธิภาพของการลงทุนด้านการตลาด:** การทุ่มงบประมาณการตลาดที่เพิ่มขึ้น จะสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายและกำไรได้อย่างยั่งยืนตามเป้าหมายหรือไม่
* **การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในครึ่งปีหลัง:** ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะออกเพิ่มเติม จะสามารถตอบรับตลาดและสร้างยอดขายได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขาย (Volume/SSS):** รายได้เติบโต 24.3% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอาง Sis2Sis ที่เติบโตสูงมากจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และกลยุทธ์การตลาด
* **ราคาขาย:** ไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงราคาขายโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวได้ แสดงว่ามีการบริหารจัดการราคาขายที่เหมาะสม
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการต่อรองต้นทุนสินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีอัตรากำไรที่ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 89.5% YoY คิดเป็น 20.5% ของยอดขาย เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** มีการขยายช่องทาง Modern Trade สำหรับผลิตภัณฑ์ Sis2Sis และการใช้สื่อออนไลน์ผ่าน KOLs และ E-commerce Live
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 1,336.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.4 ล้านบาทจากสิ้นปี โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 48.5 ล้านบาท เพื่อรองรับยอดขายที่สูงขึ้น
* **หนี้สินรวม:** ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 289.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.0 ล้านบาทจากสิ้นปี
* **ส่วนของเจ้าของ:** เพิ่มขึ้น 28.4 ล้านบาท จากกำไรจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
KISS โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2566 ด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 24.3% YoY จากแรงหนุนหลักของตลาดในประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการลงทุนด้านการตลาดอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงเป็นผลมาจากการทุ่มงบประมาณการตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งฝ่ายจัดการมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่การแข่งขันในตลาดต่างประเทศ ซึ่งบริษัทกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อฟื้นฟู คาดว่าการเติบโตของรายได้จะยังคงดำเนินต่อไป โดยต้องจับตาประสิทธิภาพของการลงทุนด้านการตลาดและผลการดำเนินงานในตลาดต่างประเทศเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KISS ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
365.63
ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
กำไรขั้นต้น
194.19
ล้านบาท
↑ 19.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
53.11
%
กำไรสุทธิ
44.29
ล้านบาท
↑ 28.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.11
%
D/E Ratio
0.27
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
366
↑ + 4.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
194
↑ + 19.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 28.7%
YoY
D/E Ratio
0.27
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KISS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.27
ROE (%)
16.34
ROA (%)
17.08
Book Value/หุ้น
1.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KISS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+41
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-104
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KISS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
40.83
-141.73%
|
-97.84
+56.27%
|
-62.61
-4.65%
|
-65.66
+749.42%
|
-7.73
-102.88%
|
268.75
+33.85%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-103.59
+2,058.13%
|
-4.80
+16.22%
|
-4.13
-103.49%
|
118.42
+109.70%
|
56.47
-528.45%
|
-13.18
-54.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-0.96
-101.76%
|
54.50
+80.40%
|
30.21
-1.95%
|
30.81
-106.62%
|
-465.63
+492.93%
|
-78.53
-61.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
25.72
-160.30%
|
-42.65
+16.75%
|
-36.53
-143.72%
|
83.55
-310.72%
|
-39.65
-122.40%
|
177.04
-613.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
293.05
-38.63%
|
477.53
-6.57%
|
511.11
-18.38%
|
626.24
+136.04%
|
265.31
+199.75%
|
88.51
-28.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
379.54
+29.52%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|