บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
3.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7306 out_tok=3156 at=2026-07-25T19:35:23 -->
# KISS Q3/2564 กำไรสุทธิวูบ 46.3% รับผลกระทบโควิดฉุดยอดขายในประเทศ
## รายได้หดตัวแรงจากมาตรการล็อกดาวน์ ขณะที่การส่งออกและออนไลน์ยังเติบโตได้ดี
บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 157.4 ล้านบาท ลดลง 30.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 23.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 23.3 ล้านบาท ลดลง 46.3% YoY และ 28.0% QoQ โดยฝ่ายจัดการระบุว่าปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและข้อจำกัดการเปิดห้างร้าน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ KISS ในไตรมาส 3/2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของยอดขายในประเทศ โดยเฉพาะในช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และร้านค้าทั่วไป** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าและบริการรวมลดลง 30.2% YoY และกำไรสุทธิลดลง 46.3% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยที่รุนแรงขึ้นในไตรมาส 3/2564 นำไปสู่การจำกัดเวลาเปิด-ปิดของห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ รวมถึงการจำกัดการเดินทางของประชาชน ทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มลดการเดินทางออกนอกบ้านและชะลอการจับจ่ายสินค้าที่ไม่จำเป็น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายในช่องทาง Modern Trade และ General Trade ที่เป็นช่องทางหลักของบริษัทฯ โดยยอดขายในช่องทาง Modern Trade ลดลง 39.1% YoY และ General Trade ลดลง 58.3% YoY
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงสามารถผลักดันยอดขายในช่องทางอื่น ๆ ได้ดี โดยเฉพาะ **การส่งออกผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ (Foreign Distributors) ที่เติบโตสูงถึง 225.0% YoY** จากยอดขาย 38.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มขยายตลาดในอินโดนีเซีย รวมถึง **ช่องทางร้านค้าออนไลน์ (E-Commerce) ที่เติบโต 131.1% YoY** และ **การส่งออกผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย (Cross Border) ที่เติบโต 16.7%** (สำหรับ 9 เดือน) สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและกระจายความเสี่ยงไปยังช่องทางที่มีศักยภาพ
นอกจากนี้ การที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 54.9% ใน Q3/2563 เป็น 50.1% ใน Q3/2564 ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการเพิ่มสัดส่วนยอดส่งออกต่างประเทศ ซึ่งแม้จะมีกำไรขั้นต้นน้อยกว่าการขายในประเทศ แต่ก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นในการขายและบริหารเพิ่มเติม รวมถึงการเพิ่มโปรโมชั่นและพื้นที่พิเศษในร้านค้าเพื่อกระตุ้นยอดขาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศจะเริ่มคลี่คลายลงในช่วงปลายไตรมาส 4/2564 และมาตรการผ่อนคลายจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายได้บ้าง แต่ผลกระทบต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภคยังคงมีอยู่ ฝ่ายจัดการยังคงเน้นการพัฒนาช่องทางออนไลน์และการส่งออก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะช่วยชดเชยยอดขายในประเทศที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
สำหรับช่องทาง Modern Trade และ General Trade คาดว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวตามการเปิดเมืองและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมา แต่การแข่งขันที่สูงขึ้นและกำลังซื้อที่อาจยังไม่กลับมาเต็มที่ อาจทำให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนการส่งออกและช่องทางออนไลน์ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ต้องจับตาดูการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2564 อยู่ที่ 157.4 ล้านบาท ลดลง 30.2% YoY** และ 23.9% QoQ จากผลกระทบโควิด-19 ที่จำกัดการเปิดห้างร้านและกิจกรรมของผู้บริโภค
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 อยู่ที่ 23.3 ล้านบาท ลดลง 46.3% YoY** และ 28.0% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 14.8%
* **ยอดขายในประเทศช่องทาง Modern Trade และ General Trade หดตัวแรง** แต่ช่องทางส่งออกต่างประเทศเติบโตโดดเด่น 225.0% YoY และช่องทาง E-Commerce เติบโต 131.1% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 54.9% ใน Q3/2563 เป็น 50.1% ใน Q3/2564 จากการเพิ่มสัดส่วนยอดส่งออกและโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย
* **บริษัทร่วมค้า O2 KISS เริ่มดำเนินงาน** และออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังมีค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและบริหาร ส่งผลให้เกิดส่วนแบ่งขาดทุน 3.7 ล้านบาทในไตรมาสนี้
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นหลัง IPO** เงินสดเพิ่มขึ้น 400.6 ล้านบาท และหนี้สินรวมลดลง 147.5 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการสุทธิ 157.4 ล้านบาท ลดลง 30.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 23.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 สาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้มีการจำกัดเวลาเปิด-ปิดของห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ รวมถึงการงดออกจากบ้านของประชาชนส่วนใหญ่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ
สำหรับงวด 9 เดือนปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้สุทธิ 598.8 ล้านบาท ลดลง 17.9% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของยอดขายในประเทศ 26.1% และการไม่มีรายได้จากการให้บริการในประเทศอินโดนีเซีย (ปี 2563: 38.5 ล้านบาท) อย่างไรก็ดี ยอดขายจากการส่งออกผ่านตัวแทนจำหน่ายทั้งในประเทศ (Cross Border) และต่างประเทศ (Export) ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 บริษัทฯ มียอดขายรวม 92.7 ล้านบาท (ปี 2563: 34.9 ล้านบาท)
กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 23.3 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 14.8% ลดลง 46.3% จากปีก่อน และลดลง 28.0% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 เนื่องจากการลดลงของยอดขายดังกล่าว ส่วนงวด 9 เดือนปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 98.8 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 16.5% ลดลง 29.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของช่องทางส่งออกต่างประเทศ:** ยอดขายในช่องทางนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แสดงถึงศักยภาพในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย
* **การเติบโตของช่องทาง E-Commerce:** การปรับตัวเข้าสู่ช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขวางขึ้น
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** การออกผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมภายใต้แบรนด์ Rojukiss และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์ Qi และ Wonder Herb ผ่านกิจการร่วมค้า O2 KISS เป็นการขยายพอร์ตสินค้าเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ มีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากโครงการ ESOP และ IPO
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อมาตรการควบคุมและกำลังซื้อของผู้บริโภคอีกครั้ง
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ
* **การพึ่งพิงช่องทางขายบางประเภท:** แม้จะมีการกระจายช่องทางขาย แต่การพึ่งพิงช่องทาง Modern Trade และ General Trade ในประเทศยังคงเป็นความเสี่ยงหากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศ:** การกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่องทาง Modern Trade และ General Trade
* **การเติบโตของยอดขายส่งออก:** ความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย
* **ผลประกอบการของกิจการร่วมค้า O2 KISS:** ศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรในระยะยาว หลังจากเริ่มดำเนินงานและออกผลิตภัณฑ์ใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนและโปรโมชั่น:** ผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นจากการแข่งขันและการกระตุ้นยอดขาย
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในการตอบรับของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว:** ยังคงเป็นรายได้หลัก คิดเป็น 84.5% ของรายได้รวมใน Q3/2564 แม้จะลดลง 25.3% YoY แต่แบรนด์ Rojukiss ซึ่งเป็นแบรนด์หลักยังคงเติบโต 7% ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2564 ขณะที่แบรนด์ Best Korea และ PhDerma มียอดขายลดลง
* **ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง:** มียอดขายลดลง 33.0% YoY ใน Q3/2564 และ 16.8% ในช่วง 9 เดือนแรก
* **ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร:** มียอดขายลดลง 62.2% YoY ใน Q3/2564 และ 44.3% ในช่วง 9 เดือนแรก
* **ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม:** เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เริ่มวางจำหน่าย มียอดขาย 23.9 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรก
* **ช่องทาง Modern Trade:** ยังคงเป็นช่องทางหลัก แต่ได้รับผลกระทบหนักสุด โดยลดลง 39.1% YoY ใน Q3/2564
* **ช่องทาง E-Commerce:** เติบโตโดดเด่น 131.1% YoY ใน Q3/2564 แสดงถึงการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล
* **ช่องทาง Foreign Distributors:** เติบโตอย่างก้าวกระโดด 225.0% YoY ใน Q3/2564 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยชดเชยยอดขายในประเทศ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,170.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 334.2 ล้านบาทจากสิ้นปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 400.6 ล้านบาทจากการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 512.4 ล้านบาทสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 260.8 ล้านบาท ลดลง 147.5 ล้านบาทจากสิ้นปีก่อน โดยมีการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและตั๋วสัญญาใช้เงิน รวมถึงเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง
ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 482.4 ล้านบาท จากผลประกอบการและเงิน IPO โดยมีการจ่ายเงินปันผลไป 137 ล้านบาท
## สรุปท้าย
KISS เผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ในไตรมาส 3/2564 ส่งผลให้ยอดขายในประเทศและกำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว โดยเฉพาะการเติบโตที่โดดเด่นในช่องทางส่งออกต่างประเทศและ E-Commerce ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่รัดกุม รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองผลประกอบการและสร้างการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KISS ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
365.63
ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
กำไรขั้นต้น
194.19
ล้านบาท
↑ 19.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
53.11
%
กำไรสุทธิ
44.29
ล้านบาท
↑ 28.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.11
%
D/E Ratio
0.27
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
366
↑ + 4.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
194
↑ + 19.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 28.7%
YoY
D/E Ratio
0.27
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KISS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.27
ROE (%)
16.34
ROA (%)
17.08
Book Value/หุ้น
1.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KISS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+41
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-104
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KISS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
40.83
-141.73%
|
-97.84
+56.27%
|
-62.61
-4.65%
|
-65.66
+749.42%
|
-7.73
-102.88%
|
268.75
+33.85%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-103.59
+2,058.13%
|
-4.80
+16.22%
|
-4.13
-103.49%
|
118.42
+109.70%
|
56.47
-528.45%
|
-13.18
-54.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-0.96
-101.76%
|
54.50
+80.40%
|
30.21
-1.95%
|
30.81
-106.62%
|
-465.63
+492.93%
|
-78.53
-61.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
25.72
-160.30%
|
-42.65
+16.75%
|
-36.53
-143.72%
|
83.55
-310.72%
|
-39.65
-122.40%
|
177.04
-613.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
293.05
-38.63%
|
477.53
-6.57%
|
511.11
-18.38%
|
626.24
+136.04%
|
265.31
+199.75%
|
88.51
-28.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
379.54
+29.52%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|