บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
3.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6657 out_tok=2601 at=2026-07-25T19:26:09 -->
KISS Q1/2565 กำไรสุทธิหด 55.4% รับรายได้วูบ-ต้นทุนบรรจุภัณฑ์พุ่ง
ยอดขายรวมวูบ 29.9% YoY กดดันอัตรากำไรขั้นต้นลดลง ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งลงทุนการตลาดสร้างแบรนด์ระยะยาว
บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 19.3 ล้านบาท ลดลง 55.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แม้จะมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ KISS ในไตรมาส 1 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **รายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมากถึง 29.9% YoY** ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงตามไปด้วย
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายลดลง มาจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอน และสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง โดยเฉพาะในตลาดในประเทศ ช่องทาง Modern Trade และ General Trade มียอดขายลดลงอย่างชัดเจนถึง 40.7% และ 50.3% ตามลำดับ แม้ว่าช่องทางส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย จะเติบโตได้ดีถึง 128.5% จากการขยาย Product Portfolio ด้วยผลิตภัณฑ์ Serum Cleanser แต่ก็ไม่สามารถชดเชยยอดขายที่หายไปในประเทศได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 55.9% ใน Q1/2564 มาอยู่ที่ 52.4% ใน Q1/2565 นั้น เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย และ 2) ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณการสั่งซื้อลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการได้ระบุว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังลดลงจากภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้เริ่มปรับแผนกลยุทธ์โดยลงทุนในการทำการตลาดเพื่อสร้าง Brand Awareness สำหรับแบรนด์ Rojukiss ผ่านสื่อ Digital อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่องทางการจัดจำหน่ายในช่วงปลายไตรมาส 2 เป็นต้นไป ส่วนตลาดต่างประเทศยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี การฟื้นตัวของยอดขายในประเทศจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 55.4% YoY:** อยู่ที่ 19.3 ล้านบาท จาก 43.2 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลง 29.9% YoY:** อยู่ที่ 176.6 ล้านบาท จาก 251.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** อยู่ที่ 52.4% จาก 55.9% ในปีก่อน สาเหตุหลักจากโปรโมชั่นและต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น:** สัดส่วนต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจากการลงทุนทำการตลาดดิจิทัลเพื่อสร้าง Brand Awareness
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง:** เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายประชาสัมพันธ์องค์กรและค่าใช้จ่าย IPO เหมือนปีก่อน
* **การลงทุนใน HIB:** เข้าลงทุน 50.93% ในบริษัท ไฮไบโอไซ จำกัด เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านนวัตกรรมสุขภาพ โดยมีผลิตภัณฑ์แรกคือสเปรย์พ่นจมูก คาดวางจำหน่าย Q3/2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 176.6 ล้านบาท ลดลง 29.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยยอดขายรวมยังทรงตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2564 สาเหตุหลักมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงจากภาวะเงินเฟ้อและผลกระทบจาก COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอน
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 52.4% ลดลงจาก 55.9% ในปีก่อน เนื่องจากการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายและต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายคิดเป็น 19.3% ของยอดขาย เพิ่มขึ้นจากการลงทุนทำการตลาดดิจิทัลเพื่อสร้าง Brand Awareness สำหรับแบรนด์ Rojukiss
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 22.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายประชาสัมพันธ์องค์กรและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ IPO ในปีก่อน อย่างไรก็ตาม มีการบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้ค่าบริการในอินโดนีเซียจำนวน 7.0 ล้านบาท
กำไรสุทธิอยู่ที่ 19.3 ล้านบาท ลดลง 55.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 2.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้า 2.1 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายจากบริษัทย่อย HIB ที่เริ่มรับรู้ 0.7 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** ยอดขายส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซียเติบโตได้ดี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Serum Cleanser ที่ช่วยขยาย Product Portfolio
* **การลงทุนในนวัตกรรมสุขภาพ:** การเข้าลงทุนใน HIB เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีแอนติบอดี้ต่อเชื้อ SARS-CoV-2 คาดว่าจะสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต
* **การปรับกลยุทธ์การตลาด:** การลงทุนในการทำการตลาดดิจิทัลเพื่อสร้าง Brand Awareness และการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายในระยะยาว
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเดินทางเข้าประเทศที่มากขึ้น อาจส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง:** ภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อในประเทศ
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาเข้าถึงง่าย
* **ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนบรรจุภัณฑ์อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ความล่าช้าในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่:** ความล่าช้าในการขึ้นทะเบียนและวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ของ HIB อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายในประเทศ:** การฟื้นตัวของยอดขายในช่องทาง Modern Trade และ General Trade หลังจากการปรับกลยุทธ์การตลาดและการจัดจำหน่าย
* **ผลการดำเนินงานของ HIB:** ความคืบหน้าในการขึ้นทะเบียนและยอดขายของผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นจมูก
* **ประสิทธิภาพของการลงทุนด้านการตลาด:** ผลตอบรับจากการลงทุนทำการตลาดดิจิทัลในการสร้าง Brand Awareness และกระตุ้นยอดขาย
* **สถานการณ์เงินเฟ้อและกำลังซื้อผู้บริโภค:** ผลกระทบต่อเนื่องต่อยอดขายในประเทศ
* **ยอดขายจากการส่งออก:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขายตามสายผลิตภัณฑ์:** ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare) ยังคงเป็นสัดส่วนรายได้หลัก แม้จะลดลง 21.5% YoY แต่มีการเติบโตเล็กน้อย 3.4% QoQ โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกไปอินโดนีเซีย ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมียอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ YoY
* **ยอดขายตามช่องทางการจัดจำหน่าย:** ช่องทาง Modern Trade และ General Trade มียอดขายลดลงอย่างมาก YoY สะท้อนกำลังซื้อที่ลดลงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่อาจเปลี่ยนไปซื้อสินค้าที่ราคาถูกลง ในขณะที่ช่องทาง E-Commerce เติบโตได้ดี 26.1% YoY แต่สัดส่วนยังน้อย ส่วนช่องทางส่งออกผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ (Foreign Distributors) เติบโตโดดเด่นถึง 128.5% YoY
* **ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง YoY เนื่องจากโปรโมชั่นและต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตในปริมาณที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** มีการเพิ่มการลงทุนในช่องทาง Digital เพื่อสร้าง Brand Awareness สำหรับแบรนด์ Rojukiss ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ปี 2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,166.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 118.2 ล้านบาทจากสิ้นปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 41.7 ล้านบาทจากการดำเนินงาน และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 51.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ของบริษัทย่อย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 186.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.2 ล้านบาทจากสิ้นปีก่อน โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 39.5 ล้านบาท และมีเงินกู้ยืมระยะยาวจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน 30.5 ล้านบาท
ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 50.9 ล้านบาท จากผลประกอบการของบริษัทฯ 21.3 ล้านบาท และส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม 29.7 ล้านบาท
## สรุปท้าย
KISS ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากกำลังซื้อที่ลดลงในประเทศ ส่งผลให้รายได้จากการขายวูบลงอย่างมีนัยสำคัญ กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงตามไปด้วย แม้ว่าการลงทุนด้านการตลาดและการขยายตลาดต่างประเทศจะเป็นสัญญาณบวก แต่การฟื้นตัวของยอดขายในประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนที่ผันผวน การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มนวัตกรรมสุขภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KISS ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
365.63
ล้านบาท
↑ 4.8% YoY
กำไรขั้นต้น
194.19
ล้านบาท
↑ 19.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
53.11
%
กำไรสุทธิ
44.29
ล้านบาท
↑ 28.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.11
%
D/E Ratio
0.27
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
366
↑ + 4.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
194
↑ + 19.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 28.7%
YoY
D/E Ratio
0.27
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KISS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.27
ROE (%)
16.34
ROA (%)
17.08
Book Value/หุ้น
1.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KISS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+41
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-104
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KISS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
40.83
-141.73%
|
-97.84
+56.27%
|
-62.61
-4.65%
|
-65.66
+749.42%
|
-7.73
-102.88%
|
268.75
+33.85%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-103.59
+2,058.13%
|
-4.80
+16.22%
|
-4.13
-103.49%
|
118.42
+109.70%
|
56.47
-528.45%
|
-13.18
-54.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-0.96
-101.76%
|
54.50
+80.40%
|
30.21
-1.95%
|
30.81
-106.62%
|
-465.63
+492.93%
|
-78.53
-61.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
25.72
-160.30%
|
-42.65
+16.75%
|
-36.53
-143.72%
|
83.55
-310.72%
|
-39.65
-122.40%
|
177.04
-613.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
293.05
-38.63%
|
477.53
-6.57%
|
511.11
-18.38%
|
626.24
+136.04%
|
265.31
+199.75%
|
88.51
-28.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
379.54
+29.52%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|