บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
39.25
+1.00 (+2.61%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16435 out_tok=2834 at=2026-07-25T11:06:43 -->
# CENTEL พลิกกำไรโต 228% ใน Q4/2565 รับอานิสงส์ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง
## รายได้โรงแรมพุ่ง 117% หนุนภาพรวมโตแกร่ง ขณะธุรกิจอาหารเผชิญแรงกดดันต้นทุน
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 498 ล้านบาท เติบโตถึง 228% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 152 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงแรมที่รายได้เติบโตกว่าเท่าตัว ขณะที่ธุรกิจอาหารยังคงเติบโตแต่เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ CENTEL พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 498 ล้านบาทในไตรมาส 4/2565 มาจาก **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจโรงแรม** ซึ่งเห็นได้จากรายได้จากธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้นถึง 117% หรือ 1,273 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิรวมเติบโต 228%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นผลมาจาก **การกลับมาของภาคการท่องเที่ยว** โดยเฉพาะในประเทศไทยที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการฟื้นตัวของการจัดประชุมสัมมนา (MICE) โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ได้รับปัจจัยบวกจากการจัดประชุม APEC ทำให้ราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอัตราการเข้าพัก (Occupancy - OCC) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก จาก 33% ในปีก่อนเป็น 68% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar) เติบโตถึง 107% นอกจากนี้ โรงแรมในต่างประเทศ เช่น ดูไบ ก็มีอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้นเช่นกัน แม้ว่ามัลดีฟส์จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ก็ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ในทางกลับกัน **ธุรกิจอาหาร** แม้จะมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 18% แต่กลับมี **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 60% ในปีก่อนเป็น 55% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น และค่าไฟฟ้า รวมถึงค่าเช่าที่ลดส่วนลดลง ทำให้กำไรสุทธิของธุรกิจอาหารลดลง 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับธุรกิจโรงแรม เนื่องจากแนวโน้มการท่องเที่ยวทั่วโลกยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนที่เร็วกว่าคาด ซึ่งจะส่งผลดีต่ออัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยในอนาคต นอกจากนี้ การเปิดโรงแรมใหม่ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงกลางปี 2566 จะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจอาหารที่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/2565 พุ่ง 228%** แตะ 498 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 152 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมโต 47%** แตะ 5,502 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นเป็น 43% จาก 29% ในปีก่อน
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 117% เป็น 2,363 ล้านบาท อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (OCC) พุ่งจาก 33% เป็น 68% และรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar) เพิ่ม 107%
* **ธุรกิจอาหารเติบโต 18%** แต่กำไรขั้นต้นลดลง 5% เหลือ 55% จากแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **EBITDA รวมเพิ่ม 57%** เป็น 1,531 ล้านบาท โดยธุรกิจโรงแรมมี EBITDA เพิ่มขึ้นถึง 207%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 CENTEL มีรายได้รวม 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจโรงแรมที่รายได้เติบโตถึง 117% เป็น 2,363 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจอาหารมีรายได้เติบโต 18% เป็น 3,139 ล้านบาท
แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นรวมจะลดลงเล็กน้อยจาก 60% เป็น 58% เนื่องจากธุรกิจอาหารเผชิญต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นของธุรกิจโรงแรม ส่งผลให้ EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 57% เป็น 1,531 ล้านบาท และกำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็น 498 ล้านบาท จากขาดทุน 152 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 CENTEL มีรายได้รวม 18,216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% โดยธุรกิจโรงแรมเติบโตถึง 180% ขณะที่ธุรกิจอาหารเติบโต 25% กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 59% และ EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 120% ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็น 398 ล้านบาท จากขาดทุน 1,734 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก:** โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรม
* **การเปิดโรงแรมใหม่:** โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ที่จะเปิดดำเนินการกลางปี 2566 จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่
* **การเติบโตของธุรกิจอาหาร:** แม้เผชิญแรงกดดันต้นทุน แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศยังคงเป็นโอกาสในการเติบโต
* **การขยายสาขาธุรกิจอาหาร:** มีแผนเพิ่มสาขาใหม่ในแบรนด์หลักและแบรนด์ร่วมทุนอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะในธุรกิจอาหาร ทั้งต้นทุนวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า ค่าแรง และค่าเช่า
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและผลประกอบการ โดยเฉพาะจากเงินกู้สกุลเงินต่างประเทศ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงแรมและอาหาร:** ที่ยังคงมีอยู่สูง
* **ปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้:** เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก, การระบาดของโรค, หรือเหตุการณ์ไม่สงบ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ย (RevPar) ของธุรกิจโรงแรม:** โดยเฉพาะในประเทศไทยและต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจอาหาร:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบ
* **ผลการดำเนินงานของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า:** หลังเปิดดำเนินการในเดือนกรกฎาคม 2566
* **แผนการปรับปรุงโรงแรม:** ในประเทศไทย 2 แห่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น
* **การเติบโตของจำนวนสาขาธุรกิจอาหาร:** และผลตอบแทนจากการลงทุนในสาขาใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:**
* **อัตราการเข้าพัก (OCC):** ไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 68% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 33% ในปีก่อน โดยกรุงเทพฯ อยู่ที่ 71%, ต่างจังหวัด 64%, มัลดีฟส์ 68% และดูไบ 84%
* **ราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR):** ทรงตัวที่ 5,091 บาท เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 74% เป็น 4,028 บาท, ต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น 8% เป็น 4,065 บาท, มัลดีฟส์เพิ่มขึ้น 11% เป็น 15,634 บาท และดูไบเพิ่มขึ้น 23% เป็น 7,169 บาท
* **รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar):** เพิ่มขึ้น 107% เป็น 3,473 บาท โดยกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 298%, ต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น 179%, มัลดีฟส์ลดลง 7% และดูไบเพิ่มขึ้น 79%
* **EBITDA Margin:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 27% เป็น 38% สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจ
**ธุรกิจอาหาร:**
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSS):** เติบโต 12% ในไตรมาส 4/2565 โดยแบรนด์หลักเติบโต 11% และแบรนด์อื่นๆ เติบโต 16%
* **ยอดขายรวมทุกสาขา (TSS):** เติบโต 18%
* **จำนวนสาขา:** สิ้นสุดไตรมาส 4/2565 มี 1,580 สาขา เพิ่มขึ้น 197 สาขาจากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มของอาริกาโตะ, มิสเตอร์โดนัท และชินคันเซ็นซูชิ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin):** ลดลงจาก 60% เป็น 55% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **EBITDA Margin:** ลดลงจาก 26% เป็น 20% จากต้นทุนที่สูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมของ CENTEL อยู่ที่ 48,166 ล้านบาท ลดลง 1% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสินทรัพย์สิทธิการใช้และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 3% เป็น 29,275 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นและหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3% เป็น 18,891 ล้านบาท จากกำไรสะสม
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 97% เป็น 4,199 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลง 47% เป็น 1,798 ล้านบาท และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 2,516 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.2 เท่า ทรงตัวจากปีก่อน
## สรุปท้าย
CENTEL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิก้าวกระโดด 228% จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมที่ได้อานิสงส์จากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวและกิจกรรม MICE แม้ธุรกิจอาหารจะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน แต่การเติบโตของรายได้ยังคงเป็นบวก โดยภาพรวมปี 2566 คาดว่าธุรกิจโรงแรมจะเติบโตต่อเนื่องจากการเปิดโรงแรมใหม่ที่ญี่ปุ่นและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว ขณะที่ธุรกิจอาหารยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวนและสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงต้องจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CENTEL ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
6,829.52
ล้านบาท
↑ 8% YoY
กำไรขั้นต้น
2,918.18
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.73
%
กำไรสุทธิ
816.38
ล้านบาท
↑ 22.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.95
%
D/E Ratio
1.77
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,830
↑ + 8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,918
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
816
↑ + 22.4%
YoY
D/E Ratio
1.77
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CENTEL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.77
ROE (%)
9.24
ROA (%)
5.89
Book Value/หุ้น
18.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CENTEL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,092
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,144
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CENTEL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,092.40
+64.73%
|
-1,270.23
-43.46%
|
-2,246.69
+175.00%
|
-816.99
+1,387.33%
|
-54.93
-104.08%
|
1,347.61
+28.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,144.22
-129.35%
|
-7,306.43
+360.78%
|
-1,585.67
-282.78%
|
867.51
-26.39%
|
1,178.60
-144.83%
|
-2,629.02
+1.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,470.84
-46.23%
|
2,735.59
+88.27%
|
1,453.01
+241.27%
|
425.76
-160.58%
|
-702.81
-136.09%
|
1,947.56
+331.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,404.53
-32.57%
|
2,082.89
-466.11%
|
-568.93
-387.19%
|
198.10
-49.10%
|
389.16
-662.05%
|
-69.24
-106.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|
2,023.70
+57.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,944.79
+10.80%
|
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|