บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
39.25
+1.00 (+2.61%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=48372 out_tok=2385 at=2026-08-10T18:46:50 -->
# CENTEL กำไร Q2/2569 พุ่ง 69% รับอานิสงส์โรงแรมฟื้น-บริหารต้นทุนดี
## รายได้โรงแรม-อาหารโตต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกจากโรงแรมปรับปรุงเสร็จ-เปิดใหม่
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 176 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวขึ้นเพียง 2% เป็น 5,968 ล้านบาท แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมที่ปรับปรุงแล้วเสร็จและโรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจกำไรของ CENTEL ในไตรมาส 2/2569 คือ การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมที่ปรับปรุงแล้วเสร็จและโรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในภาพรวมของทั้งธุรกิจโรงแรมและอาหาร**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ธุรกิจโรงแรม:** ผลประกอบการของโรงแรมที่ปรับปรุงเสร็จ เช่น โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา และโรงแรมเซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต กลับมาทำผลงานได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ โรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์ เช่น โรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ ที่เริ่มเปิดดำเนินการก็มีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้รวมของธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 3% เป็น 2,612 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 66%
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนรวมลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น การบริหารต้นทุนที่ดีนี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรสุทธิที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยสนับสนุนหลักคือการทยอยเปิดดำเนินการของโรงแรมใหม่ๆ และการฟื้นตัวของโรงแรมที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ ซึ่งจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้และกำไรของธุรกิจโรงแรมต่อไป นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่บริษัทฯ มุ่งเน้น ซึ่งน่าจะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดีได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 69% YoY:** กำไรสุทธิอยู่ที่ 176 ล้านบาท เทียบกับ 104 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่ม 2% YoY:** อยู่ที่ 5,968 ล้านบาท โดยรายได้ธุรกิจโรงแรม 2,612 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 3%) และธุรกิจอาหาร 3,356 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2%)
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** อยู่ที่ 60% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 59% ในปีก่อน
* **EBITDA ทรงตัว YoY:** อยู่ที่ 1,405 ล้านบาท คิดเป็น 24% ของรายได้
* **EBIT เพิ่ม 9% YoY:** อยู่ที่ 516 ล้านบาท
* **โรงแรมในมัลดีฟส์ฟื้นตัวเด่น:** โรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ และเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ มีผลประกอบการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **โรงแรมที่ปรับปรุงเสร็จกลับมาทำผลงานดี:** เช่น เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา และเซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2569 CENTEL มีรายได้รวม 5,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 2,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% และรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 3,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 6% เป็น 3,478 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 60% ของรายได้ (ไม่รวมรายได้อื่น) ซึ่งสูงขึ้นจาก 59% ในปีก่อน EBITDA อยู่ที่ 1,405 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ EBIT เพิ่มขึ้น 9% เป็น 516 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 176 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานตามที่รายงาน (รวมรายการพิเศษ) EBITDA อยู่ที่ 1,395 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน และกำไรสุทธิอยู่ที่ 166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลดลงของค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และต้นทุนทางการเงิน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** การปรับปรุงโรงแรมเดิมให้ทันสมัยและการเปิดโรงแรมใหม่ในทำเลศักยภาพ โดยเฉพาะในมัลดีฟส์ จะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้และกำไร
* **การขยายธุรกิจอาหาร:** การมองหาแบรนด์ใหม่ผ่านการร่วมทุน และการขยายสาขาในแบรนด์หลักที่มีอัตรากำไรสูง จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและรายได้
* **การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่องจะช่วยรักษาอัตรากำไรให้แข็งแกร่ง
* **การท่องเที่ยวฟื้นตัว:** แนวโน้มการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวในภาพรวมจะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงแรม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค:** สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในดูไบ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่สูงในธุรกิจโรงแรมและอาหาร อาจส่งผลต่อราคาห้องพักและส่วนแบ่งการตลาด
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในธุรกิจอาหารเป็นสิ่งสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของโรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของโรงแรมที่เพิ่งเปิดดำเนินการ
* **การบริหารต้นทุนธุรกิจอาหาร:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายต่างๆ
* **แผนการขยายสาขาธุรกิจอาหาร:** การเปิดสาขาใหม่และการเติบโตของแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาร่วมทุน
* **สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง:** ผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงแรมในดูไบ
* **การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน:** ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:**
* **รายได้รวม:** 2,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของโรงแรมในมัลดีฟส์ที่ปรับตัวดีขึ้น และโรงแรมที่ปรับปรุงเสร็จแล้วกลับมาทำผลงานได้ดี
* **อัตราการเข้าพัก (OCC):** โดยรวมอยู่ที่ 65% ลดลงเล็กน้อยจาก 66% ในปีก่อน แต่ในบางพื้นที่ เช่น กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ปรับตัวดีขึ้น
* **ราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR):** โดยรวมลดลง 8% YoY อยู่ที่ 5,133 บาท โดยได้รับผลกระทบจากโรงแรมในดูไบและญี่ปุ่นที่ ARR ปรับลดลง
* **รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR):** โดยรวมลดลง 10% YoY อยู่ที่ 3,328 บาท โดยหากไม่รวมโรงแรมในดูไบ RevPAR จะเพิ่มขึ้น 1%
* **มัลดีฟส์:** RevPAR เพิ่มขึ้น 69% YoY เป็น 6,245 บาท จาก OCC ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ดูไบ:** RevPAR ลดลง 61% YoY เป็น 2,385 บาท จากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
* **ญี่ปุ่น:** RevPAR ลดลง 46% YoY เป็น 4,185 บาท จากการรวมผลประกอบการของโรงแรมใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการ
**ธุรกิจอาหาร:**
* **รายได้รวม:** 3,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY
* **อัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (SSS):** ทรงตัวเมื่อเทียบปีก่อน
* **การลงทุนใน Lucky Suki:** บริษัทฯ ถือหุ้น 40% ใน MP ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านสุกี้และบาร์บีคิว เริ่มรับรู้ผลประกอบการตั้งแต่ Q1/2569
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **งบประมาณการลงทุนปี 2569:** บริษัทฯ ได้ตั้งงบประมาณการลงทุนรวม 5,900 – 6,400 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นธุรกิจโรงแรม 3,300 – 3,600 ล้านบาท, ธุรกิจอาหาร 700 – 800 ล้านบาท และโอกาสการลงทุนเพิ่มเติม 1,900 – 2,000 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CENTEL ในไตรมาส 2/2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในมัลดีฟส์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะยังมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แต่การลงทุนในโรงแรมใหม่และการปรับปรุงโรงแรมเดิม รวมถึงการขยายธุรกิจอาหารอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CENTEL ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
6,829.52
ล้านบาท
↑ 8% YoY
กำไรขั้นต้น
2,918.18
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.73
%
กำไรสุทธิ
816.38
ล้านบาท
↑ 22.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.95
%
D/E Ratio
1.77
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,830
↑ + 8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,918
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
816
↑ + 22.4%
YoY
D/E Ratio
1.77
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CENTEL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.77
ROE (%)
9.24
ROA (%)
5.89
Book Value/หุ้น
18.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CENTEL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,092
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,144
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CENTEL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,092.40
+64.73%
|
-1,270.23
-43.46%
|
-2,246.69
+175.00%
|
-816.99
+1,387.33%
|
-54.93
-104.08%
|
1,347.61
+28.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,144.22
-129.35%
|
-7,306.43
+360.78%
|
-1,585.67
-282.78%
|
867.51
-26.39%
|
1,178.60
-144.83%
|
-2,629.02
+1.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,470.84
-46.23%
|
2,735.59
+88.27%
|
1,453.01
+241.27%
|
425.76
-160.58%
|
-702.81
-136.09%
|
1,947.56
+331.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,404.53
-32.57%
|
2,082.89
-466.11%
|
-568.93
-387.19%
|
198.10
-49.10%
|
389.16
-662.05%
|
-69.24
-106.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|
2,023.70
+57.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,944.79
+10.80%
|
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|