บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
39.25
+1.00 (+2.61%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16751 out_tok=2967 at=2026-07-25T12:36:28 -->
CENTEL กำไร Q3/2565 พลิกบวกแรง รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-อาหารโตต่อเนื่อง
**รายได้โรงแรมพุ่ง 258% สวนทางต้นทุนคงที่ ขณะธุรกิจอาหารโต 49% หนุนภาพรวมฟื้นตัวชัดเจน**
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 78 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 802 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ประกอบกับธุรกิจอาหารยังคงเติบโตได้ดีต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตถึง 85%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CENTEL ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไร มาจาก **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจโรงแรม** ซึ่งมีรายได้เติบโตถึง 258% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ และการจัดประชุมสัมมนา (MICE) ที่เริ่มกลับมาคึกคัก ประกอบกับ **ธุรกิจอาหารยังคงเติบโตได้ดี** โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 49% จากการบริโภคในร้านที่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ธุรกิจโรงแรม:** การยกเลิก Thailand Pass ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย อินเดีย และลาว ทำให้โรงแรมในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate - OCC) และราคาห้องพักเฉลี่ย (Average Room Rate - ARR) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย RevPar ของประเทศไทยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 810% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ามัลดีฟส์จะอยู่ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและมีผลการดำเนินงานอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เมื่อเทียบกับปีก่อนยังคงเติบโตได้ในสกุลเงินบาทจากการอ่อนค่าของเงินบาท ขณะที่โรงแรมในดูไบที่เริ่มเปิดดำเนินการก็มีอัตราการเข้าพักที่ดี
* **ธุรกิจอาหาร:** การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same-Store-Sales - SSS) อยู่ที่ 43% และยอดขายรวมทุกสาขา (Total-System-Sales - TSS) เพิ่มขึ้น 51% สะท้อนถึงการกลับมาบริโภคในร้าน (dine-in) ที่แข็งแกร่งขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ประกอบกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการปรับราคาขายอย่างระมัดระวังเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ช่วยรักษาระดับกำไร
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรม เนื่องจากมาตรการผ่อนคลายการเดินทางระหว่างประเทศยังคงมีอยู่ และคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2565 ตามประมาณการของบริษัทฯ ที่คาดการณ์อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 45-50% และ RevPar อยู่ที่ 2,200-2,500 บาท สำหรับธุรกิจอาหาร คาดการณ์ SSS อยู่ที่ 15-18% และ TSS อยู่ที่ 20-25% ในปี 2565 ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตที่ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านเงินเฟ้อและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ซึ่งบริษัทฯ มีแผนบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** ไตรมาส 3/2565 มีกำไรสุทธิ 78 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 802 ล้านบาทในไตรมาส 3/2564
* **รายได้รวมเติบโต 85%:** อยู่ที่ 4,492 ล้านบาท จาก 2,425 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้เพิ่มขึ้น 258% เป็น 1,508 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 60% เพิ่มขึ้นจาก 45% ในปีก่อน
* **ธุรกิจอาหารเติบโตต่อเนื่อง:** รายได้เพิ่มขึ้น 49% เป็น 2,984 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 57%
* **EBITDA เติบโต 289%:** อยู่ที่ 938 ล้านบาท จาก 241 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3/2565:** บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% จาก 2,425 ล้านบาทในปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 258% เป็น 1,508 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น 49% เป็น 2,984 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 42% เพิ่มขึ้นจาก 43% ในปีก่อน (ตัวเลขในตารางระบุ 42% แต่ในเนื้อหาบอก 42% ไม่รวมรายได้อื่น และเพิ่มขึ้นเทียบกับปีก่อน) EBITDA เพิ่มขึ้น 289% เป็น 938 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 78 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 802 ล้านบาทในปีก่อน
**9 เดือนแรกปี 2565:** บริษัทฯ มีรายได้รวม 12,714 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% จาก 7,887 ล้านบาทในปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 236% เป็น 4,178 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น 28% เป็น 8,536 ล้านบาท EBITDA เพิ่มขึ้น 180% เป็น 2,880 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิ 100 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุนสุทธิ 1,886 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศต่อเนื่อง และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรม
* **การเติบโตของธุรกิจอาหาร:** การบริโภคในร้านที่ฟื้นตัว การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้
* **การเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่:** โรงแรมเซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย และการรับรู้รายได้ค่าบริหารโรงแรมเซ็นทารา มิราจบีชรีสอร์ท ดูไบ จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในปี 2565
* **การลงทุนในแบรนด์อาหารใหม่:** การรับรู้รายได้จากการลงทุนใน Shinkanzen Sushi และ Senma Sushi จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอาหาร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ภาวะเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงานอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจอาหาร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโรงแรมและอาหารอาจกดดันราคาและส่วนแบ่งการตลาด
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับเงินกู้ยืมสกุลเงินต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว:** ติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยอย่างใกล้ชิด
* **ผลประกอบการของโรงแรมในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะมัลดีฟส์ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว
* **การบริหารจัดการต้นทุนธุรกิจอาหาร:** การรับมือกับภาวะเงินเฟ้อและราคาวัตถุดิบที่ผันผวน
* **การขยายสาขาธุรกิจอาหาร:** การเติบโตของจำนวนสาขาใหม่ๆ โดยเฉพาะแบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาร่วมทุน
* **ผลกระทบจากค่าโดยสารเครื่องบินที่สูงขึ้น:** ต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:**
* **อัตราการเข้าพัก (OCC):** ภาพรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ฟื้นตัวแรงจาก 13% ใน Q3/64 เป็น 52% ใน Q3/65
* **ราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR):** ปรับตัวสูงขึ้นทุกภูมิภาค โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่เพิ่มขึ้น 193% และต่างจังหวัด 81%
* **รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar):** เติบโตโดดเด่นในประเทศไทย โดยกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 803% และต่างจังหวัด 820% สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง
* **การบริหารต้นทุน:** บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
**ธุรกิจอาหาร:**
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSS):** เติบโต 43% ใน Q3/65 เทียบกับ -30% ในปีก่อน แสดงถึงการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการบริโภค
* **จำนวนสาขา:** เพิ่มขึ้นสุทธิ 31 สาขาใน Q3/65 เป็น 1,543 สาขา โดยมีการขยายสาขาในแบรนด์ อาริกาโตะ, มิสเตอร์โดนัท และ ชินคันเซ็นซูชิ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ทรงตัวที่ 57% แม้เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบ
* **EBITDA Margin:** ลดลงจาก 32% ใน Q3/64 เป็น 23% ใน Q3/65 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 37,375 ล้านบาท ลดลง 2.6% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์สิทธิการใช้และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ ขณะที่เงินลงทุนในการร่วมค้าเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 21,088 ล้านบาท ลดลง 1.3% จากสิ้นปี 2564 จากการลดลงของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น หุ้นกู้ และหนี้สินตามสัญญาเช่า แต่มีเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 16,287 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเพิ่มขึ้นของกำไรเบ็ดเสร็จอื่น
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,072 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156% จากปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลง 47% ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเพื่อซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า บริษัทฯ มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 1,571 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น หนี้สินตามสัญญาเช่า และหุ้นกู้ โดยมีเงินสดรับจากเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.5 เท่า ลดลงจาก 0.6 เท่าในสิ้นปี 2564 อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.2 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (ไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) ต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.8 เท่า ดีขึ้นเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ของ CENTEL สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรมาจากการกลับมาของธุรกิจโรงแรมที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ประกอบกับธุรกิจอาหารที่ยังคงเติบโตได้ดี แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น เงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ มีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CENTEL ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
6,829.52
ล้านบาท
↑ 8% YoY
กำไรขั้นต้น
2,918.18
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.73
%
กำไรสุทธิ
816.38
ล้านบาท
↑ 22.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.95
%
D/E Ratio
1.77
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,830
↑ + 8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,918
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
816
↑ + 22.4%
YoY
D/E Ratio
1.77
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CENTEL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.77
ROE (%)
9.24
ROA (%)
5.89
Book Value/หุ้น
18.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CENTEL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,092
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,144
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CENTEL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,092.40
+64.73%
|
-1,270.23
-43.46%
|
-2,246.69
+175.00%
|
-816.99
+1,387.33%
|
-54.93
-104.08%
|
1,347.61
+28.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,144.22
-129.35%
|
-7,306.43
+360.78%
|
-1,585.67
-282.78%
|
867.51
-26.39%
|
1,178.60
-144.83%
|
-2,629.02
+1.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,470.84
-46.23%
|
2,735.59
+88.27%
|
1,453.01
+241.27%
|
425.76
-160.58%
|
-702.81
-136.09%
|
1,947.56
+331.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,404.53
-32.57%
|
2,082.89
-466.11%
|
-568.93
-387.19%
|
198.10
-49.10%
|
389.16
-662.05%
|
-69.24
-106.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|
2,023.70
+57.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,944.79
+10.80%
|
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|