บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
39.25
+1.00 (+2.61%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14994 out_tok=3111 at=2026-07-25T13:29:52 -->
# CENTEL Q3/2564 กำไรสุทธิหดตัว 10% รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้ธุรกิจอาหารวูบ
## ฝ่ายจัดการ CENTEL ชี้รายได้โรงแรมฟื้นตัวเล็กน้อยจากมัลดีฟส์ แต่ภาพรวมยังถูกกดดันจากมาตรการคุมโควิด
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีผลขาดทุนสุทธิ 804 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 21% เป็น 2,424 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจอาหารที่ได้รับผลกระทบหนักจากการแพร่ระบาดโควิด-19 และมาตรการควบคุมที่เข้มงวด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
หัวใจหลักที่ทำใหผลประกอบการของ CENTEL ในไตรมาส 3/2564 เปลี่ยนแปลง คือ **การหดตัวของรายได้ธุรกิจอาหารอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมรายได้รวมลดลง 21% และกำไรขั้นต้นรวมลดลง 17% แม้ว่าธุรกิจโรงแรมจะมีสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้นจากโรงแรมในมัลดีฟส์ก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ธุรกิจอาหาร:** ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 และมาตรการควบคุมที่เข้มงวดของภาครัฐ เช่น การปิดศูนย์การค้า การจำกัดการรับประทานอาหารในร้าน (Dine-in) และการจำกัดการเดินทาง ส่งผลให้อัตราการเติบโตจากยอดขายสาขาเดิม (% SSS) ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะแบรนด์ที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าและพึ่งพารายได้จากการรับประทานที่ร้านเป็นหลัก แม้ว่ายอดขายผ่านช่องทางเดลิเวอรี่จะเติบโตสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการสูญเสียรายได้จากการรับประทานที่ร้านได้ทั้งหมด
* **ธุรกิจโรงแรม:** แม้ภาพรวมรายได้จะลดลง 12% เป็น 420 ล้านบาท แต่มีสัญญาณที่ดีขึ้นจากการฟื้นตัวของโรงแรมในมัลดีฟส์หลังยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางจากบางประเทศ อย่างไรก็ตาม รายได้โรงแรมในประเทศยังคงลดลง โดยเฉพาะรายได้จากการจัดประชุมสัมมนา และการปิดดำเนินการชั่วคราวของบางโรงแรม ส่งผลให้รายได้รวมของธุรกิจโรงแรมยังคงหดตัว
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายจัดการคาดว่าสถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/2564 เป็นต้นไป จากการผ่อนคลายมาตรการภาครัฐและการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการของภาครัฐที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่ยังคงได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโดยรวม
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 804 ล้านบาท:** ลดลง 10% YoY จาก 898 ล้านบาท
* **รายได้รวม 2,424 ล้านบาท:** ลดลง 21% YoY จาก 3,062 ล้านบาท
* **ธุรกิจอาหารกระทบหนัก:** รายได้ลดลง 23% YoY เป็น 2,004 ล้านบาท จากผลกระทบมาตรการคุมโควิด-19
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวเล็กน้อย:** รายได้ลดลง 12% YoY เป็น 420 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของโรงแรมในมัลดีฟส์
* **EBITDA รวม 240 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 650% YoY จาก 32 ล้านบาท จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการฟื้นตัวของโรงแรมมัลดีฟส์
* **การเปิดประเทศ:** คาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมตั้งแต่ไตรมาส 4/2564 เป็นต้นไป
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 CENTEL มีรายได้รวม 2,424 ล้านบาท ลดลง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 420 ล้านบาท ลดลง 12% YoY และรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 2,004 ล้านบาท ลดลง 23% YoY กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 1,255 ล้านบาท ลดลง 17% YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 51% เป็น 54% กำไรก่อนดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวมอยู่ที่ 240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 650% YoY จาก 32 ล้านบาท โดยคิดเป็นอัตรากำไร EBITDA ต่อรายได้รวม 10% เพิ่มขึ้นจาก 1% ในปีก่อน ผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 804 ล้านบาท ลดลง 10% YoY จาก 898 ล้านบาท
สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,887 ล้านบาท ลดลง 21% YoY โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 1,242 ล้านบาท ลดลง 49% YoY และรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 6,645 ล้านบาท ลดลง 12% YoY กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 4,202 ล้านบาท ลดลง 22% YoY โดยคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 56% ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน EBITDA รวมอยู่ที่ 1,027 ล้านบาท ลดลง 33% YoY โดยคิดเป็นอัตรากำไร EBITDA ต่อรายได้รวม 13% ลดลงจาก 15% ในปีก่อน ผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 1,932 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 41% YoY
## โอกาส
* **การเปิดประเทศ:** การผ่อนคลายมาตรการและแผนการเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 สำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบถ้วน คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมตั้งแต่ไตรมาส 4/2564 เป็นต้นไป
* **การฟื้นตัวของมัลดีฟส์:** การยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางจากบางประเทศส่งผลให้โรงแรมในมัลดีฟส์มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมธุรกิจโรงแรม
* **การเติบโตของช่องทางเดลิเวอรี่:** ธุรกิจอาหารมีการเติบโตของยอดขายผ่านช่องทางเดลิเวอรี่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายช่องทางการขาย
* **การเปิดโรงแรมใหม่:** การรับรู้รายได้บางส่วนจากโรงแรมใหม่ 2 แห่งในไตรมาส 4/2564 คือ โรงแรมเซ็นทารา มิราจบีช รีสอร์ท ดูไบ และโรงแรมเซ็นทารารีเซิร์ฟ สมุย จะช่วยเสริมรายได้
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดและการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจอาหาร
* **มาตรการภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการดำเนินธุรกิจ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่สูงในธุรกิจโรงแรมและอาหาร อาจกดดันอัตรากำไร
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าเช่า อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** ติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย และผลกระทบจากการเปิดประเทศ
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** การออกมาตรการของภาครัฐเพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและบริการ
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจอาหาร:** การปรับตัวของยอดขายสาขาเดิม (% SSS) และการเติบโตของช่องทางเดลิเวอรี่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยเฉพาะค่าเช่าและค่าแรง
* **การเปิดโรงแรมใหม่:** ผลการดำเนินงานของโรงแรมเซ็นทารา มิราจบีช รีสอร์ท ดูไบ และเซ็นทารารีเซิร์ฟ สมุย
* **อัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ย:** แนวโน้มการปรับตัวของ Occupancy Rate และ ARR ในธุรกิจโรงแรม
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** ความเพียงพอของกระแสเงินสดภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:**
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 มีโรงแรมภายใต้การบริหาร 84 แห่ง (17,224 ห้อง) แบ่งเป็นโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 45 แห่ง (8,803 ห้อง) และโรงแรมที่กำลังพัฒนา 39 แห่ง (8,421 ห้อง)
* **อัตราการเข้าพัก (OCC):** ภาพรวมโรงแรมทั้งหมดอยู่ที่ 16% ลดลงจาก 20% ในปีก่อน โดยโรงแรมในมัลดีฟส์มี OCC สูงถึง 64% ขณะที่ประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 12%
* **ราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR):** ภาพรวมโรงแรมทั้งหมดอยู่ที่ 3,497 บาท เพิ่มขึ้น 32% YoY โดยโรงแรมในมัลดีฟส์มี ARR สูงถึง 9,643 บาท ขณะที่ประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,215 บาท
* **รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar):** ภาพรวมโรงแรมทั้งหมดอยู่ที่ 560 บาท เพิ่มขึ้น 5% YoY โดยโรงแรมในมัลดีฟส์อยู่ที่ 6,174 บาท ขณะที่ประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 207 บาท
* **กำไรขั้นต้น:** ธุรกิจโรงแรมมีกำไรขั้นต้น 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 44% ของรายได้จากกิจการโรงแรม
* **EBITDA:** ขาดทุน 397 ล้านบาท ลดลง 6 ล้านบาท YoY โดยมีอัตรากำไร EBITDA ต่อรายได้รวม -95%
**ธุรกิจอาหาร:**
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 1,270 สาขา เพิ่มขึ้น 127 สาขา YoY
* **รายได้:** 2,004 ล้านบาท ลดลง 23% YoY
* **อัตราการเติบโตจากยอดขายสาขาเดิม (% SSS):** ลดลงจาก 30% เป็นหลัก
* **อัตราการเติบโตจากยอดขายรวม (% TSS):** ลดลง 25%
* **กำไรขั้นต้น:** 1,090 ล้านบาท ลดลง 27% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 54% ลดลง 3% pts.
* **EBITDA:** 637 ล้านบาท ลดลง YoY โดยมีอัตราส่วนต่อรายได้รวม 22%
* **ขาดทุนสุทธิ:** 18 ล้านบาท ลดลง 79 ล้านบาท YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 47,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากสิ้นปี 2563 ส่วนใหญ่มาจากการตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น หนี้สินรวม 29,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 18,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79% จากสิ้นปี 2563 จากการตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1,106 ล้านบาท ลดลง YoY กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 2,328 ล้านบาท เพิ่มขึ้น YoY ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน 1,202 ล้านบาท ลดลง YoY ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนสภาพคล่องทรงตัวที่ 0.6 เท่า อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 1.3 เท่า ดีขึ้นจากปีก่อน
## สรุปท้าย
CENTEL ในไตรมาส 3/2564 เผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจอาหาร ทำให้รายได้รวมและกำไรสุทธิหดตัว แม้ธุรกิจโรงแรมจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากตลาดมัลดีฟส์และโอกาสจากการเปิดประเทศในอนาคต แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตของช่องทางเดลิเวอรี่ในธุรกิจอาหารยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองผลประกอบการ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ นักลงทุนต้องจับตาการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและมาตรการภาครัฐอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CENTEL ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
6,829.52
ล้านบาท
↑ 8% YoY
กำไรขั้นต้น
2,918.18
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.73
%
กำไรสุทธิ
816.38
ล้านบาท
↑ 22.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.95
%
D/E Ratio
1.77
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,830
↑ + 8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,918
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
816
↑ + 22.4%
YoY
D/E Ratio
1.77
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CENTEL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.77
ROE (%)
9.24
ROA (%)
5.89
Book Value/หุ้น
18.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CENTEL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,092
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,144
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CENTEL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,092.40
+64.73%
|
-1,270.23
-43.46%
|
-2,246.69
+175.00%
|
-816.99
+1,387.33%
|
-54.93
-104.08%
|
1,347.61
+28.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,144.22
-129.35%
|
-7,306.43
+360.78%
|
-1,585.67
-282.78%
|
867.51
-26.39%
|
1,178.60
-144.83%
|
-2,629.02
+1.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,470.84
-46.23%
|
2,735.59
+88.27%
|
1,453.01
+241.27%
|
425.76
-160.58%
|
-702.81
-136.09%
|
1,947.56
+331.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,404.53
-32.57%
|
2,082.89
-466.11%
|
-568.93
-387.19%
|
198.10
-49.10%
|
389.16
-662.05%
|
-69.24
-106.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|
2,023.70
+57.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,944.79
+10.80%
|
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|