บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
39.25
+1.00 (+2.61%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16193 out_tok=3178 at=2026-07-25T03:41:04 -->
# CENTEL กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 450% รับธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง
## รายได้รวมโต 21% จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ขณะที่ธุรกิจอาหารเผชิญแรงกดดันต้นทุน
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 121 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 450% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ขณะที่ธุรกิจอาหารยังคงเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ CENTEL พลิกมีกำไรสุทธิ 121 ล้านบาทในไตรมาส 2/2566 จากที่ขาดทุน 22 ล้านบาทในปีก่อน มาจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของ **ธุรกิจโรงแรม** ซึ่งสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานได้ โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 43% และ EBITDA เพิ่มขึ้นถึง 86% ขณะที่ **ธุรกิจอาหาร** แม้รายได้รวมจะเติบโต 10% แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 2% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นและ EBITDA ปรับลดลงจากแรงกดดันด้านต้นทุน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจโรงแรม:** การฟื้นตัวมาจากปัจจัยหลักคือการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะในประเทศไทย ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy - OCC) ของโรงแรมในไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 45% ใน Q2/2565 เป็น 65% ใน Q2/2566 โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่ OCC เพิ่มขึ้น 19% และ 21% ตามลำดับ แม้ว่าราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) จะปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 3% แต่การเพิ่มขึ้นของ OCC อย่างมากส่งผลให้รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) โดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 40% นอกจากนี้ โรงแรมในดูไบยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดีต่อเนื่อง โดย OCC เพิ่มขึ้น 10% และ ARR เพิ่มขึ้น 13% อย่างไรก็ตาม โรงแรมในมัลดีฟส์มีผลการดำเนินงานที่ลดลง โดย OCC และ ARR ปรับลดลง ส่งผลให้ RevPAR ลดลง 23% ซึ่งเป็นผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียที่ลดลงและนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่กลับมาเท่าช่วงก่อนโควิด
**ธุรกิจอาหาร:** แม้รายได้รวมจะเติบโต 10% จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายรวม (TSS) 10% และยอดขายสาขาเดิม (SSS) 5% แต่กำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารลดลง 2% เป็น 55% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในแบรนด์หลัก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ EBITDA ลดลง 8% และกำไรสุทธิลดลง 2%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ธุรกิจโรงแรม:** มี **โอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าปี 2566 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะอยู่ที่ 68%-72% และ RevPAR อยู่ที่ 3,400-3,700 บาท ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนถึงผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกที่ดีกว่าคาด และการเปิดโรงแรมใหม่ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีราคาห้องพักเฉลี่ยสูงกว่าโรงแรมในประเทศ จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม มีแผนการปรับปรุงใหญ่โรงแรมในภูเก็ตและพัทยา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในช่วงสั้นๆ
**ธุรกิจอาหาร:** มี **ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายจัดการจะคาดการณ์ SSS เติบโต 5%-7% และ TSS เติบโต 10%-12% ในปี 2566 แต่แรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ บริษัทฯ มีแผนเจรจาต่อรองกับผู้ขาย วางแผนทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน รวมถึงการปรับราคาและออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อบริหารจัดการต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป การเพิ่มประสิทธิภาพและรักษาอัตรากำไรยังคงเป็นเป้าหมายหลัก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 450% เป็น 121 ล้านบาท** จากขาดทุน 22 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 21% เป็น 5,250 ล้านบาท** หนุนโดยธุรกิจโรงแรมที่ฟื้นตัวแรง
* **ธุรกิจโรงแรม: รายได้โต 43% RevPAR เพิ่ม 40%** จากอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้นมาก
* **ธุรกิจอาหาร: รายได้โต 10% แต่กำไรสุทธิลดลง 2%** จากแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้า
* **EBITDA รวมเพิ่ม 23% เป็น 1,223 ล้านบาท** โดยธุรกิจโรงแรมมี EBITDA เพิ่ม 86%
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อยจาก 58% เป็น 56%** จากการลดลงของอัตรากำไรธุรกิจอาหาร
* **มีแผนเปิดโรงแรมใหม่ Centara Grand Osaka** ในวันที่ 1 ก.ค. 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2/2566:** บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 2,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% และรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 3,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 18% เป็น 2,857 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 58% เป็น 56% เนื่องจากอัตรากำไรธุรกิจอาหารลดลง EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 23% เป็น 1,223 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 121 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 450%
**งวด 6 เดือนปี 2566:** รายได้รวม 11,114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% โดยรายได้โรงแรมเพิ่มขึ้น 82% และรายได้อาหารเพิ่มขึ้น 13% กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 35% เป็น 6,144 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นรวมทรงตัวที่ 58% EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 49% เป็น 2,894 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 750 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 21 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก:** โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มกลับมา จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของธุรกิจโรงแรม
* **การเปิดโรงแรมใหม่ Centara Grand Osaka:** จะช่วยเพิ่มรายได้และกระจายฐานธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ
* **การขยายสาขาธุรกิจอาหาร:** มีแผนเพิ่มสาขาใหม่ 110-130 สาขาในปี 2566 โดยเฉพาะแบรนด์ KFC, Auntie Anne's, Salad Factory, Somtum Der และ Shinkanzen Sushi
* **การปรับปรุงโรงแรม:** การปรับปรุงโรงแรมในภูเก็ตและพัทยาจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและดึงดูดลูกค้าในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนธุรกิจอาหาร:** การเจรจาต่อรองวัตถุดิบ การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และการหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน จะช่วยลดผลกระทบจากราคาที่ผันผวน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและค่าแรงงานในธุรกิจอาหาร อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจถดถอยและความไม่แน่นอนทางการเมือง:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงแรมและอาหาร:** ที่รุนแรงขึ้น อาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
* **ผลกระทบจากการปรับปรุงโรงแรม:** การปิดโรงแรมเพื่อปรับปรุงอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในช่วงสั้นๆ
* **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของหนี้สินตามสัญญาเช่า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน:** จะส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของธุรกิจโรงแรม
* **การบริหารจัดการต้นทุนธุรกิจอาหาร:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไร
* **ผลประกอบการของโรงแรม Centara Grand Osaka:** หลังเปิดดำเนินการ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ของธุรกิจโรงแรม
* **ผลกระทบจากการปรับปรุงโรงแรม:** การดำเนินการตามแผนการปรับปรุงโรงแรมในภูเก็ตและพัทยา จะส่งผลต่อรายได้และกำไรอย่างไร
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** โดยเฉพาะในธุรกิจอาหาร ที่ยังคงให้ความสำคัญกับช่องทางเดลิเวอร์รี่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:**
* **Occupancy Rate (OCC):** ภาพรวม Q2/66 อยู่ที่ 67% เพิ่มขึ้นจาก 49% ในปีก่อน โดยประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 65% (กรุงเทพฯ 72%, ต่างจังหวัด 62%) มัลดีฟส์ 56% และดูไบ 82%
* **Average Room Rate (ARR):** ภาพรวม Q2/66 อยู่ที่ 4,596 บาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน โดยประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 3,901 บาท (กรุงเทพฯ 3,791 บาท, ต่างจังหวัด 3,957 บาท) มัลดีฟส์ 12,361 บาท และดูไบ 6,226 บาท
* **Revenue per Available Room (RevPAR):** ภาพรวม Q2/66 อยู่ที่ 3,068 บาท เพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อน โดยประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 2,545 บาท (กรุงเทพฯ 2,733 บาท, ต่างจังหวัด 2,462 บาท) มัลดีฟส์ 6,896 บาท และดูไบ 5,094 บาท
* **EBITDA Margin (โรงแรม):** อยู่ที่ 30% เพิ่มขึ้นจาก 23% ในปีก่อน
* **จำนวนโรงแรม:** ณ สิ้น Q2/66 มี 93 โรงแรม (20,081 ห้อง) แบ่งเป็นเปิดดำเนินการ 50 โรงแรม (10,512 ห้อง) และกำลังพัฒนา 43 โรงแรม (9,569 ห้อง)
**ธุรกิจอาหาร:**
* **Same-Store-Sales (SSS):** Q2/66 เติบโต 5% (4 แบรนด์หลัก 5%, แบรนด์อื่นๆ 0%) ลดลงจาก 19% ในปีก่อน
* **Total-System-Sales (TSS):** Q2/66 เติบโต 10% (4 แบรนด์หลัก 9%, แบรนด์อื่นๆ 13%) ลดลงจาก 25% ในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (ธุรกิจอาหาร):** Q2/66 อยู่ที่ 55% ลดลงจาก 57% ในปีก่อน
* **EBITDA Margin (อาหาร):** Q2/66 อยู่ที่ 19% ลดลงจาก 23% ในปีก่อน
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้น Q2/66 มี 1,590 สาขา เพิ่มขึ้น 78 สาขาจากปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 55,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สิทธิการใช้ (สัญญาเช่า) และเงินสด
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 35,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินตามสัญญาเช่า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 19,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 922 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 66
* **กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 2,420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 814 ล้านบาทจากปีก่อน
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 เท่า จาก 1.2 เท่าในปีก่อน ส่วนหนึ่งจากผลกระทบทางการบัญชีสัญญาเช่า
## สรุปท้าย
CENTEL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากการกลับมาของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอาหารยังคงเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด ขณะที่โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการเปิดโรงแรมใหม่และการขยายสาขาอาหาร โดยต้องบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนและภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CENTEL ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
6,829.52
ล้านบาท
↑ 8% YoY
กำไรขั้นต้น
2,918.18
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.73
%
กำไรสุทธิ
816.38
ล้านบาท
↑ 22.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.95
%
D/E Ratio
1.77
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,830
↑ + 8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,918
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
816
↑ + 22.4%
YoY
D/E Ratio
1.77
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CENTEL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.77
ROE (%)
9.24
ROA (%)
5.89
Book Value/หุ้น
18.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CENTEL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,092
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,144
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CENTEL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,092.40
+64.73%
|
-1,270.23
-43.46%
|
-2,246.69
+175.00%
|
-816.99
+1,387.33%
|
-54.93
-104.08%
|
1,347.61
+28.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,144.22
-129.35%
|
-7,306.43
+360.78%
|
-1,585.67
-282.78%
|
867.51
-26.39%
|
1,178.60
-144.83%
|
-2,629.02
+1.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,470.84
-46.23%
|
2,735.59
+88.27%
|
1,453.01
+241.27%
|
425.76
-160.58%
|
-702.81
-136.09%
|
1,947.56
+331.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,404.53
-32.57%
|
2,082.89
-466.11%
|
-568.93
-387.19%
|
198.10
-49.10%
|
389.16
-662.05%
|
-69.24
-106.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|
2,023.70
+57.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,944.79
+10.80%
|
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|