บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
39.25
+1.00 (+2.61%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16752 out_tok=3062 at=2026-07-25T11:00:19 -->
# CENTEL พลิกขาดทุน Q3/66 สู่กำไร 73 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 21% แตะ 5,416 ล้านบาท ขณะธุรกิจอาหารทรงตัว ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยบวกจากท่องเที่ยวฟื้นตัว-โรงแรมใหม่หนุน
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 73 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 78 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมที่รายได้เติบโตถึง 55% ขณะที่ธุรกิจอาหารยังคงทรงตัว อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ CENTEL พลิกจากขาดทุนสุทธิ 78 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 มาเป็นกำไรสุทธิ 73 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจโรงแรม** ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 55% หรือ 825 ล้านบาท แตะ 2,333 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจอาหารมีรายได้เติบโตเพียง 3% หรือ 99 ล้านบาท เป็น 3,083 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นผลมาจากปัจจัยหลักหลายประการ ได้แก่:
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยว:** อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมัลดีฟส์ และดูไบ มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy - OCC) ของโรงแรมในภาพรวมเพิ่มขึ้นจาก 55% เป็น 69%
* **ราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) ที่ปรับสูงขึ้น:** แม้ว่าในบางพื้นที่ เช่น มัลดีฟส์ ARR จะลดลง แต่โดยรวม ARR ของโรงแรมทั้งหมดเพิ่มขึ้น 12% เป็น 4,652 บาท ซึ่งช่วยหนุนรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar) ให้เพิ่มขึ้นถึง 39% เป็น 3,214 บาท
* **การเปิดโรงแรมใหม่:** การเปิดดำเนินการของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นมา ได้เข้ามาเสริมรายได้ให้กับธุรกิจโรงแรม แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของโรงแรมใหม่นี้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงานก็ตาม
* **การฟื้นตัวของโรงแรมในประเทศไทย:** โรงแรมในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต เกาะสมุย พัทยา และกระบี่
อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 52%** หรือ 96 ล้านบาท เป็น 280 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการบันทึกบัญชีสัญญาเช่าโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า และการต่อสัญญาเช่าโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์บีชรีสอร์ทหัวหิน รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น เป็นปัจจัยที่กดดันผลกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรม เนื่องจากแนวโน้มการท่องเที่ยวทั่วโลกยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง และบริษัทฯ มีแผนขยายธุรกิจและปรับปรุงโรงแรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การเปิดโรงแรมใหม่ในต่างประเทศ เช่น โอซาก้า จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่อาจยังคงอยู่ในระดับสูง อาจเป็นแรงกดดันต่อกำไรสุทธิในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** ไตรมาส 3/2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 73 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 78 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 คิดเป็นการปรับตัวดีขึ้น 194%
* **รายได้รวมเติบโต 21%:** รายได้รวมอยู่ที่ 5,416 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 924 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 55% เป็น 2,333 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น 3% เป็น 3,083 ล้านบาท
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวเด่น:** อัตราการเข้าพักเฉลี่ยรวมเพิ่มขึ้นจาก 55% เป็น 69% และรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar) เพิ่มขึ้น 39% เป็น 3,214 บาท
* **ธุรกิจอาหารเผชิญแรงกดดัน:** อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอาหารลดลงจาก 57% เป็น 54% และ EBITDA ลดลง 20% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าเช่า และค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 52% เป็น 280 ล้านบาท จากผลกระทบทางบัญชีสัญญาเช่าและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 CENTEL มีรายได้รวม 5,416 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจโรงแรมที่เติบโตถึง 55% จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจอาหารเติบโต 3% โดยยอดขายสาขาเดิม (SSS) ทรงตัว แต่การเติบโตของยอดขายรวม (TSS) อยู่ที่ 4% ได้รับผลกระทบจากการกลับมานั่งรับประทานอาหารที่ร้านมากขึ้น
ในด้านกำไรขั้นต้นรวม 2,908 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% แต่อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 58% เป็น 56% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงแรมและอาหารลดลงเล็กน้อย EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 24% เป็น 1,165 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไร EBITDA 22% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 52% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น 10% ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็น 73 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 78 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 16,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% โดยธุรกิจโรงแรมเติบโต 72% และธุรกิจอาหารเติบโต 9% กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 823 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 100 ล้านบาทในปีที่แล้ว
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** แนวโน้มการท่องเที่ยวทั่วโลกและในภูมิภาคเอเชียยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจีนที่กลับมา ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงแรม
* **การขยายธุรกิจโรงแรม:** การเปิดโรงแรมใหม่และการพัฒนาโครงการโรงแรมในอนาคต โดยเฉพาะในตลาดที่มีศักยภาพ จะช่วยเพิ่มรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพในธุรกิจอาหาร จะช่วยรักษาอัตรากำไร
* **การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน:** การร่วมมือกับ SCG Cleanergy เพื่อนำเทคโนโลยี Smart Energy มาใช้ในโรงแรม จะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าเช่า ค่าไฟฟ้า และค่าแรงงานที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจอาหาร
* **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและความขัดแย้งระหว่างประเทศ:** ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในธุรกิจอาหาร:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจอาหาร อาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การปรับปรุงโรงแรม:** การปิดปรับปรุงโรงแรมบางแห่ง เช่น โรงแรมเซ็นทารา กะรนภูเก็ต อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) ของธุรกิจโรงแรม:** โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ เช่น มัลดีฟส์ และดูไบ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหาร:** เพื่อประเมินความสามารถในการแข่งขันและรักษาระดับกำไร
* **ผลกระทบจากการเปิดโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า:** ต่อรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจโรงแรมในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** โดยเฉพาะผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น
* **การขยายสาขาธุรกิจอาหาร:** การเติบโตของจำนวนสาขาและการบริหารจัดการสาขาที่เปิดใหม่ให้มีกำไรตามเป้าหมาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:**
* **รายได้:** เติบโตโดดเด่น 55% YoY แตะ 2,333 ล้านบาท โดยมี RevPar เพิ่มขึ้น 39% เป็น 3,214 บาท จาก OCC ที่เพิ่มขึ้นเป็น 69% และ ARR ที่เพิ่มขึ้น 12% เป็น 4,652 บาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงเล็กน้อยจาก 60% เป็น 58% เนื่องจากผลการดำเนินงานของโรงแรมใหม่ในโอซาก้า
* **EBITDA:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 150% เป็น 606 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไร EBITDA 26% เพิ่มขึ้น 10% pts
* **การดำเนินงานรายพื้นที่:** กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดในไทยฟื้นตัวดี RevPar เพิ่มขึ้น 26% และ 55% ตามลำดับ มัลดีฟส์ RevPar เติบโต 2% แม้ ARR จะลดลง 24% ดูไบ RevPar เติบโต 20% จาก ARR ที่เพิ่มขึ้น 25% ญี่ปุ่นเริ่มมีรายได้จากโรงแรมใหม่
**ธุรกิจอาหาร:**
* **รายได้:** เติบโต 3% YoY เป็น 3,083 ล้านบาท โดย SSS ทรงตัว 0% และ TSS เพิ่มขึ้น 4%
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงจาก 57% เป็น 54% เนื่องจากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบ ค่าเช่า และค่าไฟฟ้า
* **EBITDA:** ลดลง 20% เป็น 559 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไร EBITDA 18% ลดลง 5% pts
* **จำนวนสาขา:** เพิ่มขึ้น 4% เป็น 1,602 สาขา โดยเน้นขยายแบรนด์หลักและร้านแบบ shop-in-shop
* **กำไรสุทธิ:** ลดลง 28% เป็น 128 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 11% เป็น 53,694 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการบันทึกสินทรัพย์สิทธิการใช้จากสัญญาเช่าระยะยาว ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 15% เป็น 33,688 ล้านบาท จากหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1,115 ล้านบาท เป็น 20,006 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกของปี
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 3,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 601 ล้านบาท เทียบกับปีก่อน โดยใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,357 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 3,223 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการชำระคืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 เท่า จาก 1.2 เท่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลกระทบทางบัญชีจากสัญญาเช่า
## สรุปท้าย
CENTEL ในไตรมาส 3/2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพลิกกลับมามีกำไร จากปัจจัยหนุนด้านการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักและการเปิดโรงแรมใหม่ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอาหารยังคงเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและแสวงหาโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาผลประกอบการที่ดีในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CENTEL ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
6,829.52
ล้านบาท
↑ 8% YoY
กำไรขั้นต้น
2,918.18
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.73
%
กำไรสุทธิ
816.38
ล้านบาท
↑ 22.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.95
%
D/E Ratio
1.77
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,830
↑ + 8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,918
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
816
↑ + 22.4%
YoY
D/E Ratio
1.77
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CENTEL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.77
ROE (%)
9.24
ROA (%)
5.89
Book Value/หุ้น
18.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CENTEL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,092
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,144
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CENTEL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,092.40
+64.73%
|
-1,270.23
-43.46%
|
-2,246.69
+175.00%
|
-816.99
+1,387.33%
|
-54.93
-104.08%
|
1,347.61
+28.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,144.22
-129.35%
|
-7,306.43
+360.78%
|
-1,585.67
-282.78%
|
867.51
-26.39%
|
1,178.60
-144.83%
|
-2,629.02
+1.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,470.84
-46.23%
|
2,735.59
+88.27%
|
1,453.01
+241.27%
|
425.76
-160.58%
|
-702.81
-136.09%
|
1,947.56
+331.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,404.53
-32.57%
|
2,082.89
-466.11%
|
-568.93
-387.19%
|
198.10
-49.10%
|
389.16
-662.05%
|
-69.24
-106.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|
2,023.70
+57.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,944.79
+10.80%
|
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|