บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
39.25
+1.00 (+2.61%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18034 out_tok=2727 at=2026-07-25T12:46:05 -->
# CENTEL Q2/2565 กำไรฟื้นตัวแรง รับอานิสงส์โรงแรม-อาหารฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 61% สวนทางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายบริหารคาดการณ์การเข้าพักทั้งปีแตะ 45-50%
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 22 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 607 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้รวมที่เติบโตถึง 61% มาอยู่ที่ 4,340 ล้านบาท จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร ขณะที่ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิลดลง 98% มาอยู่ที่ 21 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจกำไรของ CENTEL ในไตรมาส 2/2565 มาจากการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจโรงแรม ซึ่งมีรายได้เติบโตถึง 341% YoY และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหารที่ 23% YoY** ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวมของบริษัทฯ พุ่งสูงขึ้นถึง 228% YoY มาอยู่ที่ 992 ล้านบาท และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 22 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 607 ล้านบาทในปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ธุรกิจโรงแรม:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศและการยกเลิก Test&Go ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศไทย มัลดีฟส์ และดูไบ อัตราการเข้าพักเฉลี่ยรวมของโรงแรมเพิ่มขึ้นจาก 12% ใน Q2/2564 เป็น 49% ใน Q2/2565 และราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) เพิ่มขึ้น 39% ทำให้รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar) เติบโตถึง 474% นอกจากนี้ การฟื้นตัวของการจัดงานประชุมสัมมนา (MICE) โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ก็เป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ
2. **ธุรกิจอาหาร:** การกลับมารับประทานอาหารที่ร้านของผู้บริโภคหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ประกอบกับการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิม (SSS) เติบโต 19% และยอดขายรวม (TSS) เติบโต 25% แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาขายบางรายการได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานของธุรกิจอาหารเติบโตถึง 590% YoY
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปี 2565 จะอยู่ในช่วง 45-50% และ RevPar อยู่ที่ 1,900-2,200 บาท สำหรับธุรกิจโรงแรม ขณะที่ธุรกิจอาหารคาดการณ์ SSS เติบโต 10-15% และ TSS เติบโต 20-25% การเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงเป็นแรงกดดันยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 เติบโต 61% YoY แตะ 4,340 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและอาหาร
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 22 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน 607 ล้านบาทใน Q2/2564
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้โต 341% YoY, อัตราเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มจาก 12% เป็น 49%, RevPar โต 474%
* **ธุรกิจอาหารเติบโตต่อเนื่อง:** รายได้โต 23% YoY, SSS โต 19%, TSS โต 25%
* **EBITDA รวมโต 228% YoY** แตะ 992 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 CENTEL มีรายได้รวม 4,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,650 ล้านบาท หรือ 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 1,421 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 341% และรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 2,919 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 52% เป็น 1,758 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 29% เป็น 1,572 ล้านบาท ส่งผลให้ EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 228% เป็น 992 ล้านบาท และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 22 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 607 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 225% และรายได้จากธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น 20% EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 146% เป็น 1,942 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิลดลง 98% มาอยู่ที่ 21 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทั่วโลก:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรม
* **การเติบโตของธุรกิจอาหาร:** การกลับมาใช้บริการที่ร้านของผู้บริโภคและการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเป็นแรงหนุนการเติบโต
* **การเปิดประเทศเต็มรูปแบบ:** คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม
* **การลงทุนในแบรนด์ใหม่:** การรับรู้รายได้จากการลงทุนในโรงแรมใหม่ เช่น Centara Mirage Beach Resort Dubai และ Centara Reserve Samui รวมถึงการลงทุนในแบรนด์อาหารใหม่ จะช่วยเสริมการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจอาหารและต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการเดินทางท่องเที่ยว
* **อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น:** โดยเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อาจเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงิน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ทั้งธุรกิจโรงแรมและอาหารยังคงมีการแข่งขันสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** โดยเฉพาะจากตลาดหลัก เช่น จีน (เมื่อมีการเปิดประเทศ) และยุโรป
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและส่งผ่านไปยังราคาขาย
* **ผลประกอบการของโรงแรมในมัลดีฟส์:** ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว
* **การขยายสาขาของธุรกิจอาหาร:** โดยเฉพาะแบรนด์ใหม่และแบรนด์ร่วมทุน
* **การบริหารจัดการสภาพคล่องและภาระหนี้สิน:** ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:**
* **อัตราการเข้าพัก (Occupancy):** ภาพรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ (จาก 17% เป็น 53%), ต่างจังหวัด (จาก 8% เป็น 41%), มัลดีฟส์ (จาก 25% เป็น 66%) และดูไบ (72%)
* **ราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR):** ปรับตัวสูงขึ้นในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ (เพิ่ม 126%) และมัลดีฟส์ (เพิ่ม 44%)
* **รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar):** เติบโตโดดเด่นในทุกพื้นที่ โดยรวมเพิ่มขึ้น 474% สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง
* **การบริหารต้นทุน:** บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น
**ธุรกิจอาหาร:**
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSS):** ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยรวมเพิ่มขึ้น 19% เทียบกับปีก่อนที่ติดลบ 2%
* **การขยายสาขา:** เพิ่มขึ้นสุทธิ 307 สาขา สู่ระดับ 1,512 สาขา โดยมีแบรนด์ อาริกาโตะ, มิสเตอร์โดนัท, เคเอฟซี และแบรนด์ร่วมทุน เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงเล็กน้อยจาก 58% เป็น 57% เนื่องจากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบ แต่ยังคงบริหารจัดการได้ดี
* **EBITDA Margin:** ลดลงจาก 25% เป็น 23% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 37,370 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์สิทธิการใช้ ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 27,705 ล้านบาท ลดลง 9% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของหนี้สินตามสัญญาเช่าและเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 28,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเพิ่มขึ้นขององค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 1,307 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลง 37% ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า บริษัทฯ มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 1,157 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงมาอยู่ที่ 0.4 เท่า จาก 0.6 เท่า ในสิ้นปี 2564 อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้นทรงตัวที่ 1.3 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (ไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) ต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.8 เท่า ดีขึ้นเล็กน้อย
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CENTEL ในไตรมาส 2/2565 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมจากการกลับมาของนักท่องเที่ยว ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหาร แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้ดี ส่งผลให้ภาพรวมพลิกกลับมามีกำไรและมี EBITDA เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้มในปี 2565 ยังคงสดใส โดยคาดการณ์การเข้าพักและรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยของธุรกิจโรงแรมจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจอาหารจะเติบโตทั้งจากสาขาเดิมและการขยายสาขา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CENTEL ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
6,829.52
ล้านบาท
↑ 8% YoY
กำไรขั้นต้น
2,918.18
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.73
%
กำไรสุทธิ
816.38
ล้านบาท
↑ 22.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.95
%
D/E Ratio
1.77
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,830
↑ + 8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,918
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
816
↑ + 22.4%
YoY
D/E Ratio
1.77
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CENTEL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.77
ROE (%)
9.24
ROA (%)
5.89
Book Value/หุ้น
18.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CENTEL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,092
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,144
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CENTEL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,092.40
+64.73%
|
-1,270.23
-43.46%
|
-2,246.69
+175.00%
|
-816.99
+1,387.33%
|
-54.93
-104.08%
|
1,347.61
+28.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,144.22
-129.35%
|
-7,306.43
+360.78%
|
-1,585.67
-282.78%
|
867.51
-26.39%
|
1,178.60
-144.83%
|
-2,629.02
+1.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,470.84
-46.23%
|
2,735.59
+88.27%
|
1,453.01
+241.27%
|
425.76
-160.58%
|
-702.81
-136.09%
|
1,947.56
+331.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,404.53
-32.57%
|
2,082.89
-466.11%
|
-568.93
-387.19%
|
198.10
-49.10%
|
389.16
-662.05%
|
-69.24
-106.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|
2,023.70
+57.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,944.79
+10.80%
|
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|