บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
39.25
+1.00 (+2.61%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10609 out_tok=3153 at=2026-07-25T13:20:36 -->
# CENTEL Q1/2565 กำไรสุทธิพลิกขาดทุนน้อยลง 91% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-อาหารโต
## รายได้รวมโต 40% แตะ 3,882 ล้านบาท ฝ่ายจัดการคาดปี 65 โรงแรมฟื้นตัวต่อเนื่อง
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 475 ล้านบาท ในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิ 44 ล้านบาท ลดลงถึง 91% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้รวมที่เติบโตถึง 40% แตะ 3,882 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเติบโตของธุรกิจอาหาร ขณะที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์แนวโน้มปี 2565 ธุรกิจโรงแรมจะฟื้นตัวต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CENTEL ในไตรมาส 1/2565 พลิกจากขาดทุนจำนวนมากมาเป็นขาดทุนที่น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้ในธุรกิจอาหาร** โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 40% YoY เป็น 3,882 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นจาก 57% เป็น 58% ส่งผลให้ EBITDA เติบโตถึง 96% YoY เป็น 951 ล้านบาท แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ก็ลดลงถึง 91% YoY เหลือ 44 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจโรงแรม:** การฟื้นตัวมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่องของไทย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในมัลดีฟส์ซึ่งเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว และดูไบที่ได้รับอานิสงส์จากการจัดงาน Expo 2020 นอกจากนี้ โรงแรมในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต กระบี่ และสมุย ก็เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากการจัดประชุมสัมมนาและการกลับมาเปิดให้บริการของบางโรงแรม ส่งผลให้รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar) ของโรงแรมทั้งหมด (ไม่รวมดูไบ) เพิ่มขึ้น 197% YoY โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (OCC) เพิ่มจาก 14% เป็น 35% และราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) เพิ่มขึ้น 16% YoY
**ธุรกิจอาหาร:** การเติบโตของรายได้ 16% YoY มาจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นจากการฉีดวัคซีน และผลกระทบจากสายพันธุ์โอมิครอนที่ไม่รุนแรงเท่าสายพันธุ์เดลต้า ประกอบกับกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง และมาตรการ "คนละครึ่ง" ของภาครัฐ ทำให้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 10% YoY โดยแบรนด์หลักเติบโต 9% และแบรนด์อื่นๆ 15%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าปี 2565 ธุรกิจโรงแรมจะยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง จากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยประมาณการอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปี (รวมโรงแรมที่ดูไบ) อยู่ในช่วง 40% - 50% และ RevPar อยู่ที่ 1,700 - 1,900 บาท สำหรับธุรกิจอาหาร คาดการณ์ SSSG ปี 2565 จะเติบโต 10% - 15% และยอดขายรวมทุกสาขาเติบโต 20% - 25% อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน นโยบายควบคุมโรคโควิด-19 และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 40% YoY:** แตะ 3,882 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและอาหาร
* **EBITDA พุ่ง 96% YoY:** อยู่ที่ 951 ล้านบาท สะท้อนการกลับมาทำกำไรจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 91% YoY:** เหลือ 44 ล้านบาท จาก 475 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้เพิ่ม 149% YoY เป็น 1,249 ล้านบาท โดยเฉพาะในประเทศไทยและมัลดีฟส์
* **ธุรกิจอาหารเติบโตต่อเนื่อง:** รายได้เพิ่ม 16% YoY เป็น 2,633 ล้านบาท SSSG เพิ่ม 10% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมดีขึ้น:** จาก 57% เป็น 58%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 CENTEL มีรายได้รวม 3,882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากทั้งธุรกิจอาหารและธุรกิจโรงแรม ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากการเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 รายได้จากธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 1,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149% YoY ขณะที่รายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 2,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 1,752 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% YoY โดยต้นทุนขายธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 105% และต้นทุนขายธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น 18% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 1,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY
ส่งผลให้กำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงินได้ (EBITDA) รวมอยู่ที่ 951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% YoY อัตรากำไร EBITDA ต่อรายได้รวมปรับตัวดีขึ้นจาก 18% เป็น 24%
บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 44 ล้านบาท ลดลง 91% เมื่อเทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 475 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่องทั่วโลก รวมถึงไทย จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญต่อรายได้ธุรกิจโรงแรม
* **การเติบโตของธุรกิจอาหาร:** การขยายสาขาและการฟื้นตัวของกำลังซื้อของผู้บริโภค จะช่วยหนุนรายได้ธุรกิจอาหารให้เติบโตต่อเนื่อง
* **การรับรู้รายได้จากโรงแรมเปิดใหม่:** โรงแรม Centara Mirage Beach Resort Dubai (โครงการร่วมทุน 40%) และ Centara Reserve Samui (บริษัทย่อย) จะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2565
* **การลงทุนในแบรนด์อาหารใหม่:** การเข้าถือหุ้นในแบรนด์อาหาร 5.1% จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตธุรกิจอาหาร
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน, นโยบายควบคุมโรคโควิด-19 ที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ, และความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและการบริโภค
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** แรงกดดันจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจอาหาร
* **การบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่อง:** ในภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูง การบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องให้มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การปรับตัวขึ้นลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม
* **อัตราการเข้าพัก (OCC) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR):** ตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในแต่ละพื้นที่
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของธุรกิจอาหาร:** เป็นตัวชี้วัดสำคัญของความแข็งแกร่งของแบรนด์และการตอบรับของผู้บริโภค
* **การขยายสาขาของธุรกิจอาหาร:** การเพิ่มขึ้นของจำนวนสาขาจะส่งผลต่อการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและราคาขาย:** ความสามารถในการรักษาสมดุลระหว่างต้นทุน ราคาขาย และผลกำไรของธุรกิจอาหาร
* **ผลกระทบจากโรงแรมเปิดใหม่:** การรับรู้รายได้และผลกำไรจากโรงแรม Centara Mirage Beach Resort Dubai และ Centara Reserve Samui
* **การลงทุนในแบรนด์อาหารใหม่:** ผลตอบรับและการเติบโตของร้านอาหาร 5.1%
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:**
* **จำนวนโรงแรมและห้องพัก:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 มีโรงแรมภายใต้การบริหาร 89 แห่ง (18,751 ห้อง) แบ่งเป็นโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 47 แห่ง (9,481 ห้อง) และโรงแรมที่กำลังพัฒนา 42 แห่ง (9,270 ห้อง)
* **อัตราการเข้าพัก (OCC):** ภาพรวมเฉลี่ย (ไม่รวมดูไบ) เพิ่มจาก 14% เป็น 35% โดยประเทศไทยเฉลี่ย 35% (กรุงเทพฯ 31%, ต่างจังหวัด 24%) ต่างประเทศ (มัลดีฟส์ 86%, ดูไบ 73%)
* **ราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR):** ภาพรวมเฉลี่ย (ไม่รวมดูไบ) เพิ่มขึ้น 16% YoY เป็น 5,660 บาท โดยประเทศไทยเฉลี่ย 3,080 บาท (กรุงเทพฯ 2,496 บาท, ต่างจังหวัด 3,879 บาท) ต่างประเทศ (มัลดีฟส์ 14,558 บาท, ดูไบ 14,203 บาท)
* **รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar):** ภาพรวมเฉลี่ย (ไม่รวมดูไบ) เพิ่มขึ้น 197% YoY เป็น 1,957 บาท
* **รายได้ธุรกิจโรงแรม:** 1,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149% YoY
* **กำไรขั้นต้นธุรกิจโรงแรม:** 628 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177% YoY อัตรากำไรขั้นต้น 59% (จาก 52% YoY)
* **EBITDA ธุรกิจโรงแรม:** 324 ล้านบาท (พลิกจากขาดทุน 95 ล้านบาท YoY) อัตรากำไร EBITDA 26% (จาก -19% YoY)
* **ขาดทุนสุทธิธุรกิจโรงแรม:** 149 ล้านบาท ลดลง 70% YoY
**ธุรกิจอาหาร:**
* **จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 มี 1,398 สาขา เพิ่มขึ้น 209 สาขา YoY โดยมีการขยายสาขาหลักในแบรนด์ Arigato (+79), Mister Donut (+60), KFC (+15)
* **รายได้ธุรกิจอาหาร:** 2,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSSG):** เพิ่มขึ้น 10% YoY
* **กำไรขั้นต้นธุรกิจอาหาร:** 1,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY อัตรากำไรขั้นต้น 57% (ลดลงจาก 59% YoY)
* **EBITDA ธุรกิจอาหาร:** 627 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY อัตรากำไร EBITDA 24% (ลดลงจาก 26% YoY)
* **กำไรสุทธิธุรกิจอาหาร:** 105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 338% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 48,300 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2564
* **หนี้สินรวม:** 29,894 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2564
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 18,406 ล้านบาท ลดลง 25 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564
* **กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 574 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 297 ล้านบาท YoY
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** 1.3 เท่า ทรงตัว YoY
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** ดีขึ้นจาก 0.7 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
CENTEL ในไตรมาส 1/2565 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การกลับมาของธุรกิจโรงแรมที่ได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหาร ทำให้รายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและแรงกดดันด้านต้นทุน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวที่คาดการณ์โดยฝ่ายจัดการ ประกอบกับการลงทุนในโรงแรมและแบรนด์อาหารใหม่ๆ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2565
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CENTEL ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
6,829.52
ล้านบาท
↑ 8% YoY
กำไรขั้นต้น
2,918.18
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.73
%
กำไรสุทธิ
816.38
ล้านบาท
↑ 22.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.95
%
D/E Ratio
1.77
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,830
↑ + 8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,918
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
816
↑ + 22.4%
YoY
D/E Ratio
1.77
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CENTEL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.77
ROE (%)
9.24
ROA (%)
5.89
Book Value/หุ้น
18.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CENTEL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,092
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,144
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CENTEL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,092.40
+64.73%
|
-1,270.23
-43.46%
|
-2,246.69
+175.00%
|
-816.99
+1,387.33%
|
-54.93
-104.08%
|
1,347.61
+28.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,144.22
-129.35%
|
-7,306.43
+360.78%
|
-1,585.67
-282.78%
|
867.51
-26.39%
|
1,178.60
-144.83%
|
-2,629.02
+1.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,470.84
-46.23%
|
2,735.59
+88.27%
|
1,453.01
+241.27%
|
425.76
-160.58%
|
-702.81
-136.09%
|
1,947.56
+331.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,404.53
-32.57%
|
2,082.89
-466.11%
|
-568.93
-387.19%
|
198.10
-49.10%
|
389.16
-662.05%
|
-69.24
-106.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|
2,023.70
+57.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,944.79
+10.80%
|
2,657.81
+5.51%
|
2,518.91
-19.69%
|
3,136.63
-6.49%
|
3,354.43
+22.71%
|
2,733.71
+35.08%
|