บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
11.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากธุรกิจหลักที่มียอดขายเพิ่มขึ้นและมีอัตรากําไรในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง และกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นช่วยลดผลกระทบจาก ความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน
โดยรายได้รวม Q4/64 เพิ่มขึ้น 15.1% เนื่องจากธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปเติบโต 4.9% ธุรกิจ อาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นฟื้นตัว 21.0% และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและ ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 272% จากช่วงเดียวกันปี ก่อนหน้า และมีกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นในปี 2564 บริษัทฯ รายงานยอดขายรวม 141.0 พันล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน
ในส่วนของกำไรขั้นต้น อัตรากําไรขั้นต้นในไตรมาส 4/2564 และปี 2564 อยู่ในระดับสูงที่ 18.2% จากอัตรากําไรขั้นต้นของธุรกิจอาหาร ทะเลแช่แข็งและแช่เย็นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปยังมีอัตรากําไร ขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเช่นกันแม้ราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TU) ไตรมาส 4/2566
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TU) รายงานยอดขายในไตรมาส 4/2566 ที่ 35.5 พันล้านบาท ลดลง 10.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งที่ระดับ 17.8% บริษัทฯ ระบุว่ายอดขายที่ลดลงในไตรมาสนี้นั้นเกิดจากความต้องการซื้อที่ลดลงในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (-17.0% จากปีก่อน), ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น (-13.3% จากปีก่อน) และธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป (-8.2% จากปีก่อน) อย่างไรก็ตาม ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและอื่นๆ มียอดขายเพิ่มขึ้น 7.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ในช่วงไตรมาส 4/2566 สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอน ปัจจัยที่ส่งผลต่อธุรกิจของ TU ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น, การเปลี่ยนแปลงในนโยบายการเงินของธนาคารกลาง, รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในราคาสินค้าเกษตรและวัตถุดิบ ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของบริษัทฯ
**การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร**
กําไรขั้นต้นในไตรมาส 4/2566 อยู่ที่ 6.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 7.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อัตรากําไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.8% เทียบกับ 17.3% ในไตรมาส 4/2565 โดยได้รับผลกระทบจากการลดลงของปริมาณการขายในธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปและธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงรายได้จากค่าขนส่งที่ลดลง แต่ถูกชดเชยบางส่วนด้วยกําไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น
กําไรจากการดําเนินงานในไตรมาส 4/2566 อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน และลดลง 8.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากยอดขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ ยกเว้นธุรกิจเพิ่มมูลค่าและอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 7.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งมีการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากําไรจากการดําเนินงานในไตรมาส 4/2566 เพิ่มขึ้นเป็น 6.0% เที่ยบกับ 5.8% ในไตรมาส 4/2565
บริษัทฯ รายงานกําไรสุทธิปกติไตรมาส 4/2566 ที่ 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 0.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 68 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 468 ล้านบาทในไตรมาส 4/2565) ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนด้วยต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและผลกระทบจากการต้อยค่าจากบริษัท ไอ-เทล จำนวน 95 ล้านบาท อัตราส่วนกําไรสุทธิ (ผลม) อยู่ที่ 3.5%
**สินทรัพย์และหนี้สิน**
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 165.5 พันล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 9.4% จาก 182.6 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการถอนเงินลงทุนใน Red Lobster สินทรัพย์ถาวรสุทธิอยู่ที่ 31.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จาก 30.1 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็นผลจากโรงงานและเครื่องจักรใหม่ของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง โรงงานส่วนประกอบอาหารและผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน และห้องเย็นใหม่ในยุโรป
หนี้สินรวมอยู่ที่ 99.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จาก 94.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวและเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมด (รวมหุ้นกู้ที่มีลักษณะคล้ายทุนมูลค่า 6 พันล้านบาท) อยู่ที่ 66.0 พันล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 88.1 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เนื่องจากแผนถอนการลงทุนใน Red Lobster และรายการด้อยค่าที่ไม่ใช่เงินสดครั้งเดียวที่บันทึกในไตรมาส 4/2566
**การเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสด**
ในปี 2566 เงินสดสุทธิที่ได้มาจากกิจกรรมดําเนินงานอยู่ที่ 11.2 พันล้านบาท กระแสเงินสดอิสระปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งมาอยู่ที่ 7.3 พันล้านบาท เที่ยบกับ 1.8 พันล้านบาท ในปี 2565 ส่วนใหญ่จากการบริหารเงินทุนหมุนเวียนสุทธิอย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้งบลงทุนที่ลดลง
เงินสดสุทธิที่ใช้ในกิจกรรมการลงทุนเท่ากับ 6.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 5.4 พันล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน มีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนในตราสารหนี้และเงินลงทุนระยะสั้น
บริษัทฯ บันทึกเงินสดสุทธิที่ใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจํานวน 2.4 พันล้านบาท ในปี 2566 ลดลงจากเงินสดสุทธิที่ได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจํานวน 2.7 พันล้านบาท ในปี 2565
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน**
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับ TU ได้แก่ ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบ, ความผันผวนของสภาพอากาศ, การแข่งขันในตลาด และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
โอกาสในการลงทุนใน TU ได้แก่ การขยายตลาดส่งออก, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่, การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
แนวโน้มอนาคตของการลงทุนใน TU คาดว่าจะยังคงมีความน่าสนใจ โดยบริษัทฯ มีแผนที่จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความยั่งยืนในธุรกิจ การขยายตลาดไปยังภูมิภาคใหม่ๆ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
**สรุป**
ผลประกอบการของ TU ในไตรมาส 4/2566 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งและกระแสเงินสดอิสระที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การลดลงของยอดขายในบางธุรกิจหลักสะท้อนถึงความท้าทายในตลาด
TU มีการจัดการความเสี่ยงและโอกาสอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคต
**ข้อมูลเพิ่มเติม:**
* อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยในไตรมาส 4/2566 อยู่ที่ 4.82 เท่า เที่ยบกับ 6.45 เท่าในไตรมาส 4/2565 มีสาเหตุจาก ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง 13.8% จากปีก่อน และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 15.2% จากปีก่อน
* ณ สิ้นไตรมาส 2566 บริษัทฯ มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 68.0 พันล้านบาท โดยหนี้สินส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินบาท มีสัดส่วนอยู่ที่ 74% ของหนี้สินทั้งหมด สกุลเงินเหรียญสหรัฐอยู่ที่ 18% สกุลเงินเยนอยู่ที่ 7% และสกุลยูโรอยู่ที่ 1% โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นปี 2565 ปัจจัยหลักเนื่องจากการได้รับสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG) ในเดือนพฤศจิกายน 2566
**แนวโน้มในอนาคต:**
* บริษัทฯ คาดหวังยอดขายจะเพิ่มขึ้น 3-4% ในปี 2567 โดยมีเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.0-18.0% และสัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ -11.0-12.0%
* บริษัทฯ มีแผนในการเสริมความแข็งแกร่งในการขยายอัตรากำไรของกลุ่มดังต่อไปนี้:
* เสริมมาตรการแผนคุ้มครองกำไรเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* ปฏิบัติตามนโยบายการเงินและป้องกันความเสี่ยงเพื่อลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* ติดตามตรวจสอบสภาพแวดล้อม ความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน ระดับโลกที่กำลังเผชิญอยู่และการใช้จ่ายของผู้บริโภคในตลาดหลักของเรา
* บริษัทฯ มีแผนการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและขยายกำลังการผลิต เช่น
* โรงงานผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานแห่งใหม่ในประเทศไทย
* โรงงานโปรตีนไฮโดรไลเสตและคอลลาเจนเปปไทด์
* โรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกและขนมสัตว์เลี้ยง
* ห้องเย็นเพื่อจัดเก็บผลิตภัณฑ์ทูน่าแปรรูปในประเทศกาน่า
* บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาอย่างยั่งยืนและการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้จัดหาสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน (ESG) และมีเป้าหมายจัดหาเงินทุนที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้ได้ 75 เปอร์เซ็นต์ของการจัดหาเงินทุนระยะยาวภายในปี 2568
* ผลประกอบการของ TU ในอนาคตขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกหลายอย่าง เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ราคาวัตถุดิบ และความต้องการของผู้บริโภค
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TU ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
35,272.71
ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
6,409.49
ล้านบาท
↓ 2.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.17
%
กำไรสุทธิ
1,013.24
ล้านบาท
↓ 49.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.87
%
D/E Ratio
2.04
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
35,273
↓ -0.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,409
↓ -2.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,013
↓ -49.1%
YoY
D/E Ratio
2.04
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TU
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.04
ROE (%)
9.88
ROA (%)
5.11
Book Value/หุ้น
11.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TU
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,963
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5,786
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TU
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-4,963.26
+66.04%
|
-2,989.20
+39.02%
|
-2,150.13
-122.31%
|
9,638.15
-750.72%
|
-1,481.15
-77.34%
|
-6,535.43
+196.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5,786.11
-238.11%
|
-4,189.55
-147.75%
|
8,773.58
-1,024.55%
|
-948.96
-166.69%
|
1,422.84
+44.63%
|
983.81
-57.12%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-496.96
-104.23%
|
11,754.17
+129.03%
|
5,132.10
-68.54%
|
16,313.53
+124.61%
|
7,263.07
+30.44%
|
5,568.09
+3.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
325.89
-92.88%
|
4,575.42
-61.08%
|
11,755.56
-52.98%
|
25,002.72
+406.75%
|
4,933.96
+29,857.26%
|
16.47
-97.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8,280.65
-41.82%
|
14,233.30
+18.39%
|
12,022.20
+36.18%
|
8,828.32
+46.67%
|
6,019.25
+34.26%
|
4,483.43
+242.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
8,431.84
+1.83%
|
8,280.65
-41.82%
|
14,233.30
+18.39%
|
12,022.20
+36.18%
|
8,828.32
+46.67%
|
6,019.25
+34.26%
|