TU
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TU
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
12.80
+0.60 (+4.92%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากธุรกิจหลักที่มียอดขายเพิ่มขึ้นและมีอัตรากําไรในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง และกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นช่วยลดผลกระทบจาก ความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน โดยรายได้รวม Q4/64 เพิ่มขึ้น 15.1% เนื่องจากธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปเติบโต 4.9% ธุรกิจ อาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นฟื้นตัว 21.0% และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและ ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 272% จากช่วงเดียวกันปี ก่อนหน้า และมีกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นในปี 2564 บริษัทฯ รายงานยอดขายรวม 141.0 พันล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน ในส่วนของกำไรขั้นต้น อัตรากําไรขั้นต้นในไตรมาส 4/2564 และปี 2564 อยู่ในระดับสูงที่ 18.2% จากอัตรากําไรขั้นต้นของธุรกิจอาหาร ทะเลแช่แข็งและแช่เย็นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปยังมีอัตรากําไร ขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเช่นกันแม้ราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19534 out_tok=3142 at=2026-07-26T11:34:24 --> # TU กำไรสุทธิ Q2/65 ลดลง 30.7% รับผลกระทบรายการพิเศษ-ต้นทุนพุ่ง **ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3.89 หมื่นล้านบาท แต่ GPM หดตัวจากราคาวัตถุดิบ-ค่าขนส่งสูง ฝ่ายจัดการปรับเพิ่มเป้าขายทั้งปี** บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 38,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 30.7% มาอยู่ที่ 1,624 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งผิดปกติในปีที่แล้ว และรายการพิเศษที่ไม่ใช่เงินสด รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายทั้งปี 2565 เป็นเติบโต 10-12% จากปีก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาส 2/2565 คือ **การเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งแต่ถูกกดดันด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** โดยยอดขายรวมทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 38,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% YoY แต่กำไรขั้นต้นลดลง 3.2% YoY มาอยู่ที่ 6,584 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงจาก 19.0% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 16.9% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ กำไรสุทธิยังได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษที่ไม่ใช่เงินสด และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ยอดขายเติบโต:** ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายที่สูงขึ้นในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (+41.7%) และกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป (+10.7%) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น การปรับขึ้นราคาขาย และการอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยสนับสนุนการส่งออก * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาปลาทูน่า (+21.5% YoY) และปลาแซลมอน (+53.0% YoY) รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นได้รับผลกระทบจากราคาขายที่ปรับลดลงสู่สภาวะปกติในตลาดสหรัฐอเมริกา และการปรับปรุงโครงสร้างโรงงานรูเก้นฟิชในเยอรมนี * **ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 14.9% YoY คิดเป็น 639 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งประมาณ 560 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายจากการปรับปรุงโครงสร้างโรงงานรูเก้นฟิช * **รายการพิเศษ:** กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษที่ไม่ใช่เงินสด ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงมูลค่าทางบัญชีของหุ้นบุริมสิทธิใน Red Lobster จำนวน 424 ล้านบาท (หลังเครดิตภาษี) และการปรับปรุงโครงสร้างโรงงานรูเก้นฟิช 195 ล้านบาท (หลังเครดิตภาษี) ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดันต่อเนื่อง** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นในไตรมาส 2/2565 แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงและเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่อง นอกจากนี้ การปรับปรุงโครงสร้างโรงงานรูเก้นฟิชเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทและการปรับขึ้นราคาขายมีส่วนช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน ฝ่ายจัดการได้ปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายทั้งปี สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการเติบโต แต่ยังคงต้องจับตาสถานการณ์เงินเฟ้อและต้นทุนที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** 38,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% YoY * **กำไรสุทธิลดลง 30.7%:** อยู่ที่ 1,624 ล้านบาท จากผลกระทบรายการพิเศษและต้นทุนที่สูงขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** เหลือ 16.9% จาก 19.0% YoY เนื่องจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 14.9%:** หลักๆ จากค่าขนส่งและค่าปรับปรุงโครงสร้างโรงงาน * **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตโดดเด่น:** ยอดขายเพิ่ม 41.7% YoY * **ปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายปี 65:** คาดเติบโต 10-12% จากปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2/2565 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 38,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (+41.7%) และกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป (+10.7%) รวมถึงผลจากการอ่อนค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย 3.2% มาอยู่ที่ 6,584 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 16.9% จาก 19.0% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,791 ล้านบาท ลดลง 42.3% YoY เนื่องจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าปกติในปีก่อน และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น 14.9% จากค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายปรับปรุงโครงสร้างโรงงาน สำหรับกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,624 ล้านบาท ลดลง 30.7% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าระดับปกติในปีก่อน และรายการพิเศษที่ไม่ใช่เงินสด อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 2,243 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ๆ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ * **การขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** การเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ * **การปรับขึ้นราคาขาย:** ความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น * **การอ่อนค่าของเงินบาท:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก * **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การลงทุนใน Mara Renewables เพื่อขยายธุรกิจน้ำมันสกัดจากสาหร่าย และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์คอลลาเจนและน้ำมันสกัดจากปลาภายใต้แบรนด์ ZEAVITA * **การปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายปี 65:** ฝ่ายจัดการปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายทั้งปีเป็นเติบโต 10-12% สะท้อนความมั่นใจในแนวโน้มธุรกิจ ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูง:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น แม้จะเริ่มมีสัญญาณบรรเทาลงในไตรมาส 2/2565 * **ภาวะเงินเฟ้อ:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดหลัก * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะเป็นปัจจัยบวก แต่การเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาขาย * **ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน:** การหยุดชะงักหรือความล่าช้าในการขนส่งอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและส่งมอบสินค้า ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อ GPM * **การบริหารจัดการต้นทุน SG&A:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม * **ผลประกอบการของธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น:** การฟื้นตัวของตลาดสหรัฐอเมริกาและผลกระทบจากการปรับปรุงโครงสร้างโรงงาน * **การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่ง * **ความคืบหน้าโครงการลงทุน CAPEX:** การก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารพร้อมรับประทาน, โรงงานผลิตโปรตีนไฮโดรไลเซต และห้องเย็นใหม่ * **การประกาศเป้าหมาย SeaChange® 2030 และ science-based targets:** ความคืบหน้าด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป:** ทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 16,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY จากราคาขายที่สูงขึ้นและความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจรับจ้างผลิตในเอเชียและสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม GPM ลดลงเล็กน้อยจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการปรับปรุงโครงสร้างโรงงานรูเก้นฟิช **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง แช่เย็นและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง:** ยอดขายอยู่ที่ 13,900 ล้านบาท ลดลง 6.5% YoY เนื่องจากยอดขายกลับสู่สภาวะปกติในตลาดสหรัฐอเมริกาหลังจากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารในปีที่แล้ว รวมถึงผลประกอบการที่ลดลงของธุรกิจอาหารสัตว์และแซลมอน GPM ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากราคาตลาดที่ลดลงในสหรัฐฯ และต้นทุนค่าขนส่ง/วัตถุดิบที่สูงขึ้น **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และอื่นๆ:** มียอดขายเติบโตโดดเด่นถึง 41.7% YoY มาอยู่ที่ 8,133 ล้านบาท จากความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาขายที่สูงขึ้น และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรม GPM แข็งแกร่งที่ 29.5% **อัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ (-9.7% YoY) เป็นปัจจัยสนับสนุนการส่งออก โดยหากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายจะเติบโต 6.2% YoY **ปริมาณขาย:** เพิ่มขึ้น 0.9% YoY โดยมีปริมาณขายเพิ่มขึ้นในกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง แต่ลดลงในกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 171,415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 4.0% มาอยู่ที่ 108,547 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.1% มาอยู่ที่ 62,868 ล้านบาท กระแสเงินสดอิสระในช่วงครึ่งแรกปี 2565 เป็นลบที่ 1,360 ล้านบาท เนื่องจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น แม้ EBITDA จะอยู่ที่ 5,879 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 1.09 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.98 เท่า ณ สิ้นปี 2564 และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อ EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 5.17 เท่า จาก 4.11 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เนื่องจาก EBITDA ที่ลดลง ## สรุปท้าย ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ในไตรมาส 2/2565 สามารถสร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้สำเร็จ โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตโดดเด่นและการอ่อนค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับรายการพิเศษที่ไม่ใช่เงินสดและค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น แม้ฝ่ายจัดการจะปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายทั้งปี แต่ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบริษัทฯ มีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายเพื่อประคองผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TU ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
35,272.71 ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
6,409.49 ล้านบาท
↓ 2.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.17 %
กำไรสุทธิ
1,013.24 ล้านบาท
↓ 49.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.87 %
D/E Ratio
2.04
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
35,273
↓ -0.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,409
↓ -2.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,013
↓ -49.1% YoY
D/E Ratio
2.04

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TU

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
35,272.71
-0.24%
35,356.05
-1.49%
35,891.80
-10.03%
39,892.10
+3.01%
38,724.59
+15.08%
33,649.16
+3.71%
กำไรขั้นต้น
6,409.49
-2.20%
6,553.76
+3.58%
6,327.48
-7.88%
6,868.40
-2.21%
7,023.35
+16.61%
6,022.94
+13.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
4,871.48
-1.17%
4,928.97
+18.13%
4,172.51
-6.95%
4,484.23
-11.15%
5,047.21
+23.57%
4,084.41
+9.41%
กำไรสุทธิ
1,013.24
-49.10%
1,990.67
+112.10%
-16,456.43
-1,429.10%
1,238.16
-37.52%
1,981.82
+24.92%
1,586.42
+12.58%
กำไรต่อหุ้น
0.25
-49.19%
0.49
+112.10%
-4.08
-1,430.29%
0.31
-37.60%
0.49
+24.87%
0.39
+12.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
18.17
-2.00%
18.54
+5.16%
17.63
+2.38%
17.22
-5.07%
18.14
+1.34%
17.90
+9.82%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
13.81
-0.93%
13.94
+19.86%
11.63
+3.47%
11.24
-13.74%
13.03
+7.33%
12.14
+5.47%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
2.87
-49.02%
5.63
+112.28%
-45.85
-1,579.03%
3.10
-39.45%
5.12
+8.70%
4.71
+8.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-1,549.70
-1,773.88%
-82.70
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%)
9.88
+6.35%
9.29
+146.43%
-20.01
-296.18%
10.20
-29.02%
14.37
+15.70%
12.42
+33.69%
ROA(%)
5.11
-9.07%
5.62
+20.60%
4.66
-4.90%
4.90
-28.99%
6.90
+9.70%
6.29
+11.92%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.04
+16.57%
1.75
+15.89%
1.51
+41.12%
1.07
-36.31%
1.68
+5.66%
1.59
-9.14%
P/E
10.26
-2.38%
10.51
-29.32%
14.87
+47.96%
10.05
-16.53%
12.04
+11.17%
10.83
-35.69%
P/BV
1.11
+11.00%
1.00
+12.36%
0.89
-31.01%
1.29
-18.87%
1.59
+27.20%
1.25
-18.83%
BV
11.54
-10.82%
12.94
-23.61%
16.94
+29.51%
13.08
+6.95%
12.23
+12.41%
10.88
+24.20%
YIELD(%)
5.60
+28.74%
4.35
-25.64%
5.85
+4.09%
5.62
+52.30%
3.69
+4.24%
3.54
+19.59%
ราคาหุ้น
12.80
-1.54%
13.00
-13.33%
15.00
-11.24%
16.90
-13.33%
19.50
+43.38%
13.60
+0.74%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.04
ROE (%)
9.88
ROA (%)
5.11
Book Value/หุ้น
11.97

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TU

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
82,909.18
+4.09%
79,648.68
-7.20%
87,624.82
+17.05%
74,862.71
+23.81%
60,464.54
+1.54%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
75,417.19
+0.20%
75,263.69
-5.47%
94,944.64
+3.49%
91,741.33
+9.07%
84,110.14
+2.12%
รวมสินทรัพย์
158,326.38
+2.20%
154,912.37
-6.37%
182,569.47
+9.58%
166,604.04
+15.24%
144,574.67
+1.88%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
48,901.34
-3.33%
50,587.75
+0.23%
36,824.12
-23.41%
48,081.29
+9.24%
44,012.57
+22.91%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
57,342.02
+19.43%
48,011.94
-1.94%
57,613.93
+2.32%
56,309.35
+25.62%
44,825.45
-17.46%
รวมหนี้สิน
106,243.36
+7.75%
98,599.69
-0.84%
94,438.04
-9.53%
104,390.64
+17.51%
88,838.02
-1.42%
รวมส่วนของเจ้าของ
52,083.02
-7.51%
56,312.68
-14.70%
88,131.42
+41.66%
62,213.40
+11.62%
55,736.65
+7.61%
D/E
2.04
1.75
1.07
1.68
1.59
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
9.88
9.29
10.20
14.37
12.42
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.11
5.62
4.90
6.90
6.29
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.70
1.57
2.38
1.56
1.37
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.65
0.64
0.83
0.54
0.45
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
48.06
43.38
0.00
38.33
38.85
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
154.82
152.25
0.00
134.80
126.29
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
63.11
60.37
0.00
63.96
64.29
วงจรเงินสด
139.77
135.25
0.00
109.18
100.86
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,963
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5,786
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TU

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-4,963.26
+66.04%
-2,989.20
+39.02%
-2,150.13
-122.31%
9,638.15
-750.72%
-1,481.15
-77.34%
-6,535.43
+196.29%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
5,786.11
-238.11%
-4,189.55
-147.75%
8,773.58
-1,024.55%
-948.96
-166.69%
1,422.84
+44.63%
983.81
-57.12%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-496.96
-104.23%
11,754.17
+129.03%
5,132.10
-68.54%
16,313.53
+124.61%
7,263.07
+30.44%
5,568.09
+3.97%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
325.89
-92.88%
4,575.42
-61.08%
11,755.56
-52.98%
25,002.72
+406.75%
4,933.96
+29,857.26%
16.47
-97.49%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
8,280.65
-41.82%
14,233.30
+18.39%
12,022.20
+36.18%
8,828.32
+46.67%
6,019.25
+34.26%
4,483.43
+242.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
8,431.84
+1.83%
8,280.65
-41.82%
14,233.30
+18.39%
12,022.20
+36.18%
8,828.32
+46.67%
6,019.25
+34.26%