TU
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TU
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
12.80
+0.60 (+4.92%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากธุรกิจหลักที่มียอดขายเพิ่มขึ้นและมีอัตรากําไรในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง และกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นช่วยลดผลกระทบจาก ความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน โดยรายได้รวม Q4/64 เพิ่มขึ้น 15.1% เนื่องจากธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปเติบโต 4.9% ธุรกิจ อาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นฟื้นตัว 21.0% และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและ ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 272% จากช่วงเดียวกันปี ก่อนหน้า และมีกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นในปี 2564 บริษัทฯ รายงานยอดขายรวม 141.0 พันล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน ในส่วนของกำไรขั้นต้น อัตรากําไรขั้นต้นในไตรมาส 4/2564 และปี 2564 อยู่ในระดับสูงที่ 18.2% จากอัตรากําไรขั้นต้นของธุรกิจอาหาร ทะเลแช่แข็งและแช่เย็นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปยังมีอัตรากําไร ขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเช่นกันแม้ราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19580 out_tok=3519 at=2026-07-26T11:20:33 --> # TU กำไร Q3/64 ลดลง 5.8% เหตุต้นทุนขนส่งพุ่ง-ส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วม ## รายได้รวมโต 2.2% รับอานิสงส์อาหารทะเลแช่แข็ง-สัตว์เลี้ยงฟื้นตัว แต่กำไรสุทธิหดตัวจากปัจจัยภายนอก บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ายอดขายรวมจะเติบโต 2.2% เป็น 35,539 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น รวมถึงธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ประกอบกับกำลังการผลิตที่ลดลงในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TU ในไตรมาส 3/2564 ปรับลดลง 5.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **แรงกดดันด้านต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** และ **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ซึ่งหักล้างผลบวกจากการเติบโตของยอดขายในธุรกิจหลักและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** เอกสารระบุชัดเจนว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 4.1% หรือ 177 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นราว 468 ล้านบาท** ซึ่งเป็นผลจากภาวะขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งทั่วโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงาน * **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม:** บริษัทฯ บันทึก **ส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจ Red Lobster มูลค่า 63 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และ **ส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจ Avanti ลดลง** เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงานของธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งในอินเดียได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และการเรียกคืนสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา * **กำลังการผลิตลดลงชั่วคราว:** แม้จะไม่ได้ระบุเป็นตัวเลขชัดเจน แต่เอกสารกล่าวถึงผลกระทบจาก **กำลังการผลิตที่ลดลงในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19** ซึ่งส่งผลต่อปริมาณการผลิตและแรงงานในบางโรงงาน เช่น โรงงานในประเทศไทยและเวียดนาม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์การปิดโรงงานชั่วคราวจะเข้าสู่ภาวะปกติในไตรมาส 4/2564 แต่ **ผลกระทบจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นคาดว่าจะยังคงอยู่จนถึงปี 2565** และคาดว่าไตรมาส 4/2564 จะยังคงได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับไตรมาส 3/2564 นอกจากนี้ ราคาบรรจุภัณฑ์และน้ำมันที่ใช้ในการผลิตอาหารก็เป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลให้ต้นทุนขายปรับเพิ่มขึ้นในปี 2565 ดังนั้น ปัจจัยด้านต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/64 อยู่ที่ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY** จาก 2,056 ล้านบาท ในขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลง 16.9% * **ยอดขายรวม Q3/64 เพิ่มขึ้น 2.2% YoY เป็น 35,539 ล้านบาท** โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น (+11.0%) และอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (+11.4%) * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัวที่ 18.0%** ใกล้เคียงกับ 18.2% ในปีก่อน แม้ GPM ของอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นจะเพิ่มขึ้น แต่ GPM ของอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าปรับลดลง * **ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 4.1% YoY** เป็น 4,506 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น 468 ล้านบาท * **อัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยบวก:** ค่าเงินบาทอ่อนค่า 5.1% เมื่อเทียบกับ USD, 6.0% เมื่อเทียบกับ EUR และ 12.2% เมื่อเทียบกับ GBP ส่งผลดีต่อยอดขายรวม 2.2% หากไม่รวมผลกระทบ FX ยอดขายจะลดลง 1.2% * **การลงทุนใน RBF:** บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้น 10% ใน RBF มูลค่า 3,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโอกาสเติบโตในเอเชีย ## ภาพรวมผลประกอบการ ยอดขายรวมในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 35,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จาก 34,784 ล้านบาทในไตรมาส 3/2563 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากยอดขายกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นที่เติบโต 11.0% จากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหาร และยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าที่เติบโต 11.4% จากความต้องการสินค้าที่สูงและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะที่ยอดขายกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปปรับลดลง 8.0% เข้าสู่ระดับปกติหลังจากการกักตุนสินค้าในปีก่อนหน้า หากเทียบกับช่วงก่อน COVID-19 (Q3/2562) ยอดขายรวมยังคงเติบโต 11.6% กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 6,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% YoY โดยอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมทรงตัวที่ 18.0% จาก 18.2% ในปีก่อน แม้ว่า GPM ของธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นจะปรับสูงขึ้น 30.2% แต่ GPM ของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าปรับลดลง และ GPM ของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปลดลง 11.3% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 4.1% YoY เป็น 4,506 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นราว 468 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วน SG&A ต่อขายเพิ่มขึ้นจาก 12.4% เป็น 12.7% กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,937 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY โดยมีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้น และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ขณะที่กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นช่วยลดผลกระทบลงได้บ้าง ## โอกาส * **การฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหาร:** ส่งผลดีต่อยอดขายกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น โดยเฉพาะธุรกิจกุ้งและล็อบสเตอร์ * **ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่สูง:** หนุนยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า จากการเปิดตัวสินค้าใหม่และการขยายฐานลูกค้า * **การลงทุนใน RBF:** สร้างโอกาสเติบโตในเอเชีย สนับสนุนธุรกิจ Culinary, โปรตีนทางเลือก และอาหารสัตว์เลี้ยง * **การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ "Healthy Living":** เปิดตัวผลิตภัณฑ์ทูน่ากระป๋องที่อุดมด้วยวิตามินและโอเมก้า-3 ในตลาดยุโรป * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่มูลค่าเพิ่ม:** เช่น น้ำพริกนรกทูน่า, อาหารทะเลแช่แข็งและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าที่ให้ GPM สูงขึ้น * **การใช้เทคโนโลยี Automation:** เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตในธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง * **การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** ด้วยสินค้านวัตกรรม เช่น เครื่องดื่มสำหรับสุนัขและแมว, แฮมเบอร์เกอร์, Purée สำหรับสัตว์เลี้ยง * **การขยายธุรกิจ Ingredients:** การสร้างโรงงานผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสตและคอลลาเจนเปปไทด์เพื่อตอบสนองตลาดโภชนาการสัตว์เลี้ยง, สุขภาพ, เครื่องสำอาง * **การลงทุนในสตาร์ทอัพ:** เช่น Orca Food ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงจากโปรตีนแมลง ## ความเสี่ยง * **ภาวะขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูง:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง คาดว่าจะต่อเนื่องถึงปี 2565 * **ราคาบรรจุภัณฑ์และน้ำมันที่ใช้ในการผลิตอาหาร:** อาจส่งผลให้ต้นทุนขายปรับเพิ่มขึ้นในปี 2565 * **การปิดโรงงานชั่วคราว:** จากสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและแรงงานในระยะสั้น * **การเรียกคืนสินค้า:** กรณีธุรกิจ Avanti ที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** เช่น ปลาทูน่า, กุ้งขาว, ปลาแซลมอน * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะเป็นผลบวก แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนค่าขนส่งและภาวะห่วงโซ่อุปทาน:** จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อ GPM หรือไม่ และจะสามารถบริหารจัดการได้ดีเพียงใด * **การฟื้นตัวของกำลังการผลิต:** หลังจากการปิดโรงงานชั่วคราวจาก COVID-19 จะกลับสู่ระดับปกติได้เร็วแค่ไหน * **ผลประกอบการของ Red Lobster และ Avanti:** จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้หรือไม่ * **การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **ความคืบหน้าในการลงทุนใหม่ๆ:** เช่น RBF, โรงงานโปรตีนไฮโดรไลเสต, ZEAVITA * **การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุน:** เช่น สัญญา FOB, การแบ่งปันต้นทุนกับคู่ค้า ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป:** ยอดขายลดลง 8.0% YoY เนื่องจากกลับสู่ภาวะปกติหลังการกักตุนสินค้าในปีก่อนหน้า และปัญหาขาดแคลนตู้เรือขนส่ง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 20.7% จากราคาวัตถุดิบที่ลดลง และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจซาร์ดีน แมคเคอเรล และแซลมอน * **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง แช่เย็น และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง:** ยอดขายเติบโต 11.0% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจกุ้งและล็อบสเตอร์ที่ฟื้นตัวจากการเปิดของร้านอาหารในเอเชียและสหรัฐอเมริกา อัตรากำไรขั้นต้นปรับสูงขึ้นเป็น 13.1% จาก 11.1% ในปีก่อน * **ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และอื่นๆ:** ยอดขายเติบโต 11.4% YoY จากความต้องการสินค้าที่สูง การเปิดตัวสินค้าใหม่ และการขยายฐานลูกค้า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 23.6% จาก 26.2% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราว ค่าขนส่งและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น * **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาปลาทูน่าเฉลี่ย Q3/64 อยู่ที่ 1,400 USD/ตัน ลดลง 6.7% YoY, ราคากุ้งขาวเฉลี่ย Q3/64 อยู่ที่ 128 บาท/กก. ลดลง 11.7% YoY, ราคาปลาแซลมอนเฉลี่ย Q3/64 อยู่ที่ 58 NOK/กก. เพิ่มขึ้น 11.5% YoY * **อัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับ USD, EUR, GBP ส่งผลบวกต่อยอดขาย ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 11.8% จากสิ้นปี 2563 เป็น 161,687 ล้านบาท โดยมีสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น และการลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุน * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 16.1% เป็น 103,174 ล้านบาท จากการเตรียมจัดหาเงินกู้ล่วงหน้าสำหรับหนี้สินระยะยาว และการออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 5.0% เป็น 58,513 ล้านบาท จากผลกำไรระหว่างไตรมาส * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน:** อยู่ที่ 1.08 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.97 เท่า ณ สิ้นปี 2563 * **EBITDA:** 11,341 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกของปี 2564 * **กระแสเงินสดอิสระ:** เป็นบวก 4,011 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกของปี 2564 แม้มีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นชั่วคราว * **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลง 1,922 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 4,365 ล้านบาท * **อัตราผลตอบแทนต่อเงินทุน (ROCE):** ปรับดีขึ้นเป็น 10.3% จาก 9.2% ในปีก่อน * **จำนวนวันสินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นเป็น 135 วัน จาก 123 วันในปีก่อน เนื่องจากมูลค่าสินค้าคงคลังและสินค้าที่รอการขนส่งเพิ่มขึ้น ## สรุปท้าย แม้ว่า TU จะสามารถรักษาการเติบโตของยอดขายในไตรมาส 3/2564 ได้จากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและอาหารสัตว์เลี้ยงที่ฟื้นตัว ประกอบกับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่กำไรสุทธิกลับปรับลดลง 5.8% YoY โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากต้นทุนค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น และส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ฝ่ายจัดการคาดว่าจะยังคงมีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงปี 2565 ทำให้การบริหารจัดการต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TU ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
35,272.71 ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
6,409.49 ล้านบาท
↓ 2.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.17 %
กำไรสุทธิ
1,013.24 ล้านบาท
↓ 49.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.87 %
D/E Ratio
2.04
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
35,273
↓ -0.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,409
↓ -2.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,013
↓ -49.1% YoY
D/E Ratio
2.04

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TU

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
35,272.71
-0.24%
35,356.05
-1.49%
35,891.80
-10.03%
39,892.10
+3.01%
38,724.59
+15.08%
33,649.16
+3.71%
กำไรขั้นต้น
6,409.49
-2.20%
6,553.76
+3.58%
6,327.48
-7.88%
6,868.40
-2.21%
7,023.35
+16.61%
6,022.94
+13.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
4,871.48
-1.17%
4,928.97
+18.13%
4,172.51
-6.95%
4,484.23
-11.15%
5,047.21
+23.57%
4,084.41
+9.41%
กำไรสุทธิ
1,013.24
-49.10%
1,990.67
+112.10%
-16,456.43
-1,429.10%
1,238.16
-37.52%
1,981.82
+24.92%
1,586.42
+12.58%
กำไรต่อหุ้น
0.25
-49.19%
0.49
+112.10%
-4.08
-1,430.29%
0.31
-37.60%
0.49
+24.87%
0.39
+12.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
18.17
-2.00%
18.54
+5.16%
17.63
+2.38%
17.22
-5.07%
18.14
+1.34%
17.90
+9.82%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
13.81
-0.93%
13.94
+19.86%
11.63
+3.47%
11.24
-13.74%
13.03
+7.33%
12.14
+5.47%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
2.87
-49.02%
5.63
+112.28%
-45.85
-1,579.03%
3.10
-39.45%
5.12
+8.70%
4.71
+8.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-1,549.70
-1,773.88%
-82.70
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%)
9.88
+6.35%
9.29
+146.43%
-20.01
-296.18%
10.20
-29.02%
14.37
+15.70%
12.42
+33.69%
ROA(%)
5.11
-9.07%
5.62
+20.60%
4.66
-4.90%
4.90
-28.99%
6.90
+9.70%
6.29
+11.92%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.04
+16.57%
1.75
+15.89%
1.51
+41.12%
1.07
-36.31%
1.68
+5.66%
1.59
-9.14%
P/E
10.26
-2.38%
10.51
-29.32%
14.87
+47.96%
10.05
-16.53%
12.04
+11.17%
10.83
-35.69%
P/BV
1.11
+11.00%
1.00
+12.36%
0.89
-31.01%
1.29
-18.87%
1.59
+27.20%
1.25
-18.83%
BV
11.54
-10.82%
12.94
-23.61%
16.94
+29.51%
13.08
+6.95%
12.23
+12.41%
10.88
+24.20%
YIELD(%)
5.60
+28.74%
4.35
-25.64%
5.85
+4.09%
5.62
+52.30%
3.69
+4.24%
3.54
+19.59%
ราคาหุ้น
12.80
-1.54%
13.00
-13.33%
15.00
-11.24%
16.90
-13.33%
19.50
+43.38%
13.60
+0.74%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.04
ROE (%)
9.88
ROA (%)
5.11
Book Value/หุ้น
11.97

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TU

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
82,909.18
+4.09%
79,648.68
-7.20%
87,624.82
+17.05%
74,862.71
+23.81%
60,464.54
+1.54%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
75,417.19
+0.20%
75,263.69
-5.47%
94,944.64
+3.49%
91,741.33
+9.07%
84,110.14
+2.12%
รวมสินทรัพย์
158,326.38
+2.20%
154,912.37
-6.37%
182,569.47
+9.58%
166,604.04
+15.24%
144,574.67
+1.88%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
48,901.34
-3.33%
50,587.75
+0.23%
36,824.12
-23.41%
48,081.29
+9.24%
44,012.57
+22.91%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
57,342.02
+19.43%
48,011.94
-1.94%
57,613.93
+2.32%
56,309.35
+25.62%
44,825.45
-17.46%
รวมหนี้สิน
106,243.36
+7.75%
98,599.69
-0.84%
94,438.04
-9.53%
104,390.64
+17.51%
88,838.02
-1.42%
รวมส่วนของเจ้าของ
52,083.02
-7.51%
56,312.68
-14.70%
88,131.42
+41.66%
62,213.40
+11.62%
55,736.65
+7.61%
D/E
2.04
1.75
1.07
1.68
1.59
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
9.88
9.29
10.20
14.37
12.42
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.11
5.62
4.90
6.90
6.29
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.70
1.57
2.38
1.56
1.37
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.65
0.64
0.83
0.54
0.45
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
48.06
43.38
0.00
38.33
38.85
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
154.82
152.25
0.00
134.80
126.29
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
63.11
60.37
0.00
63.96
64.29
วงจรเงินสด
139.77
135.25
0.00
109.18
100.86
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,963
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5,786
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TU

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-4,963.26
+66.04%
-2,989.20
+39.02%
-2,150.13
-122.31%
9,638.15
-750.72%
-1,481.15
-77.34%
-6,535.43
+196.29%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
5,786.11
-238.11%
-4,189.55
-147.75%
8,773.58
-1,024.55%
-948.96
-166.69%
1,422.84
+44.63%
983.81
-57.12%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-496.96
-104.23%
11,754.17
+129.03%
5,132.10
-68.54%
16,313.53
+124.61%
7,263.07
+30.44%
5,568.09
+3.97%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
325.89
-92.88%
4,575.42
-61.08%
11,755.56
-52.98%
25,002.72
+406.75%
4,933.96
+29,857.26%
16.47
-97.49%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
8,280.65
-41.82%
14,233.30
+18.39%
12,022.20
+36.18%
8,828.32
+46.67%
6,019.25
+34.26%
4,483.43
+242.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
8,431.84
+1.83%
8,280.65
-41.82%
14,233.30
+18.39%
12,022.20
+36.18%
8,828.32
+46.67%
6,019.25
+34.26%