TU
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TU
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
12.80
+0.60 (+4.92%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากธุรกิจหลักที่มียอดขายเพิ่มขึ้นและมีอัตรากําไรในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง และกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นช่วยลดผลกระทบจาก ความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน โดยรายได้รวม Q4/64 เพิ่มขึ้น 15.1% เนื่องจากธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปเติบโต 4.9% ธุรกิจ อาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นฟื้นตัว 21.0% และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและ ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 272% จากช่วงเดียวกันปี ก่อนหน้า และมีกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นในปี 2564 บริษัทฯ รายงานยอดขายรวม 141.0 พันล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน ในส่วนของกำไรขั้นต้น อัตรากําไรขั้นต้นในไตรมาส 4/2564 และปี 2564 อยู่ในระดับสูงที่ 18.2% จากอัตรากําไรขั้นต้นของธุรกิจอาหาร ทะเลแช่แข็งและแช่เย็นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปยังมีอัตรากําไร ขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเช่นกันแม้ราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=28794 out_tok=3692 at=2026-08-03T15:10:14 --> # TU โชว์กำไร Q2/2569 แตะ 1,264 ล้านบาท อานิสงส์ GPM นิวไฮ-ยอดขายฟื้น ## อัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 21.4% หนุนผลงานแกร่ง แม้ต้นทุนขนส่ง-ภาษีนำเข้าพุ่ง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 1,264 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนค่าขนส่งและภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการคือการทำสถิติใหม่ของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 21.4% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายทั้งปี สะท้อนการบริหารราคาขายและต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการฟื้นตัวของยอดขายจากการดำเนินงานปกติที่เติบโตต่อเนื่อง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TU ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การทำสถิติสูงสุดใหม่ของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 21.4%** ซึ่งสูงกว่ากรอบเป้าหมายที่บริษัทฯ ตั้งไว้สำหรับปี 2569 โดย GPM ที่เพิ่มขึ้นนี้มีส่วนสำคัญในการชดเชยแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น และทำให้กำไรสุทธิทรงตัวใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,264 ล้านบาท (ลดลงเล็กน้อย 0.7% YoY) แม้ว่ายอดขายจะเติบโต 1.4% YoY มาอยู่ที่ 33,845 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การที่ GPM ทำสถิติสูงสุดใหม่ เกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ได้แก่: * **การบริหารราคาขายอย่างมีประสิทธิภาพ:** บริษัทฯ สามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป อาหารทะเลแช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยง * **การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ปลาและกุ้ง มีแนวโน้มที่เอื้ออำนวยต่อการทำกำไร โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบในสินค้าคงเหลือที่ต่ำลง * **สัดส่วนธุรกิจที่เอื้อต่อกำไรมากขึ้น:** การเติบโตของธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง เช่น อาหารทะเลแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยง มีส่วนช่วยหนุน GPM โดยรวม * **ประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตช่วยให้การใช้กำลังการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านต้นทุนก็มีอยู่เช่นกัน โดยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.2% YoY มาอยู่ที่ 5,088 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ตลอดทั้งไตรมาส ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ปรับเพิ่มเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2569 เป็นประมาณ 19.5% ถึง 20.5% (จากเดิม 19.0% ถึง 20.0%) สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแนวโน้มการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น ปัจจัยที่สนับสนุนความต่อเนื่อง ได้แก่: * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบที่เอื้ออำนวย:** แม้ราคาปลาทูน่าจะปรับสูงขึ้น แต่ราคาวัตถุดิบกุ้งและปลาแซลมอนมีแนวโน้มลดลง ซึ่งช่วยหนุน GPM ในบางกลุ่มธุรกิจ * **การบริหารราคาขายและต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** บริษัทฯ มีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายอย่างมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด * **การปรับเพิ่มเป้าหมาย GPM ของบริษัทฯ:** สะท้อนถึงความคาดหวังเชิงบวกของฝ่ายบริหารต่อผลการดำเนินงานในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **ยอดขายเติบโต 1.4% YoY:** อยู่ที่ 33,845 ล้านบาท จากการเติบโตของยอดขายจากการดำเนินงานปกติ 1.5% YoY โดยได้แรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดหลัก และการปรับตัวดีขึ้นของยอดขายในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และอาหารทะเลแปรรูป * **GPM ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 21.4%:** เพิ่มขึ้น 10.2% YoY จาก 19.7% ในปีก่อน เป็นผลจากการบริหารราคาขายและต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่เอื้ออำนวย * **กำไรสุทธิใกล้เคียงปีก่อน:** อยู่ที่ 1,264 ล้านบาท (ลดลง 0.7% YoY) แม้ GPM จะสูงขึ้น แต่ถูกหักล้างบางส่วนจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 9.2% YoY และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน * **ปรับเพิ่มเป้าหมายปี 2569:** ปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายเติบโตเป็น +4% ถึง +6% (จากเดิม +3% ถึง +4%) และปรับเพิ่มเป้าหมาย GPM เป็น 19.5% - 20.5% (จากเดิม 19.0% - 20.0%) * **จ่ายปันผล 0.40 บาท/หุ้น:** เพิ่มขึ้น 14.3% YoY เป็นอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2569 TU มียอดขายรวม 33,845 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายจากการดำเนินงานปกติที่เพิ่มขึ้น 1.5% ซึ่งเป็นไตรมาสที่สี่ติดต่อกันที่บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตได้ โดยได้แรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดหลักและการปรับตัวดีขึ้นของยอดขายในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป แม้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะมีผลกระทบเชิงลบเล็กน้อยที่ 0.1% ด้านต้นทุนขาย แม้จะได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นเต็มไตรมาสเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและโครงการลดต้นทุน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 10.2% YoY มาอยู่ที่ 7,238 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 21.4% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.2% YoY มาอยู่ที่ 5,088 ล้านบาท จากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และการลงทุนด้านการตลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีนำเข้า ทำให้ต้นทุนดังกล่าวต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 15.0% ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 71 ล้านบาท เทียบกับกำไร 68 ล้านบาทในปีก่อน รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 29.2% ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงเล็กน้อย และต้นทุนทางการเงินลดลง 1.8% โดยสรุป กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,264 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นถูกชดเชยบางส่วนจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ยอดขายเพิ่มขึ้น 5.6% จากปัจจัยฤดูกาลและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 4.1% อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น 3.2% จากต้นทุนวัตถุดิบที่เอื้ออำนวย แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น 9.1% แต่กำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 84.9% และ 13.5% ตามลำดับ สำหรับครึ่งแรกของปี 2569 ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 4.3% YoY มาอยู่ที่ 65,899 ล้านบาท จากการเติบโตของยอดขายปกติ 5.1% และปริมาณขาย 2.3% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 19.8% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 4.1% จากภาษีนำเข้าและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และต้นทุนทางการเงินลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 3.7% YoY มาอยู่ที่ 2,377 ล้านบาท ## โอกาส * **การเติบโตของยอดขายจากการดำเนินงานปกติ:** เป็นไตรมาสที่สี่ติดต่อกันที่บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และอาหารทะเลแปรรูป * **ความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดหลัก:** สะท้อนถึงศักยภาพในการขยายตลาดและรักษาฐานลูกค้า * **การปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายและ GPM ปี 2569:** บ่งชี้ถึงแนวโน้มผลประกอบการที่สดใส และความเชื่อมั่นของฝ่ายบริหาร * **การระงับการจัดเก็บภาษีนำเข้าของสหราชอาณาจักร:** มาตรการนี้คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเข้าถึงตลาดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกปลาทูน่า * **นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน:** การเปิดตัวบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้สำหรับผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าพร้อมทาน สนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทอาจส่งผลดีต่อผลประกอบการ แต่ผลกระทบสุทธิขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น สกุลเงินอื่น ๆ และการป้องกันความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่ง:** ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด * **มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ:** แม้ฝ่ายจัดการประเมินว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขัน แต่ยังคงต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสั่งซื้อของลูกค้า:** โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงที่อาจมีการปรับเปลี่ยนไปยังผลิตภัณฑ์ที่มูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้ม GPM:** จะสามารถรักษา GPM ในระดับสูงกว่า 20% ได้ต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน * **การบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่งและภาษีนำเข้า:** กลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น * **การเติบโตของยอดขายในแต่ละกลุ่มธุรกิจ:** โดยเฉพาะการฟื้นตัวของธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า * **ผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ:** แม้ประเมินว่าจำกัด แต่ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น * **การดำเนินงานตามเป้าหมายความยั่งยืน:** โดยเฉพาะการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป:** ยอดขายเติบโต 1.5% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 4.4% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและปลาแซลมอนกระป๋อง GPM ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 23.8% จากการบริหารราคาขาย ต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกที่ต่ำลง และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น * **ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง:** ยอดขายทรงตัว YoY แม้มีการปรับราคาขายเพื่อสะท้อนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ปริมาณขายลดลง 5.4% จากความต้องการอ่อนตัวในตลาดสหรัฐฯ และความต้องการอาหารปลาที่ลดลง GPM ปรับดีขึ้นเป็น 13.5% จากราคาวัตถุดิบกุ้งที่เอื้ออำนวยและการบริหารราคาขาย * **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ยอดขายเติบโต 2.3% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 3.4% โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป GPM แข็งแกร่งที่ 29.7% จากสัดส่วนสินค้าพรีเมียมที่สูงและการปรับปรุงประสิทธิภาพภายใต้โครงการ Tailwind * **ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** ยอดขายเติบโต 5.8% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 7.4% โดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่สอดคล้องกับการเติบโตของอาหารทะเลแปรรูป อย่างไรก็ตาม GPM ลดลง 4.2% YoY มาอยู่ที่ 22.1% จากสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงและราคาวัตถุดิบอะลูมิเนียมที่สูงขึ้น * **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาปลาทูน่า (Skipjack) เพิ่มขึ้น 17.1% YoY แต่ราคากุ้งลดลง 8.2% YoY และราคาปลาแซลมอนลดลง 1.6% YoY * **ยอดขายตามประเภทการจำหน่าย:** ยอดขายจากแบรนด์เติบโต 2.7% YoY ขณะที่ยอดขายรับจ้างผลิตลดลง 0.5% YoY ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 161,301 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนระยะสั้นและลูกหนี้การค้า * **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 107,927 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวและหนี้สินสัญญาอนุพันธ์หมุนเวียน * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 53,374 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากสิ้นปี 2568 จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น * **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1.15 เท่า ลดลงจาก 1.17 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า และต่ำกว่า 1.12 เท่าในปีก่อน * **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 5,009 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 4,150 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 3,367 ล้านบาท ## สรุปท้าย TU โชว์ผลประกอบการ Q2/2569 ที่น่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การทำสถิติสูงสุดใหม่ของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 21.4% ซึ่งเป็นผลจากการบริหารราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนค่าขนส่งและภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของยอดขายจากการดำเนินงานปกติอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ และการปรับเพิ่มเป้าหมายผลประกอบการปี 2569 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและโอกาสในการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ราคาวัตถุดิบ และมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TU ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
35,272.71 ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
6,409.49 ล้านบาท
↓ 2.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.17 %
กำไรสุทธิ
1,013.24 ล้านบาท
↓ 49.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.87 %
D/E Ratio
2.04
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
35,273
↓ -0.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,409
↓ -2.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,013
↓ -49.1% YoY
D/E Ratio
2.04

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TU

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
35,272.71
-0.24%
35,356.05
-1.49%
35,891.80
-10.03%
39,892.10
+3.01%
38,724.59
+15.08%
33,649.16
+3.71%
กำไรขั้นต้น
6,409.49
-2.20%
6,553.76
+3.58%
6,327.48
-7.88%
6,868.40
-2.21%
7,023.35
+16.61%
6,022.94
+13.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
4,871.48
-1.17%
4,928.97
+18.13%
4,172.51
-6.95%
4,484.23
-11.15%
5,047.21
+23.57%
4,084.41
+9.41%
กำไรสุทธิ
1,013.24
-49.10%
1,990.67
+112.10%
-16,456.43
-1,429.10%
1,238.16
-37.52%
1,981.82
+24.92%
1,586.42
+12.58%
กำไรต่อหุ้น
0.25
-49.19%
0.49
+112.10%
-4.08
-1,430.29%
0.31
-37.60%
0.49
+24.87%
0.39
+12.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
18.17
-2.00%
18.54
+5.16%
17.63
+2.38%
17.22
-5.07%
18.14
+1.34%
17.90
+9.82%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
13.81
-0.93%
13.94
+19.86%
11.63
+3.47%
11.24
-13.74%
13.03
+7.33%
12.14
+5.47%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
2.87
-49.02%
5.63
+112.28%
-45.85
-1,579.03%
3.10
-39.45%
5.12
+8.70%
4.71
+8.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-1,549.70
-1,773.88%
-82.70
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%)
9.88
+6.35%
9.29
+146.43%
-20.01
-296.18%
10.20
-29.02%
14.37
+15.70%
12.42
+33.69%
ROA(%)
5.11
-9.07%
5.62
+20.60%
4.66
-4.90%
4.90
-28.99%
6.90
+9.70%
6.29
+11.92%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.04
+16.57%
1.75
+15.89%
1.51
+41.12%
1.07
-36.31%
1.68
+5.66%
1.59
-9.14%
P/E
10.26
-2.38%
10.51
-29.32%
14.87
+47.96%
10.05
-16.53%
12.04
+11.17%
10.83
-35.69%
P/BV
1.11
+11.00%
1.00
+12.36%
0.89
-31.01%
1.29
-18.87%
1.59
+27.20%
1.25
-18.83%
BV
11.54
-10.82%
12.94
-23.61%
16.94
+29.51%
13.08
+6.95%
12.23
+12.41%
10.88
+24.20%
YIELD(%)
5.60
+28.74%
4.35
-25.64%
5.85
+4.09%
5.62
+52.30%
3.69
+4.24%
3.54
+19.59%
ราคาหุ้น
12.80
-1.54%
13.00
-13.33%
15.00
-11.24%
16.90
-13.33%
19.50
+43.38%
13.60
+0.74%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.04
ROE (%)
9.88
ROA (%)
5.11
Book Value/หุ้น
11.97

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TU

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
82,909.18
+4.09%
79,648.68
-7.20%
87,624.82
+17.05%
74,862.71
+23.81%
60,464.54
+1.54%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
75,417.19
+0.20%
75,263.69
-5.47%
94,944.64
+3.49%
91,741.33
+9.07%
84,110.14
+2.12%
รวมสินทรัพย์
158,326.38
+2.20%
154,912.37
-6.37%
182,569.47
+9.58%
166,604.04
+15.24%
144,574.67
+1.88%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
48,901.34
-3.33%
50,587.75
+0.23%
36,824.12
-23.41%
48,081.29
+9.24%
44,012.57
+22.91%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
57,342.02
+19.43%
48,011.94
-1.94%
57,613.93
+2.32%
56,309.35
+25.62%
44,825.45
-17.46%
รวมหนี้สิน
106,243.36
+7.75%
98,599.69
-0.84%
94,438.04
-9.53%
104,390.64
+17.51%
88,838.02
-1.42%
รวมส่วนของเจ้าของ
52,083.02
-7.51%
56,312.68
-14.70%
88,131.42
+41.66%
62,213.40
+11.62%
55,736.65
+7.61%
D/E
2.04
1.75
1.07
1.68
1.59
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
9.88
9.29
10.20
14.37
12.42
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.11
5.62
4.90
6.90
6.29
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.70
1.57
2.38
1.56
1.37
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.65
0.64
0.83
0.54
0.45
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
48.06
43.38
0.00
38.33
38.85
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
154.82
152.25
0.00
134.80
126.29
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
63.11
60.37
0.00
63.96
64.29
วงจรเงินสด
139.77
135.25
0.00
109.18
100.86
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,963
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5,786
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TU

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-4,963.26
+66.04%
-2,989.20
+39.02%
-2,150.13
-122.31%
9,638.15
-750.72%
-1,481.15
-77.34%
-6,535.43
+196.29%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
5,786.11
-238.11%
-4,189.55
-147.75%
8,773.58
-1,024.55%
-948.96
-166.69%
1,422.84
+44.63%
983.81
-57.12%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-496.96
-104.23%
11,754.17
+129.03%
5,132.10
-68.54%
16,313.53
+124.61%
7,263.07
+30.44%
5,568.09
+3.97%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
325.89
-92.88%
4,575.42
-61.08%
11,755.56
-52.98%
25,002.72
+406.75%
4,933.96
+29,857.26%
16.47
-97.49%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
8,280.65
-41.82%
14,233.30
+18.39%
12,022.20
+36.18%
8,828.32
+46.67%
6,019.25
+34.26%
4,483.43
+242.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
8,431.84
+1.83%
8,280.65
-41.82%
14,233.30
+18.39%
12,022.20
+36.18%
8,828.32
+46.67%
6,019.25
+34.26%