TU
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TU
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
12.80
+0.60 (+4.92%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากธุรกิจหลักที่มียอดขายเพิ่มขึ้นและมีอัตรากําไรในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง และกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นช่วยลดผลกระทบจาก ความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน โดยรายได้รวม Q4/64 เพิ่มขึ้น 15.1% เนื่องจากธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปเติบโต 4.9% ธุรกิจ อาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นฟื้นตัว 21.0% และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและ ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 272% จากช่วงเดียวกันปี ก่อนหน้า และมีกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นในปี 2564 บริษัทฯ รายงานยอดขายรวม 141.0 พันล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน ในส่วนของกำไรขั้นต้น อัตรากําไรขั้นต้นในไตรมาส 4/2564 และปี 2564 อยู่ในระดับสูงที่ 18.2% จากอัตรากําไรขั้นต้นของธุรกิจอาหาร ทะเลแช่แข็งและแช่เย็นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปยังมีอัตรากําไร ขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเช่นกันแม้ราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18381 out_tok=3098 at=2026-07-26T11:06:03 --> # TU กำไรสุทธิ Q1/65 ลดลง 3.2% ท่ามกลางยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ## รายได้โตแรง 16.5% แต่ต้นทุนพุ่งกดดันกำไรสุทธิ ฝ่ายบริหารปรับเป้าปี 65 ยอดขายโตขึ้น บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 36,272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะปรับเพิ่มขึ้น 15.4% แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 3.2% มาอยู่ที่ 1,746 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจร่วม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ TU ในไตรมาส 1/2565 คือ **การเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่ง แต่ถูกกดดันด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นถึง 28.9% ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 3.2% YoY แม้ว่ายอดขายจะทำสถิติสูงสุดใหม่ก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ยอดขายเติบโต:** ปัจจัยหลักมาจากความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น ปริมาณขายที่เติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก (อาหารทะเลแปรรูป, อาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น, อาหารสัตว์เลี้ยง/ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม) และการปรับราคาขายที่สูงขึ้น นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และปอนด์สเตอร์ลิง ยังช่วยหนุนยอดขายเมื่อแปลงเป็นเงินบาท * **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น:** * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A):** เพิ่มขึ้น 28.9% หรือ 1,051 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากของ **ค่าขนส่ง** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 710 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น * **ราคาวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรงต่อ GPM ในภาพรวม แต่มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ปลาทูน่า กุ้งขาว และปลาแซลมอน ที่ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY และ QoQ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรในบางธุรกิจ เช่น ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า * **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทฯ รายงานขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 47 ล้านบาท เทียบกับกำไร 244 ล้านบาทในปีก่อน * **ส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจร่วม:** มีส่วนแบ่งขาดทุนจาก Red Lobster จำนวน 335 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายบริหารได้ปรับเป้าหมายยอดขายปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็นเติบโต 7-8% จากเดิม 4-5% สะท้อนความเชื่อมั่นในยอดขายที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม เป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นถูกปรับลดลงเล็กน้อย (จาก 18.0-18.5% เป็น 17.5-18.0%) และสัดส่วน SG&A ต่อ ยอดขายถูกปรับลดลง (จาก 12-13% เป็น 12.0-12.5%) ซึ่งบ่งชี้ว่าฝ่ายบริหารรับทราบถึงแรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย และมีแผนบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบ แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ทั้งด้านห่วงโซ่อุปทาน ราคาวัตถุดิบ และค่าขนส่ง ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** ไตรมาส 1/2565 ทำยอดขายได้ 36,272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% YoY * **กำไรสุทธิลดลง:** อยู่ที่ 1,746 ล้านบาท ลดลง 3.2% YoY * **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 6,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.4% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 17.5% * **ค่าใช้จ่าย SG&A พุ่ง:** เพิ่มขึ้น 28.9% YoY สาเหตุหลักจากค่าขนส่งและค่าการตลาดที่สูงขึ้น * **เงินบาทอ่อนค่าหนุนยอดขาย:** การอ่อนค่าของเงินบาทช่วยหนุนยอดขายเมื่อแปลงเป็นเงินบาท * **ปรับเป้าปี 65:** เพิ่มเป้าหมายยอดขายเติบโต 7-8% แต่ปรับลดเป้าอัตรากำไรขั้นต้นลงเล็กน้อย ## ภาพรวมผลประกอบการ TU รายงานยอดขายในไตรมาส 1/2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 36,272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% YoY โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งอาหารทะเลแปรรูป (เพิ่มขึ้น 14.3%), อาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็น (เพิ่มขึ้น 14.2%) และอาหารสัตว์เลี้ยง/ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (เพิ่มขึ้น 27.2%) รวมถึงผลจากการอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยเพิ่มยอดขายเมื่อแปลงเป็นสกุลเงินบาท ปริมาณขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 5.7% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 15.4% YoY มาอยู่ที่ 6,355 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 17.5% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน (17.7%) แม้จะเผชิญกับราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการคือค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่พุ่งสูงขึ้น 28.9% YoY เป็น 4,688 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตราส่วน SG&A ต่อ ยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 11.7% เป็น 12.9% เมื่อหักลบปัจจัยต่างๆ รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจร่วม (Red Lobster) ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 1,746 ล้านบาท ลดลง 3.2% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 4.8% ลดลงจาก 5.8% ในปีก่อน ## โอกาส * **ความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น:** ความต้องการสินค้าในทุกกลุ่มธุรกิจหลักยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง * **การปรับราคาขาย:** ความสามารถในการปรับราคาขายช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้บางส่วน * **การอ่อนค่าของเงินบาท:** เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายเมื่อแปลงเป็นเงินบาท * **การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง * **การลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยี:** การลงทุนผ่าน CVC ในสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอาหาร และการพัฒนาโรงงานผลิตแป้งจากแมลง แสดงถึงการมองหาโอกาสใหม่ๆ ในอนาคต * **การปรับเป้าหมายยอดขายปี 65:** การเพิ่มเป้าหมายยอดขายสะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโต ## ความเสี่ยง * **ความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน:** ราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ น้ำมัน และค่าขนส่ง ยังคงปรับสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงต่อเนื่อง:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ * **ผลขาดทุนจากธุรกิจร่วม:** ส่วนแบ่งขาดทุนจาก Red Lobster ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท แต่ความผันผวนยังคงเป็นความเสี่ยง * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจจำกัดความสามารถในการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** จะมีทิศทางอย่างไรในไตรมาสถัดไป และส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างไร * **การบริหารจัดการต้นทุน SG&A:** บริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้อยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่ * **ผลประกอบการของ Red Lobster:** จะสามารถพลิกฟื้นกลับมามีกำไรได้หรือไม่ * **การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ยังคงเป็นดาวเด่นของกลุ่มหรือไม่ * **การปรับตัวต่อสถานการณ์ COVID-19:** แม้จะคลี่คลาย แต่ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยังคงมีอยู่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาปลาทูน่า (Skipjack) เฉลี่ยไตรมาส 1/65 อยู่ที่ 1,717 เหรียญสหรัฐ/ตัน เพิ่มขึ้น 33.8% YoY และ 6.2% QoQ ราคากุ้งขาวเฉลี่ยอยู่ที่ 182 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 22.4% YoY และ 39.2% QoQ ราคาปลาแซลมอนเฉลี่ยอยู่ที่ 78 NOK/กก. เพิ่มขึ้น 45.0% YoY และ 29.0% QoQ * **ปริมาณขาย:** โดยรวมเพิ่มขึ้น 5.7% YoY โดยธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปเพิ่มขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในเอเชีย, อาหารทะเลแช่แข็ง/แช่เย็นฟื้นตัวจากธุรกิจร้านอาหาร, และอาหารสัตว์เลี้ยง/ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มเติบโตจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** โดยรวมอยู่ที่ 17.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 17.7% ในปีก่อน แม้ GPM ของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปจะดีขึ้น แต่ GPM ของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าปรับลดลงเนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **ช่องทางขาย:** ยอดขายธุรกิจแบรนด์เติบโต 9.3% YoY ขณะที่ธุรกิจรับจ้างผลิตเติบโตสูงถึง 21.7% YoY * **สต็อก:** สินค้าคงคลังสุทธิเพิ่มขึ้น 4.3% YoY มาอยู่ที่ 48,649 ล้านบาท ทำให้จำนวนวันสินค้าคงคลังสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 132 วัน จาก 124 วันในปีก่อน เนื่องจากมูลค่าสินค้าคงคลังและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 163,671 ล้านบาท ลดลง 1.8% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลงหลังจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว หนี้สินรวมลดลง 5.1% มาอยู่ที่ 99,116 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.8% มาอยู่ที่ 64,556 ล้านบาท กระแสเงินสดอิสระในไตรมาส 1/2565 เป็นลบที่ (3,732) ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดจ่ายจากกิจกรรมดำเนินงานที่ติดลบ 2,860 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลัง ขณะที่เงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 556 ล้านบาท และเงินสดจ่ายสุทธิสำหรับกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 4,447 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ที่ครบกำหนด อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 1.01 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.99 เท่า ณ สิ้นปี 2564 และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อ EBITDA ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.50 เท่า จาก 4.11 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ## สรุปท้าย TU สามารถสร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 1/2565 ได้สำเร็จ จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจหลักและการปรับราคาขาย ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารพุ่งสูงขึ้น จนกระทบต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 3.2% YoY แม้ฝ่ายบริหารจะปรับเป้าหมายยอดขายปี 2565 ให้สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอก ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TU ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
35,272.71 ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
กำไรขั้นต้น
6,409.49 ล้านบาท
↓ 2.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.17 %
กำไรสุทธิ
1,013.24 ล้านบาท
↓ 49.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.87 %
D/E Ratio
2.04
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
35,273
↓ -0.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,409
↓ -2.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,013
↓ -49.1% YoY
D/E Ratio
2.04

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TU

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
35,272.71
-0.24%
35,356.05
-1.49%
35,891.80
-10.03%
39,892.10
+3.01%
38,724.59
+15.08%
33,649.16
+3.71%
กำไรขั้นต้น
6,409.49
-2.20%
6,553.76
+3.58%
6,327.48
-7.88%
6,868.40
-2.21%
7,023.35
+16.61%
6,022.94
+13.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
4,871.48
-1.17%
4,928.97
+18.13%
4,172.51
-6.95%
4,484.23
-11.15%
5,047.21
+23.57%
4,084.41
+9.41%
กำไรสุทธิ
1,013.24
-49.10%
1,990.67
+112.10%
-16,456.43
-1,429.10%
1,238.16
-37.52%
1,981.82
+24.92%
1,586.42
+12.58%
กำไรต่อหุ้น
0.25
-49.19%
0.49
+112.10%
-4.08
-1,430.29%
0.31
-37.60%
0.49
+24.87%
0.39
+12.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
18.17
-2.00%
18.54
+5.16%
17.63
+2.38%
17.22
-5.07%
18.14
+1.34%
17.90
+9.82%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
13.81
-0.93%
13.94
+19.86%
11.63
+3.47%
11.24
-13.74%
13.03
+7.33%
12.14
+5.47%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
2.87
-49.02%
5.63
+112.28%
-45.85
-1,579.03%
3.10
-39.45%
5.12
+8.70%
4.71
+8.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-1,549.70
-1,773.88%
-82.70
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%)
9.88
+6.35%
9.29
+146.43%
-20.01
-296.18%
10.20
-29.02%
14.37
+15.70%
12.42
+33.69%
ROA(%)
5.11
-9.07%
5.62
+20.60%
4.66
-4.90%
4.90
-28.99%
6.90
+9.70%
6.29
+11.92%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.04
+16.57%
1.75
+15.89%
1.51
+41.12%
1.07
-36.31%
1.68
+5.66%
1.59
-9.14%
P/E
10.26
-2.38%
10.51
-29.32%
14.87
+47.96%
10.05
-16.53%
12.04
+11.17%
10.83
-35.69%
P/BV
1.11
+11.00%
1.00
+12.36%
0.89
-31.01%
1.29
-18.87%
1.59
+27.20%
1.25
-18.83%
BV
11.54
-10.82%
12.94
-23.61%
16.94
+29.51%
13.08
+6.95%
12.23
+12.41%
10.88
+24.20%
YIELD(%)
5.60
+28.74%
4.35
-25.64%
5.85
+4.09%
5.62
+52.30%
3.69
+4.24%
3.54
+19.59%
ราคาหุ้น
12.80
-1.54%
13.00
-13.33%
15.00
-11.24%
16.90
-13.33%
19.50
+43.38%
13.60
+0.74%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.04
ROE (%)
9.88
ROA (%)
5.11
Book Value/หุ้น
11.97

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TU

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
82,909.18
+4.09%
79,648.68
-7.20%
87,624.82
+17.05%
74,862.71
+23.81%
60,464.54
+1.54%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
75,417.19
+0.20%
75,263.69
-5.47%
94,944.64
+3.49%
91,741.33
+9.07%
84,110.14
+2.12%
รวมสินทรัพย์
158,326.38
+2.20%
154,912.37
-6.37%
182,569.47
+9.58%
166,604.04
+15.24%
144,574.67
+1.88%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
48,901.34
-3.33%
50,587.75
+0.23%
36,824.12
-23.41%
48,081.29
+9.24%
44,012.57
+22.91%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
57,342.02
+19.43%
48,011.94
-1.94%
57,613.93
+2.32%
56,309.35
+25.62%
44,825.45
-17.46%
รวมหนี้สิน
106,243.36
+7.75%
98,599.69
-0.84%
94,438.04
-9.53%
104,390.64
+17.51%
88,838.02
-1.42%
รวมส่วนของเจ้าของ
52,083.02
-7.51%
56,312.68
-14.70%
88,131.42
+41.66%
62,213.40
+11.62%
55,736.65
+7.61%
D/E
2.04
1.75
1.07
1.68
1.59
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
9.88
9.29
10.20
14.37
12.42
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.11
5.62
4.90
6.90
6.29
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.70
1.57
2.38
1.56
1.37
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.65
0.64
0.83
0.54
0.45
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
48.06
43.38
0.00
38.33
38.85
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
154.82
152.25
0.00
134.80
126.29
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
63.11
60.37
0.00
63.96
64.29
วงจรเงินสด
139.77
135.25
0.00
109.18
100.86
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,963
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5,786
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TU

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-4,963.26
+66.04%
-2,989.20
+39.02%
-2,150.13
-122.31%
9,638.15
-750.72%
-1,481.15
-77.34%
-6,535.43
+196.29%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
5,786.11
-238.11%
-4,189.55
-147.75%
8,773.58
-1,024.55%
-948.96
-166.69%
1,422.84
+44.63%
983.81
-57.12%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-496.96
-104.23%
11,754.17
+129.03%
5,132.10
-68.54%
16,313.53
+124.61%
7,263.07
+30.44%
5,568.09
+3.97%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
325.89
-92.88%
4,575.42
-61.08%
11,755.56
-52.98%
25,002.72
+406.75%
4,933.96
+29,857.26%
16.47
-97.49%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
8,280.65
-41.82%
14,233.30
+18.39%
12,022.20
+36.18%
8,828.32
+46.67%
6,019.25
+34.26%
4,483.43
+242.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
8,431.84
+1.83%
8,280.65
-41.82%
14,233.30
+18.39%
12,022.20
+36.18%
8,828.32
+46.67%
6,019.25
+34.26%