กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตลาดไท
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
9.05
0.10 (1.09%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12517 out_tok=2834 at=2026-07-26T10:50:22 -->
# TTLPF กำไรสูงสุดประวัติการณ์ Q4/2564 พุ่ง 66.3% รับแรงหนุนธุรกิจยางธรรมชาติ-ถุงมือยาง
## รายได้-กำไรโตแรง YoY รับอานิสงส์ราคาขายเฉลี่ยพุ่ง-ปริมาณขายฟื้นตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการเดินหน้าขยายกำลังการผลิตรับดีมานด์โลก
บริษัท กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตลาดไท (TTLPF) ประกาศผลประกอบการปี 2564 ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีรายได้รวม 118,275.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 15,846.7 ล้านบาท เติบโต 66.3% คิดเป็นกำไร 10.3 บาทต่อหุ้น โดยปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของทั้งธุรกิจยางธรรมชาติและธุรกิจถุงมือยาง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และปริมาณการขายที่ฟื้นตัวได้ดีกว่าภาพรวมตลาด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TTLPF ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้และกำไรสุทธิที่ทำสถิติสูงสุดใหม่** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจยางธรรมชาติ** ซึ่งสร้างรายได้ 70,701.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.6% YoY และ **ธุรกิจถุงมือยาง** ที่สร้างรายได้ 47,497.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.5% YoY โดยกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 15,846.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.3% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจยางธรรมชาติ:** การเติบโตมาจาก **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 25.4%** ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของการบริโภคยางธรรมชาติทั่วโลกที่ 9.4% ทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 10% ประกอบกับ **ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้น 26.0%** ซึ่งสูงกว่าราคา TSR20 ณ ตลาด SICOM นอกจากนี้ การควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพยังส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวในระดับสูงที่ 12.5% ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจ
* **ธุรกิจถุงมือยาง:** แม้ปริมาณการขายจะอ่อนตัวลง 2.6% จากการหยุดโรงงานชั่วคราวและปัญหาการขนส่ง แต่ **ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 58.6%** จากความต้องการที่แข็งแกร่งทั่วโลก สามารถชดเชยปัจจัยลบได้ทั้งหมด และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจถุงมือยางปรับเพิ่มขึ้นเป็น 61.4% จาก 57.3% ในปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการบริโภคยางธรรมชาติทั่วโลกจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี 2565 ที่ 3.0% และคาดว่าจะมีภาวะอุปทานส่วนขาด (Supply Deficit) ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคา นอกจากนี้ TTLPF ยังมีแผนขยายกำลังการผลิตทั้งในธุรกิจยางธรรมชาติและธุรกิจถุงมือยางอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการขยายกำลังการผลิตยางแท่ง (TSR) 14 โครงการ และการเพิ่มกำลังการผลิตถุงมือยางของ STGT ให้ถึง 50,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2565
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** ปี 2564 ทำกำไรสุทธิ 15,846.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.3% YoY
* **รายได้รวมเติบโตโดดเด่น:** อยู่ที่ 118,275.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.7% YoY
* **ธุรกิจยางธรรมชาติฟื้นตัวแรง:** รายได้เพิ่ม 58.6% YoY จากปริมาณขายโต 25.4% และราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น 26.0%
* **ธุรกิจถุงมือยางเติบโตต่อเนื่อง:** รายได้เพิ่ม 54.5% YoY แม้ปริมาณขายลดลงเล็กน้อย แต่ได้แรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่พุ่งสูง 58.6%
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น:** โดยรวมอยู่ที่ 32.2% เพิ่มขึ้นจาก 28.9% ในปีก่อน
* **แผนขยายกำลังการผลิต:** เดินหน้าลงทุน 6,600 ล้านบาท ในธุรกิจยางแท่ง และ 950 ล้านบาท ในธุรกิจน้ำยางข้น เพื่อรองรับดีมานด์ในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 TTLPF สร้างสถิติใหม่ด้วยรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 118,275.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ 15,846.7 ล้านบาท เติบโต 66.3% YoY คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 10.3 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 13.4%
รายได้จากธุรกิจยางธรรมชาติอยู่ที่ 70,701.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.6% YoY จากปริมาณการขายที่เติบโต 25.4% และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 26.0% ขณะที่ธุรกิจถุงมือยางมีรายได้ 47,497.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.5% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับขึ้น 58.6% แม้ปริมาณขายจะลดลงเล็กน้อย 2.6%
อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 32.2% จาก 28.9% ในปีก่อน โดยธุรกิจยางธรรมชาติมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 12.5% และธุรกิจถุงมือยางมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 61.4%
## โอกาส
* **แนวโน้มอุปทานส่วนขาดในตลาดโลก:** IRSG คาดการณ์ว่าตลาดจะยังคงอยู่ในภาวะอุปทานส่วนขาด (Supply Deficit) ในปี 2565 ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ
* **การขยายส่วนแบ่งทางการตลาด:** TTLPF มีความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น และมีแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมถุงมือยาง:** ความต้องการถุงมือยางทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดเอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การได้รับใบอนุญาตปลูกกัญชง และการขยายธุรกิจสวนยางพาราและพืชเศรษฐกิจอื่นๆ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคายางธรรมชาติและถุงมือยาง:** ราคาผลิตภัณฑ์อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านอุปสงค์-อุปทาน และสภาวะเศรษฐกิจโลก
* **ปัญหาด้านการขนส่ง:** ความแออัดของเรือขนส่งสินค้าและค่าระวางที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดัน
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการดำเนินงานได้
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำยางธรรมชาติและน้ำยางสังเคราะห์ อาจปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการขยายกำลังการผลิต:** ติดตามการก่อสร้างโครงการขยายกำลังการผลิตยางแท่งและน้ำยางข้น รวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตถุงมือยางของ STGT
* **แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์:** จับตาการเปลี่ยนแปลงของราคายางธรรมชาติและถุงมือยางในตลาดโลก
* **สถานการณ์การขนส่ง:** ประเมินผลกระทบจากปัญหาความแออัดของท่าเรือและค่าระวางเรือ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต
* **การดำเนินธุรกิจกัญชง:** ความคืบหน้าในการปลูกและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
เอกสารที่ได้รับเป็นของ **บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) (STA)** ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง ไม่ใช่ **กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตลาดไท (TTLPF)** ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
ดังนั้น การวิเคราะห์ในส่วนนี้จะอิงตามข้อมูลที่ได้รับมา ซึ่งเป็นของ STA และจะเน้นไปที่ธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยางตามที่เอกสารระบุ
**ธุรกิจยางธรรมชาติ:**
* **รายได้:** เติบโต 63.2% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 26.4% และปริมาณขายที่ขยายตัว 29.1% ซึ่งสูงกว่าการฟื้นตัวของการบริโภคโดยรวม
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและทำสถิติสูงสุดใหม่ จากความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ
* **การขยายกำลังการผลิต:** มีแผนขยายกำลังการผลิตยางแท่ง (TSR) 14 โครงการ และน้ำยางข้น (LTX) เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
**ธุรกิจถุงมือยาง:**
* **รายได้:** เติบโต 54.5% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 58.6% แม้ปริมาณขายจะลดลง 2.6%
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน จากราคาขายที่ชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
* **การขยายกำลังการผลิต:** STGT ตั้งเป้ากำลังการผลิตถุงมือยางที่ 50,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2565 และ 80,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2567
**ภาพรวมอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ:**
* **อุปสงค์-อุปทาน:** IRSG คาดการณ์ว่าปี 2564-2565 จะอยู่ในภาวะอุปทานส่วนขาด (Supply Deficit)
* **ปัจจัยขับเคลื่อน:** การฟื้นตัวของการบริโภคจากผู้ผลิตยางล้อและอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมถึงปัญหาผลผลิตในอินโดนีเซีย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** เพิ่มขึ้นจาก 1.77 เท่าในปี 2563 เป็น 2.20 เท่าในปี 2564 บ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่ดีขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน:** เพิ่มขึ้นจาก 0.25 เท่า เป็น 0.41 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 19.9% YoY เป็น 828.7 ล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามคำสั่งซื้อที่เติบโต
## สรุปท้าย
ปี 2564 ถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมของ STA โดยมีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของทั้งธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นและปริมาณการขายที่ฟื้นตัว การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการขยายส่วนแบ่งทางการตลาด แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาผลิตภัณฑ์และปัญหาด้านการขนส่ง แต่แนวโน้มอุปทานส่วนขาดในตลาดโลกและแผนการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีโอกาสในการเติบโตต่อไปในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TTLPF ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
90.94
ล้านบาท
↓ 1% YoY
กำไรขั้นต้น
90.79
ล้านบาท
↓ 1.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.84
%
กำไรสุทธิ
89.04
ล้านบาท
↓ 1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
97.91
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
91
↓ -1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
91
↓ -1.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
89
↓ -1%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TTLPF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
9.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TTLPF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
1,845.73
-3.99%
|
1,922.38
-8.10%
|
2,091.80
-5.51%
|
2,213.73
-2.22%
|
2,264.02
-0.91%
|
2,284.87
-2.26%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
40.95
-3.18%
|
42.29
+0.67%
|
42.01
-63.67%
|
115.63
-29.29%
|
163.53
-5.72%
|
173.44
-0.16%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-214
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TTLPF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-213.63
+33.30%
|
-160.26
+977.74%
|
-14.87
-94.55%
|
-272.93
+47.20%
|
-185.41
-161.30%
|
302.47
-7.01%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
178.65
+0.97%
|
176.93
-312.30%
|
-83.34
-163.08%
|
132.12
-25.95%
|
178.42
-159.64%
|
-299.16
+0.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-34.97
-309.78%
|
16.67
-116.97%
|
-98.22
-30.25%
|
-140.81
+1,914.45%
|
-6.99
-311.18%
|
3.31
-87.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
52.64
-49.17%
|
103.56
-23.66%
|
135.66
-22.77%
|
175.66
-4.37%
|
183.68
+1.84%
|
180.37
+17.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
64.22
+22.00%
|
52.64
-49.17%
|
103.56
-23.66%
|
135.66
-22.77%
|
0.00
|
0.00
|