ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
3.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจากการตั้งสำรองลดลงจำนวนมาก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6627 out_tok=2736 at=2026-07-26T11:19:47 -->
# TTB กำไรสุทธิ Q3/2564 พลิกขาดทุนเพิ่ม เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-กำลังผลิตไม่เต็มที่
## ฝ่ายจัดการชี้ยอดขายกระสอบพลาสติกฟื้น แต่ต้นทุนพุ่ง 15-20% กดดันกำไรขั้นต้น
บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ NEP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 8.76 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1.78 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการที่กำลังการผลิตยังไม่เต็มที่ส่งผลให้ต้นทุนคงที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) และมองหาโอกาสในการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มความหลากหลายและยกระดับการผลิต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ NEP ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนเพิ่มขึ้น มาจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย** ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 8.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.98 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ
* **ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง:** ราคาวัตถุดิบ เช่น เม็ดพลาสติกฟิล์มและสีพิมพ์ ปรับตัวสูงขึ้น 15-20% ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปี 2563 และมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **กำลังการผลิตไม่ครอบคลุมต้นทุนคงที่ (Fixed Cost):** แม้ว่ายอดขายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติกจะเพิ่มขึ้น 36.28% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการได้งานจากลูกค้ารายใหญ่ แต่ยอดขายยังน้อยกว่าเป้าหมาย ทำให้กำลังการผลิตที่ใช้ยังไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนคงที่ได้เต็มที่ ประกอบกับการควบคุมของเสียยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้นในไตรมาส 3 ปี 2564 ที่ร้อยละ 5.22 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีกตามราคาน้ำมัน แต่บริษัทฯ ได้วางแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า และวางแผนการรับคำสั่งซื้อและการยืนราคาขายให้สอดคล้องกับแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะขยายกลุ่มลูกค้าบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) และเพิ่มผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่เพื่อเพิ่มความหลากหลายและยกระดับระบบการผลิตให้เต็มกำลังการผลิต ซึ่งหากทำได้สำเร็จ จะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยลงได้ อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและของเสีย รวมถึงการเพิ่มยอดขายให้เต็มกำลังการผลิต จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ไตรมาส 3 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 8.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.98 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 1.78 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายเติบโต:** ไตรมาส 3 ปี 2564 รายได้จากการขาย 108.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.28% จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากยอดขายกระสอบพลาสติกที่เพิ่มขึ้น และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่
* **ต้นทุนขายพุ่งสูงกว่ารายได้:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 43.79% สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ทำให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้น 5.22%
* **ราคาวัตถุดิบเป็นปัจจัยกดดันหลัก:** ราคาเม็ดพลาสติกและสีพิมพ์สูงขึ้น 15-20% ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **กำลังการผลิตยังไม่เต็มที่:** ยอดขายยังน้อยกว่าเป้าหมาย ทำให้ต้นทุนคงที่สูงขึ้น และการควบคุมของเสียยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทรงตัว:** ไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 13.32 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 13.42 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2564:** บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 8.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.98 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ที่ขาดทุน 1.78 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 108.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.28% แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 43.79% ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้น 5.22% ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อยจากการปรับโครงสร้างองค์กร แต่ค่าตอบแทนผู้บริหารเพิ่มขึ้นจากการจ้างบุคลากรเพิ่ม
**งวด 9 เดือน ปี 2564:** บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 21.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.76 ล้านบาท หรือ 46.51% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 14.54 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 300.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.52% แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 15.08% ทำให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้น 5.63% ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 37.37% เป็น 46.71 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การที่ภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวส่งผลให้ยอดขายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติกเพิ่มขึ้น
* **การประมูลงานจากลูกค้ารายใหญ่:** บริษัทสามารถประมูลงานจากลูกค้ารายใหญ่กลับมาได้ในไตรมาส 3
* **การขยายตลาด Flexible Packaging:** มีแนวโน้มยอดขายบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนสูงขึ้นจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่
* **การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่:** มีแผนเพิ่มผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่สำหรับ Flexible Packaging เพื่อเพิ่มความหลากหลายและเข้าถึงลูกค้าระดับบน
* **การเพิ่ม Order เต็มกำลังการผลิต:** หากสามารถเพิ่ม Order ได้เต็มกำลังการผลิต จะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยลงได้
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** ราคาเม็ดพลาสติกและสีพิมพ์มีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **กำลังการผลิตไม่เต็มที่:** ยอดขายที่ยังน้อยกว่าเป้าหมายทำให้ต้นทุนคงที่สูง และการควบคุมของเสียยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่สูงทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้มากนัก แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ:** เศรษฐกิจโลกและไทยยังไม่ฟื้นตัวดีนักจากผลกระทบโควิด-19
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันและผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบหลัก
* **ความสามารถในการควบคุมต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมของเสียและต้นทุนคงที่
* **การเพิ่มยอดขาย Flexible Packaging:** การขยายตลาดและออกผลิตภัณฑ์ใหม่จะสามารถเพิ่มยอดขายได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการคำสั่งซื้อและราคาขาย:** การวางแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าและการยืนราคาขายให้สอดคล้องกัน
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การเติบโตและผลกำไรของบริษัทร่วมยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **รายได้จากการขาย:** เพิ่มขึ้น 36.28% YoY ในไตรมาส 3/2564 เป็น 108.08 ล้านบาท จาก 79.31 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติกที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการประมูลงานจากลูกค้ารายใหญ่ รวมถึงแนวโน้มยอดขายบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนที่สูงขึ้นจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่
* **ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 43.79% YoY เป็น 113.72 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้น 5.22% ในไตรมาส 3/2564 เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (เม็ดพลาสติก, สีพิมพ์) ปรับตัวสูงขึ้น 15-20% และกำลังการผลิตยังไม่ครอบคลุมต้นทุนคงที่
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลงเล็กน้อย YoY จาก 10.54 ล้านบาท เป็น 10.33 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.50% ของรายได้ จาก 13.11% ของรายได้ในปีที่แล้ว สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีหลังการปรับโครงสร้างองค์กร
* **ค่าตอบแทนผู้บริหาร:** เพิ่มขึ้น 13.42% YoY เป็น 3.58 ล้านบาท จาก 3.16 ล้านบาท เพื่อรองรับการจ้างบุคลากรเพิ่มในฝ่ายการตลาดและขาย รวมถึงฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์
* **ส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัทร่วม:** ลดลงเล็กน้อย YoY จาก 13.42 ล้านบาท เป็น 13.32 ล้านบาทในไตรมาส 3/2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 806.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.10% จากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากลูกหนี้การค้าที่สูงขึ้น ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในบริษัทร่วม
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 125.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.31% จากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อซื้อวัตถุดิบและเจ้าหนี้การค้าที่ขอขยายเวลาชำระหนี้ รวมถึงการสำรองวัตถุดิบในช่วงราคาแพง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 680.79 ล้านบาท ลดลง 3.04% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 21.31 ล้านบาทในงวด 9 เดือน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ของ NEP สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและกำลังการผลิตที่ยังไม่เต็มที่ แม้ว่ายอดขายจะฟื้นตัวจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทัน ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การขยายตลาด Flexible Packaging และการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต แต่ความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบและความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TTB ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
16,429.53
ล้านบาท
↓ 4.1% YoY
กำไรขั้นต้น
53,492.89
ล้านบาท
↓ 5.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
325.59
%
กำไรสุทธิ
5,240.05
ล้านบาท
↑ 2.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
31.89
%
D/E Ratio
5.97
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
16,430
↓ -4.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
53,493
↓ -5.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5,240
↑ + 2.5%
YoY
D/E Ratio
5.97
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TTB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.97
ROE (%)
8.56
ROA (%)
2.38
Book Value/หุ้น
2.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TTB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
—
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
—
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท