บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13591 out_tok=2481 at=2026-07-26T10:10:19 -->
# TPCH กำไร Q3/2565 พุ่งกว่า 100% รับแรงหนุนรายได้ขายไฟฟ้าและเงินปันผล
## รายได้รวมโต 82.4% YoY หลังโรงไฟฟ้ากลับมาเดินเครื่องเต็มที่ ขณะที่กำไรสุทธิโตกว่า 100% จากปัจจัยหนุนหลากหลาย
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 143.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 96.95 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 48.3% โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรับรู้รายได้อื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TPCH ในไตรมาส 3/2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายไฟฟ้าที่เติบโตถึง 9.1% YoY และการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้อื่นที่สูงกว่า 100% YoY** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเติบโตกว่า 48.3% YoY โดยเฉพาะส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ที่เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น:** เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ โครงการ CRB กลับมาผลิตไฟฟ้าได้เต็มที่หลังปิดซ่อมบำรุงในไตรมาสก่อน และได้รับค่าสินไหมทดแทน, โครงการ PTG มีการผลิตไฟฟ้าต่อเนื่องเฉลี่ยมากกว่า 95% และได้รับผลบวกจากอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติขายส่งเฉลี่ย (Ft) ที่สูงขึ้นในเดือนกันยายน, และโครงการ SGP สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นหลังการซ่อมบำรุงในปีที่แล้ว แม้ว่าโครงการ TSG จะมีการหยุดซ่อมบำรุงประจำปีทำให้ผลิตไฟฟ้าลดลง แต่ผลรวมยังคงเป็นการเติบโต
* **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** ส่วนใหญ่มาจากค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในธุรกิจหยุดชะงักและเครื่องจักรหยุดชะงักของโครงการ CRB ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เข้ามาสนับสนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากเป็นผลจากค่าสินไหมทดแทน ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายไฟฟ้ามีแนวโน้ม **มีโอกาสต่อเนื่อง** จากการที่โรงไฟฟ้าส่วนใหญ่กลับมาดำเนินการผลิตได้เต็มที่ และการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องของโครงการ PTG ที่ได้รับผลบวกจากอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวมเติบโต 48.3% YoY** แตะ 143.76 ล้านบาท โดยส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 9.1% YoY** เป็น 720.54 ล้านบาท จากการกลับมาผลิตของ CRB และการเดินเครื่องต่อเนื่องของ PTG
* **รายได้อื่นพุ่งสูงกว่า 100% YoY** เป็น 56.47 ล้านบาท จากค่าสินไหมทดแทนโครงการ CRB
* **ต้นทุนขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 11.9% YoY** เป็น 548.57 ล้านบาท สอดคล้องกับการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **โครงการ SP (โรงไฟฟ้าขยะ) ผ่านการทดสอบระบบ** และคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตามสัญญาในไตรมาส 4/2565
* **โครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐ PBM และ PBB** มีความคืบหน้าการก่อสร้างกว่า 80%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2565 TPCH รายงานรายได้จากการขายไฟฟ้า 720.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการกลับมาผลิตของโครงการ CRB และการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องของโครงการ PTG ที่ได้รับผลบวกจากอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 11.9% เป็น 548.57 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 1.1% เป็น 171.97 ล้านบาท
รายได้อื่นเติบโตอย่างมีนัยสำคัญกว่า 100% เป็น 56.47 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าสินไหมทดแทนโครงการ CRB ทำให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายพุ่งสูงขึ้น 33.8% เป็น 228.43 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้น 12.5% เป็น 37.83 ล้านบาท แต่กำไรจากการดำเนินงานยังคงเติบโตได้ดีถึง 39.1% เป็น 190.60 ล้านบาท
เมื่อรวมผลกระทบจากรายได้และต้นทุนทางการเงิน รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 45.1% เป็น 145.84 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดเติบโต 48.3% เป็น 143.76 ล้านบาท โดยส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นกว่า 100% เป็น 104.16 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของโครงการ SP:** ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขยะโครงการแรก คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2565
* **การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพิ่มเติม:** ผ่านบริษัท สยามพาวเวอร์ จำกัด (SP) โดยมี 2 โครงการที่คาดว่าจะได้รับความชัดเจนในเร็วๆ นี้ และมีโครงการกำลังพัฒนาอีก 3-4 โครงการ
* **การศึกษาโครงการก๊าซชีวภาพ:** เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG และนำไปต่อยอดธุรกิจในอนาคต
* **การขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิต:** เพื่อสร้างรายได้เสริมจากการขายเครดิตให้กับภาคเอกชน
* **การศึกษาพลังงานทดแทนขนาดใหญ่ในต่างประเทศ:** โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนสำหรับโครงการแรกในรูปแบบ IPP ในต้นปี 2566
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** แม้บริษัทจะบริหารจัดการเชื้อเพลิงเองเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากราคาที่อาจผันผวน
* **การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า:** ทั้งแบบประจำปี (Planned Shutdown) และแบบไม่คาดคิด (Unplanned Shutdown) ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและรายได้
* **ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการใหม่:** โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าขยะและโครงการในต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตในอนาคต
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและการขออนุญาตต่างๆ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการ SP และการรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2565
* ความชัดเจนของสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพิ่มเติม
* ความคืบหน้าการศึกษาโครงการพลังงานทดแทนขนาดใหญ่ในต่างประเทศ และการเซ็นสัญญา IPP ในต้นปี 2566
* แนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงและประสิทธิภาพการผลิตของโรงไฟฟ้าต่างๆ
* ความสามารถในการสร้างรายได้เสริมจากการขายคาร์บอนเครดิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ปริมาณการผลิตและราคาขายไฟฟ้า:** ในไตรมาส 3/2565 ภาพรวมการผลิตไฟฟ้าของ TPCH ดีขึ้น โดยเฉพาะโครงการ PTG ที่เดินเครื่องเฉลี่ยมากกว่า 95% และได้รับผลบวกจากอัตราค่าไฟฟ้า Ft ที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบางโครงการ เช่น TSG จะมีการหยุดซ่อมบำรุงประจำปี แต่การกลับมาผลิตของ CRB และการเดินเครื่องที่ดีขึ้นของ SGP ก็ช่วยชดเชยได้
**ต้นทุนการผลิต:** ต้นทุนขายไฟฟ้าโดยรวมเพิ่มขึ้น 11.9% YoY สอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายหลักคือ ค่าจ้างเดินเครื่อง ค่าเชื้อเพลิง ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา และค่าเสื่อมราคา โครงการ PTG มีต้นทุนขายไฟฟ้าลดลงเมื่อเทียบกับปริมาณขายไฟฟ้า เนื่องจากลดการใช้เชื้อเพลิงในการจุดเตาหลังจากการหยุดเดินเครื่องที่ไม่คาดคิดในไตรมาสก่อน
**โครงการลงทุน:** โครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐ PBM และ PBB มีความคืบหน้าการก่อสร้างตามลำดับ ขณะที่โครงการ SP ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขยะโครงการแรก ได้ผ่านการทดสอบระบบและคาดว่าจะเริ่ม COD ในไตรมาส 4/2565
**กฎระเบียบ:** บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานด้านมลพิษ และอยู่ระหว่างการนำโครงการไปขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ข้อมูลในเอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ 1,500 ล้านบาท และการลดลงของเงินต้นเงินกู้ยืมธนาคาร นอกจากนี้ การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของโครงการ PTG จำนวน 30.33 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากโครงการดังกล่าว
## สรุปท้าย
TPCH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 48.3% YoY เป็น 143.76 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของรายได้ขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 9.1% YoY และการรับรู้รายได้พิเศษจากค่าสินไหมทดแทนโครงการ CRB แม้ว่ารายได้พิเศษนี้จะเป็นรายการครั้งคราว แต่การเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าที่ต่อเนื่องของโรงไฟฟ้าหลัก และการเตรียมรับรู้รายได้จากโครงการ SP ในไตรมาส 4/2565 รวมถึงโอกาสในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในอนาคต ทำให้บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า และความล่าช้าในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPCH ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
581.06
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
159.94
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.53
%
กำไรสุทธิ
36.86
ล้านบาท
↓ 316.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.34
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
160
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
37
↓ -316.1%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
-6.15
ROA (%)
1.91
Book Value/หุ้น
7.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+678
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-189
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPCH
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
678.15
+586.80%
|
98.74
-115.96%
|
-618.80
-165.48%
|
944.97
+222.11%
|
293.37
-71.03%
|
1,012.72
+50.33%
|
673.67
-6.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-188.69
+430.62%
|
-35.56
-108.82%
|
403.34
+90.79%
|
211.40
-180.15%
|
-263.76
-69.41%
|
-862.13
-56.85%
|
-1,997.88
+113.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-820.02
+137.25%
|
-345.63
+136.36%
|
-146.23
-127.20%
|
537.54
-162.78%
|
-856.26
+2,497.88%
|
-32.96
-102.53%
|
1,302.34
+802.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-330.56
+17.04%
|
-282.44
+27.89%
|
-220.85
-137.83%
|
583.81
-149.11%
|
-1,188.74
+5,639.93%
|
-20.71
-5.35%
|
-21.88
-69.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|
86.40
-45.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
43.40
-88.39%
|
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|