บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15169 out_tok=3002 at=2026-07-26T09:54:55 -->
# TPCH Q3/2564 กำไรสุทธิเฉพาะกิจการพุ่ง 16.2% QoQ รับรายได้เงินปันผล-การเงินโต
## รายได้เงินปันผล-การเงินหนุนกำไรเฉพาะกิจการโต QoQ ขณะที่ภาพรวมกลุ่มยังเผชิญแรงกดดันต้นทุน
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 23.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้ภาพรวมผลประกอบการรวมจะยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้เงินปันผลและรายได้ทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการบริหารยังคงเป็นแรงกดดัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิเฉพาะกิจการของ TPCH ในไตรมาส 3/2564 ให้เติบโต 16.2% QoQ มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้เงินปันผลและรายได้ทางการเงิน** โดยเฉพาะรายได้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้น 7.6% QoQ และรายได้ทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 12.2% QoQ ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากรายการอื่น ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพรวมงบการเงินรวม กำไรสุทธิกลับลดลง 8.7% YoY และ 30.2% YoY ในงวด 9 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจาก **ต้นทุนขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะค่าจ้างเดินเครื่อง ค่าเชื้อเพลิง และค่าซ่อมบำรุงรักษา รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**สำหรับกำไรเฉพาะกิจการ:** การเพิ่มขึ้นของรายได้เงินปันผลมาจากความจำเป็นของบริษัทย่อยในการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ทำให้มีการจ่ายปันผลออกมาลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้เงินปันผลกลับเพิ่มขึ้น ส่วนรายได้ทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเกิดจากดอกเบี้ยรับจากการให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทย่อยและกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องภายในกลุ่ม
**สำหรับภาพรวมผลประกอบการรวม:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายไฟฟ้า โดยเฉพาะในโครงการ PTG ที่มีการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเสถียรขึ้น ทำให้ต้นทุนการเดินเครื่องและเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น รวมถึงโครงการ TSG ที่มีค่าซ่อมบำรุงเครื่องจักรเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ บริหารจัดการเชื้อเพลิงเองในหลายโครงการ (ยกเว้น CRB และ TSG) และมีการจัดประเภทค่าใช้จ่ายในการบริหารบางส่วนมาเป็นต้นทุนขายไฟฟ้า เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยและค่าขนขี้เถ้า ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการกู้ยืมเงินของโครงการที่ COD ใหม่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**สำหรับกำไรเฉพาะกิจการ:** การเพิ่มขึ้นของรายได้เงินปันผลและรายได้ทางการเงินในลักษณะนี้ **มีลักษณะครั้งคราว** โดยขึ้นอยู่กับนโยบายการจ่ายปันผลของบริษัทย่อยและความต้องการใช้เงินทุนหมุนเวียนภายในกลุ่ม
**สำหรับภาพรวมผลประกอบการรวม:** แรงกดดันจากต้นทุนขายไฟฟ้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุง **มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากบริษัทฯ มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเองมากขึ้น และการซ่อมบำรุงเครื่องจักรเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานปกติ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้า 39.7% YoY ในไตรมาส 3/2564 และ 43.3% ในงวด 9 เดือน จากการเดินเครื่องที่ดีขึ้นของโครงการใหม่ๆ เช่น PTG, TPCH1, TPCH2, TPCH5 เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการ Q3/2564 เพิ่มขึ้น 16.2% QoQ เป็น 23.17 ล้านบาท** จากรายได้เงินปันผลและรายได้ทางการเงินที่สูงขึ้น
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าภาพรวม (งบรวม) เพิ่มขึ้น 39.7% YoY ใน Q3/2564 เป็น 660.51 ล้านบาท** และเพิ่มขึ้น 43.3% YoY ในงวด 9 เดือน เป็น 1,870.37 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายไฟฟ้าภาพรวม (งบรวม) เพิ่มขึ้น 52.0% YoY ใน Q3/2564 เป็น 490.36 ล้านบาท** และเพิ่มขึ้น 76.0% YoY ในงวด 9 เดือน เป็น 1,392.58 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิรวม Q3/2564 ลดลง 8.7% YoY เป็น 96.95 ล้านบาท** และลดลง 30.2% YoY ในงวด 9 เดือน เป็น 269.32 ล้านบาท
* **บริษัทไม่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน**
* **บริษัทออกหุ้นกู้ระยะยาว 1,500 ล้านบาท** เพื่อชำระคืนตั๋วแลกเงิน ลงทุนในโครงการ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งบการเงินเฉพาะกิจการ:** ในไตรมาส 3/2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 23.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% จากไตรมาสก่อนหน้า (19.95 ล้านบาท) แต่ลดลง 57.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (54.66 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยหลักจากการเปลี่ยนแปลงของรายได้เงินปันผลและรายได้ทางการเงิน สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 343.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 134.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (146.98 ล้านบาท) ซึ่งได้รับผลจากเงินปันผลพิเศษจากโครงการ CRB
**งบการเงินรวม:** ในไตรมาส 3/2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 96.95 ล้านบาท ลดลง 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (106.13 ล้านบาท) แต่เพิ่มขึ้น 11.2% จากไตรมาสก่อนหน้า (87.21 ล้านบาท) สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 269.32 ล้านบาท ลดลง 30.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (385.58 ล้านบาท) การลดลงนี้เป็นผลมาจากต้นทุนขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แม้ว่ารายได้จากการขายไฟฟ้าจะเติบโตได้ดี
## โอกาส
* **นโยบายส่งเสริมพลังงานทดแทนระยะยาว:** การปรับปรุงแผน PDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ที่จะเพิ่มการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทน จะเป็นโอกาสในการลงทุนและขยายกิจการของบริษัท
* **โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน:** การลงทุนผ่านบริษัทสยามพาวเวอร์ (SP) ในโครงการ SP1 ขนาด 8 เมกะวัตต์ ที่คาดว่าจะ COD ในไตรมาส 4/2564 และแผนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอีก 4-6 แห่งในปี 2565
* **การปรับปรุงกำลังการผลิต:** การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในบริษัทย่อย 4 แห่ง ทำให้บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังการผลิตเสนอขายรวมเพิ่มขึ้นจาก 45.70 MW เป็น 44.43 MW (ข้อมูลในตารางอาจมีความคลาดเคลื่อน ควรตรวจสอบอีกครั้ง)
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การบริหารจัดการเชื้อเพลิงเองและการซ่อมบำรุงเครื่องจักรเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนขายไฟฟ้าโดยตรง
* **การแข่งขันในโครงการโรงไฟฟ้า:** การไม่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนสะท้อนถึงการแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรม
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** แม้จะมีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเอง แต่ราคาเชื้อเพลิงในตลาดก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **ผลกระทบจาก COVID-19:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในงวดนี้ แต่การแพร่ระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน:** โดยเฉพาะโครงการ SP1 ที่คาดว่าจะ COD ใน Q4/2564 และแผนการพัฒนาโครงการในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายไฟฟ้า:** โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุง เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **แนวโน้มการปรับปรุงแผน PDP2018:** และโอกาสในการเข้าร่วมโครงการพลังงานทดแทนใหม่ๆ
* **ผลการดำเนินงานของโครงการที่เพิ่ง COD ใหม่:** เช่น PTG, TPCH1, TPCH2, TPCH5 ว่าจะสามารถเดินเครื่องได้อย่างมีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพตามที่คาดหวังหรือไม่
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงาน:** โดยเฉพาะอัตราค่าไฟฟ้า FiT และนโยบายสนับสนุนพลังงานทดแทน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **กำลังการผลิต:** บริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าที่ COD แล้ว 10 โครงการ โดยมีกำลังการผลิตเสนอขายรวม 45.70 MW (ก่อนเข้าซื้อหุ้น) และ 44.43 MW (หลังเข้าซื้อหุ้น) นอกจากนี้ยังมีโครงการ SP1 ขนาด 8 MW ที่คาดว่าจะ COD ใน Q4/2564 และโครงการอื่นๆ อยู่ระหว่างพัฒนา
* **ราคาขายไฟฟ้า:** โครงการส่วนใหญ่ใช้ระบบ Feed-in Tariff (FiT) โดยมีอัตราค่าไฟฟ้าสุทธิแตกต่างกันไป เช่น CRB (4.19 บาท/หน่วย), TSG (4.49 บาท/หน่วย), MWE (4.49 บาท/หน่วย), PGP (4.49 บาท/หน่วย), SGP (4.49 บาท/หน่วย), TPCH5 (3.46 บาท/หน่วย), TPCH1 (3.14 บาท/หน่วย), TPCH2 (3.14 บาท/หน่วย) ส่วนโครงการ PTG ใช้ระบบ Adder ที่ราคาเฉลี่ย 3.98 บาท/หน่วย
* **ต้นทุนการผลิต:** ต้นทุนหลักประกอบด้วย ค่าจ้างเดินเครื่อง, ค่าเชื้อเพลิง, ค่าเสื่อมราคา, ค่าซ่อมบำรุงรักษา, และค่าไฟฟ้าในโครงการ โดยบริษัทมีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเองในหลายโครงการ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **การหยุดเดินเครื่อง (Shutdown):** มีการหยุดเดินเครื่องทั้งแบบปกติ (Planned Shutdown) และไม่ปกติ (Unplanned Shutdown) ในหลายโครงการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้าและรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **การออกหุ้นกู้:** บริษัทได้ออกหุ้นกู้ระยะยาวมูลค่า 1,500 ล้านบาท เพื่อใช้ชำระคืนตั๋วแลกเงิน ลงทุนในโครงการ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
* **การซื้อหุ้นเพิ่มในบริษัทย่อย:** บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มใน 4 บริษัทย่อย คิดเป็นมูลค่ารวม 203 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น
* **กระแสเงินสด:** งบการเงินรวมแสดงให้เห็นว่า กำไร (ขาดทุน) จากกิจกรรมดำเนินงานใน Q3/2564 อยู่ที่ 137.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.0% QoQ แต่ลดลง 8.8% YoY สำหรับงวด 9 เดือน กำไร (ขาดทุน) จากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 375.87 ล้านบาท ลดลง 12.0% YoY
## สรุปท้าย
TPCH ในไตรมาส 3/2564 เผชิญกับผลประกอบการเฉพาะกิจการที่เติบโตได้ดีจากรายได้เงินปันผลและรายได้ทางการเงินที่เพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมผลประกอบการรวมยังคงถูกกดดันจากต้นทุนขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุง แม้รายได้จากการขายไฟฟ้าจะเติบโตได้ดีจากการเดินเครื่องที่ดีขึ้นของโครงการใหม่ๆ แต่การบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบริษัทมีแผนขยายการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะชุมชนและพลังงานทดแทนในอนาคต ซึ่งต้องพิจารณาถึงความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPCH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
581.06
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
159.94
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.53
%
กำไรสุทธิ
36.86
ล้านบาท
↓ 316.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.34
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
160
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
37
↓ -316.1%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
-6.15
ROA (%)
1.91
Book Value/หุ้น
7.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+678
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-189
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPCH
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
678.15
+586.80%
|
98.74
-115.96%
|
-618.80
-165.48%
|
944.97
+222.11%
|
293.37
-71.03%
|
1,012.72
+50.33%
|
673.67
-6.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-188.69
+430.62%
|
-35.56
-108.82%
|
403.34
+90.79%
|
211.40
-180.15%
|
-263.76
-69.41%
|
-862.13
-56.85%
|
-1,997.88
+113.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-820.02
+137.25%
|
-345.63
+136.36%
|
-146.23
-127.20%
|
537.54
-162.78%
|
-856.26
+2,497.88%
|
-32.96
-102.53%
|
1,302.34
+802.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-330.56
+17.04%
|
-282.44
+27.89%
|
-220.85
-137.83%
|
583.81
-149.11%
|
-1,188.74
+5,639.93%
|
-20.71
-5.35%
|
-21.88
-69.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|
86.40
-45.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
43.40
-88.39%
|
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|