บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11500 out_tok=2776 at=2026-07-27T13:40:01 -->
# TPCH กำไรสุทธิรวมลดลง 39.5% YoY ใน Q2/64 รับผลกระทบรายได้เงินปันผลพิเศษหาย
## รายได้จากการขายไฟฟ้าโต 46.4% หนุนกำไรจากการดำเนินงาน แต่ต้นทุนพุ่งสูงกระทบภาพรวม
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิรวม 87.21 ล้านบาท ลดลง 39.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายไฟฟ้าจะเติบโตโดดเด่น แต่ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคือการหายไปของรายได้เงินปันผลพิเศษจากบริษัทย่อย ประกอบกับต้นทุนขายไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิรวมของ TPCH ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้เงินปันผลจากบริษัทย่อย** โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหายไปของเงินปันผลพิเศษ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการเฉพาะกิจการของบริษัทแม่ แม้ว่ารายได้จากการขายไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทจะเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **รายได้จากเงินปันผล** ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 39.64 ล้านบาท ลดลง 30.7% YoY และลดลง 87.7% QoQ สาเหตุหลักมาจาก **การไม่มีเงินปันผลพิเศษ** ในปีนี้ ประกอบกับบริษัทในเครือมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น จึงมีการจ่ายเงินปันผลออกมาลดลง นอกจากนี้ **ต้นทุนจากการขายไฟฟ้า** ก็ปรับตัวสูงขึ้น 92.1% YoY และ 17.2% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากค่าจ้างเดินเครื่อง ค่าเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้าในโครงการ ค่าเบี้ยประกันภัย และค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาประสิทธิภาพของเครื่องจักร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิคือ **รายได้เงินปันผลพิเศษ** ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ และขึ้นอยู่กับผลประกอบการและความต้องการเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทย่อยในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้น การหายไปของเงินปันผลพิเศษในไตรมาสนี้จึงมีลักษณะเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนจากการขายไฟฟ้า** ที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น อาจมีแนวโน้มต่อเนื่อง หากราคาเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานยังคงอยู่ในระดับสูง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวมลดลง 39.5% YoY** อยู่ที่ 87.21 ล้านบาท จาก 144.18 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าเติบโต 46.4% YoY** อยู่ที่ 642.83 ล้านบาท จาก 439.06 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนจากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 92.1% YoY** อยู่ที่ 486.59 ล้านบาท จาก 253.27 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นลดลง 15.9% YoY** อยู่ที่ 156.24 ล้านบาท จาก 185.78 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY** อยู่ที่ 37.15 ล้านบาท จาก 17.06 ล้านบาทในปีก่อน
* **โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน (นำร่อง) ผ่านการพิจารณาด้านเทคนิค 8 โครงการ** จาก 10 โครงการที่ยื่นประมูล
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิรวม 87.21 ล้านบาท ลดลง 39.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีรายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 46.4% YoY เป็น 642.83 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของกลุ่มโครงการ 5 โครงการ (CRB, TSG, MWE, PGP, SGP) และกลุ่ม 3 จังหวัดภาคใต้ (PTG, TPCH1, TPCH2, TPCH5) ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจากการขายไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นถึง 92.1% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 15.9% YoY นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY และการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ก็เป็นปัจจัยที่กดดันผลประกอบการโดยรวม
สำหรับผลประกอบการเฉพาะกิจการ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 19.95 ล้านบาท ลดลง 47.3% YoY และลดลง 93.4% QoQ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้เงินปันผล
## โอกาส
* **นโยบายพลังงานทดแทนของภาครัฐ:** คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีนโยบายมุ่งเน้นการลดคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065-2070 โดยจะปรับแผน PDP เพื่อลดการผลิตไฟฟ้าจากฟอสซิลและเพิ่มพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายการลงทุนของบริษัท
* **โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน:** บริษัทได้ยื่นประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (นำร่อง) จำนวน 10 โครงการ และผ่านการพิจารณาด้านเทคนิค 8 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิต 25.95 เมกะวัตต์ ซึ่งรอผลการคัดเลือกด้านราคาภายในวันที่ 2 กันยายน 2564
* **โครงการโรงไฟฟ้าขยะ:** บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มเติม 4-6 แห่ง ผ่านบริษัทสยามพาวเวอร์ จำกัด และคาดว่า กกพ. จะเปิดรับซื้อโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนตามแผนจำนวน 400 เมกะวัตต์ภายในปี 2564
* **โครงการโรงไฟฟ้านนทบุรี:** กำลังจะเปิดดำเนินการขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ภายในปีนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง:** บริษัทมีกลยุทธ์ในการจัดหาแหล่งเชื้อเพลิงเพิ่มเติม กระจายจุดรับซื้อ และศึกษาการเพาะปลูกพืชพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพิงเชื้อเพลิงที่มีความผันผวนของราคา
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** แม้บริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง แต่ราคาเชื้อเพลิงชีวมวลยังคงมีความผันผวนตามตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า:** การปิดซ่อมบำรุงประจำปี (Planned Shutdown) และการหยุดซ่อมบำรุงฉุกเฉิน (Unplanned Shutdown) ของโรงไฟฟ้าบางโครงการส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้าและรายได้
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนา โดยเฉพาะโครงการ SP ที่ติดขัดการทดสอบระบบและการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ รวมถึงการปิดแคมป์งานก่อสร้างตามมาตรการของภาครัฐ
* **การสิ้นสุดสัญญา FiT Premium:** โครงการ CRB สิ้นสุดระยะเวลาการรับซื้อไฟฟ้าในอัตรา FiT Premium 0.3 บาทต่อหน่วย ทำให้ราคารับซื้อไฟฟ้าสุทธิลดลงเหลือ 4.19 บาทต่อหน่วย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ผลการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนด้านราคาภายในวันที่ 2 กันยายน 2564
* ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้านนทบุรี และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์
* ความคืบหน้าการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะ 4-6 แห่ง และการเปิดรับซื้อโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 400 เมกะวัตต์
* แนวโน้มราคาเชื้อเพลิงชีวมวล และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน
* ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ต่อการก่อสร้างและพัฒนาโครงการต่างๆ
* การเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของกลุ่มโรงไฟฟ้าในภาคใต้ (PTG, TPCH5, TPCH1, TPCH2) โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า:** เติบโต 46.4% YoY เป็น 642.83 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของกลุ่ม 5 โครงการ (CRB, TSG, MWE, PGP, SGP) และกลุ่ม 3 จังหวัดภาคใต้ (PTG, TPCH1, TPCH2, TPCH5) แม้ว่ากลุ่มกิจการร่วมค้า (MGP) จะมีรายได้ลดลงจากการปิดซ่อมบำรุง
* **ต้นทุนจากการขายไฟฟ้า:** เพิ่มขึ้น 92.1% YoY เป็น 486.59 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนต้นทุนหลักคือ ค่าจ้างเดินเครื่องและค่าเชื้อเพลิง (73.75%) รองลงมาคือ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (17.08%) การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรขั้นต้น
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 15.9% YoY อยู่ที่ 156.24 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 42.3% ใน Q2/63 เป็น 24.3% ใน Q2/64
* **การผลิตไฟฟ้า:** โรงไฟฟ้าต่างๆ มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่แตกต่างกันไป โดยโครงการ PTG มีการเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตในเดือนเมษายน แต่มีการหยุดซ่อมแซมและปรับจูนเครื่องจักรในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ทำให้การผลิตไม่สม่ำเสมอ ในขณะที่โครงการ TPCH1, TPCH2, TPCH5 มีการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าไตรมาสก่อน แต่ยังคงมีการหยุดซ่อมปรับจูนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ
* **โครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา:** โครงการ SP ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้า มีส่วนแบ่งขาดทุน 6.87 ล้านบาท เนื่องจากอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้)
## สรุปท้าย
TPCH ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจาก **การหายไปของรายได้เงินปันผลพิเศษ** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ YoY แม้ว่ารายได้จากการขายไฟฟ้าจะเติบโตได้ดีจากการเดินเครื่องผลิตที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าหลายแห่ง แต่ **ต้นทุนขายไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น** และ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** ก็เป็นปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทมีโอกาสจากการสนับสนุนนโยบายพลังงานทดแทนของภาครัฐ และความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนและโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ขณะที่ความเสี่ยงยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ต่อการดำเนินงานและพัฒนาโครงการ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPCH ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
581.06
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
159.94
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.53
%
กำไรสุทธิ
36.86
ล้านบาท
↓ 316.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.34
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
160
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
37
↓ -316.1%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
-6.15
ROA (%)
1.91
Book Value/หุ้น
7.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+678
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-189
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPCH
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
678.15
+586.80%
|
98.74
-115.96%
|
-618.80
-165.48%
|
944.97
+222.11%
|
293.37
-71.03%
|
1,012.72
+50.33%
|
673.67
-6.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-188.69
+430.62%
|
-35.56
-108.82%
|
403.34
+90.79%
|
211.40
-180.15%
|
-263.76
-69.41%
|
-862.13
-56.85%
|
-1,997.88
+113.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-820.02
+137.25%
|
-345.63
+136.36%
|
-146.23
-127.20%
|
537.54
-162.78%
|
-856.26
+2,497.88%
|
-32.96
-102.53%
|
1,302.34
+802.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-330.56
+17.04%
|
-282.44
+27.89%
|
-220.85
-137.83%
|
583.81
-149.11%
|
-1,188.74
+5,639.93%
|
-20.71
-5.35%
|
-21.88
-69.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|
86.40
-45.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
43.40
-88.39%
|
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|