บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11884 out_tok=3059 at=2026-07-26T09:51:12 -->
# TPCH กำไร Q1/2565 ดิ่ง 89.7% YoY รับผลกระทบหยุดซ่อมโรงไฟฟ้า CRB
## รายได้เงินปันผลวูบหนัก ฉุดกำไรสุทธิเฉพาะกิจการลดลงกว่า 89.7% ขณะที่ภาพรวมกลุ่มบริษัทรายได้ขายไฟฟ้ายังเติบโต
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 89.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้เงินปันผลที่ลดลงอย่างมาก ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัท รายได้จากการขายไฟฟ้ายังคงเติบโตได้เล็กน้อย แต่กำไรสุทธิรวมลดลง 17.0% จากผลกระทบการหยุดซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้า CRB และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเฉพาะกิจการของ TPCH ในไตรมาส 1/2565 ปรับตัวลดลงอย่างมากถึง 89.7% YoY คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้เงินปันผล** โดยเฉพาะจากโครงการ CRB ที่เคยมีการจ่ายปันผลพิเศษในปีก่อนหน้า และโครงการ MWE ที่ต้องหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมแซม ทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้เงินปันผลลดลง:** ในไตรมาส 1/2564 โครงการ CRB มีการจ่ายปันผลพิเศษ ทำให้มีรายได้เงินปันผลจำนวนมากเข้ามา อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 1/2565 โครงการ CRB ประสบปัญหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขัดข้อง ต้องหยุดดำเนินการผลิตไฟฟ้าเพื่อซ่อมแซม ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ นอกจากนี้ โครงการ MWE ก็มีการหยุดเดินเครื่องซ่อมแซมเช่นกัน ทำให้รายได้เงินปันผลโดยรวมลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ผลกระทบจากโรงไฟฟ้า CRB หยุดซ่อมบำรุง (ภาพรวมกลุ่มบริษัท):** แม้ว่ารายได้จากการขายไฟฟ้าโดยรวมของกลุ่มบริษัทจะยังเติบโตได้ 10.5% YoY แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลง 11.8% YoY ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 18.6% YoY และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 98.3% YoY โดยเฉพาะจากโครงการ SP ที่มีการทดสอบระบบและปรับจูนเครื่องจักร ทำให้เดินเครื่องได้น้อยและมีต้นทุนคงที่สูง ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมของกลุ่มบริษัทลดลง 17.0% YoY
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยหลักที่กดดันกำไรเฉพาะกิจการในไตรมาสนี้ คือ การลดลงของรายได้เงินปันผลที่เกิดจากการหยุดซ่อมบำรุงของโครงการ CRB ซึ่งฝ่ายจัดการคาดว่าจะใช้เวลาซ่อมแซมประมาณ 120 วัน และอยู่ระหว่างการเคลมประกัน หากการซ่อมแซมแล้วเสร็จและกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติ รวมถึงการเคลมประกันสำเร็จ รายได้เงินปันผลในอนาคตมีโอกาสฟื้นตัวได้
สำหรับผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัท การหยุดซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้า CRB เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว และอยู่ระหว่างการเคลมประกัน ส่วนการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม SP นั้น เกิดจากการปรับจูนระบบเพื่อความเสถียร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น แต่หากการปรับจูนสำเร็จและเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้เต็มที่ จะส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการลดลง 89.7% YoY** อยู่ที่ 30.97 ล้านบาท จาก 300.79 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้เงินปันผลลดลง 82.4% YoY** อยู่ที่ 56.72 ล้านบาท จาก 322.50 ล้านบาทในปีก่อน เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไรเฉพาะกิจการ
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้น 10.5% YoY** อยู่ที่ 625.52 ล้านบาท จาก 566.18 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทลดลง 11.8% YoY** อยู่ที่ 133.25 ล้านบาท จาก 151.06 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิรวมของกลุ่มบริษัทลดลง 17.0% YoY** อยู่ที่ 70.62 ล้านบาท จาก 85.13 ล้านบาทในปีก่อน
* **โรงไฟฟ้า CRB หยุดซ่อมบำรุง** ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2565 คาดใช้เวลา 120 วัน อยู่ระหว่างการเคลมประกัน
* **โครงการ SP (บริษัทร่วม) มีส่วนแบ่งขาดทุนเพิ่มขึ้น** จากการทดสอบระบบและปรับจูนเครื่องจักร
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งบการเงินเฉพาะกิจการ:** ในไตรมาส 1/2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 30.97 ล้านบาท ลดลง 41.4% จากไตรมาสก่อน (Q4/2564) และลดลง 89.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (Q1/2564) โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้เงินปันผลที่ลดลงอย่างมาก ทั้งจากโครงการ MWE ที่หยุดซ่อมแซม และโครงการ CRB ที่เคยมีการจ่ายปันผลพิเศษในปีก่อน
**งบการเงินรวม:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขายไฟฟ้า 625.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 10.5% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการกลับมาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเต็มกำลังของโครงการ MWE และการเดินเครื่องที่เสถียรขึ้นของโครงการในกลุ่ม 3 จังหวัดภาคใต้ อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 11.8% YoY เนื่องจากต้นทุนขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 18.6% YoY และมีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 70.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจากไตรมาสก่อน (17.80 ล้านบาท) แต่ลดลง 17.0% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (85.13 ล้านบาท)
## โอกาส
* **นโยบายพลังงานทดแทนของภาครัฐ:** ประเทศไทยมีเป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี 2050 และมีการส่งเสริมพลังงานทดแทน โดยเฉพาะการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ซึ่งบริษัทสยามพาวเวอร์ (SP) ที่ TPCH ถือหุ้นอยู่ 50% กำลังพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพื่อเข้าร่วมโครงการ
* **การศึกษาและเตรียมความพร้อมประมูลโครงการพลังงานทดแทน:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาและเตรียมความพร้อมในการเข้าประมูลโครงการพลังงานทดแทนจากชีวมวล ชีวภาพ และศึกษาการเข้าซื้อกิจการพลังงานทดแทนเพิ่มเติม
* **การขยายธุรกิจต่อยอด:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในธุรกิจที่ก่อให้เกิดรายได้ต่อยอดจากโครงการโรงไฟฟ้า และสนับสนุนนโยบาย BCG (Bio-Circular-Green Economy)
## ความเสี่ยง
* **การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า:** เหตุการณ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขัดข้องของโครงการ CRB ส่งผลกระทบต่อการผลิตและรายได้ รวมถึงการหยุดซ่อมบำรุงของโครงการ TSG และ PGP ในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า
* **ความผันผวนของต้นทุนเชื้อเพลิง:** แม้บริษัทฯ จะมีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเองในหลายโครงการ แต่การเปลี่ยนแปลงราคาเชื้อเพลิงยังคงเป็นปัจจัยที่มีผลต่อต้นทุนการผลิต
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะโครงการ SP ที่มีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิรวมของกลุ่มบริษัท
* **การดำเนินงานของโครงการใหม่:** โครงการ SP ที่เพิ่งเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ยังคงอยู่ในช่วงปรับจูนระบบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการซ่อมแซมโรงไฟฟ้า CRB:** การกลับมาผลิตไฟฟ้าได้ตามปกติและผลการเคลมประกัน
* **ผลการดำเนินงานของโครงการ SP:** การปรับจูนระบบแล้วเสร็จและการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าที่เสถียรขึ้น
* **การเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานทดแทนใหม่ๆ:** โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน และโครงการชีวมวล/ชีวภาพ
* **ความคืบหน้าการลงทุนในธุรกิจต่อยอด:** และการสนับสนุนนโยบาย BCG
* **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง:** และต้นทุนการผลิตไฟฟ้าโดยรวมของกลุ่มบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **กำลังการผลิต:** โครงการ PBM และ PBB อยู่ระหว่างก่อสร้าง มีความคืบหน้า 60.48% และ 67.72% ตามลำดับ ขณะที่โครงการ SP 2-6 กำลังอยู่ระหว่างพัฒนา (กำลังการผลิตเสนอขายรวม 30.5 MW)
* **ปริมาณการผลิตไฟฟ้า:** ในไตรมาส 1/2565 โรงไฟฟ้าหลายแห่งมีการหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุง ทั้งแบบ Planned Shutdown และ Unplanned Shutdown เช่น CRB (Planned 25 วัน, Unplanned 4 วัน), TSG (Unplanned 3 วัน), MWE (Unplanned 21 ชม.), PGP (Planned 10 วัน, Unplanned 9 ชม.), PTG (Planned 5 วัน, Unplanned 11 วัน), TPCH5 (Planned 2 วัน, Unplanned 4 วัน), TPCH1 (Planned 14 วัน, Unplanned 12 วัน), TPCH2 (Planned 12 วัน, Unplanned 6 วัน), SP (Planned 67 วัน, Unplanned 10 วัน) ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและรายได้
* **ราคาไฟฟ้า:** โครงการส่วนใหญ่ยังคงรับซื้อไฟฟ้าในระบบ Feed-in Tariff (FiT) และ Adder ซึ่งมีราคารับซื้อที่แน่นอนต่อหน่วย เช่น CRB (4.20 บาท/หน่วย), TSG (4.49 บาท/หน่วย), MWE (4.49 บาท/หน่วย), MGP (4.49 บาท/หน่วย), PGP (4.49 บาท/หน่วย), SGP (4.49 บาท/หน่วย), PTG (4.29 บาท/หน่วย), TPCH5 (3.46 บาท/หน่วย), TPCH1 (3.14 บาท/หน่วย), TPCH2 (3.14 บาท/หน่วย), SP (5.84 บาท/หน่วย)
* **ต้นทุนการผลิต:** ต้นทุนจากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 18.6% YoY โดยมีค่าใช้จ่ายหลัก ได้แก่ ค่าจ้างเดินเครื่อง, ค่าเชื้อเพลิง, ค่าไฟฟ้าในโครงการ, ค่าเบี้ยประกันภัย, ค่าขนเถ้า, ค่าเสื่อมราคา และค่าวัสดุอุปกรณ์ การบริหารจัดการเชื้อเพลิงเองในหลายโครงการช่วยควบคุมต้นทุนได้ในระดับหนึ่ง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **งบการเงินเฉพาะกิจการ:** มีกำไรสุทธิ 30.97 ล้านบาท
* **งบการเงินรวม:** มีกำไรสุทธิ 70.62 ล้านบาท โดยส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 36.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจากไตรมาสก่อน (ติดลบ 12.22 ล้านบาท) แต่ลดลง 22.0% จากปีก่อน (47.45 ล้านบาท)
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 50.49 ล้านบาท ลดลง 6.7% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 51.8% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมธนาคาร, เงินกู้ยืมระยะสั้น, สัญญาเช่าการเงิน และหุ้นกู้ 1,500 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TPCH ในไตรมาส 1/2565 เผชิญกับแรงกดดันต่อกำไรสุทธิเฉพาะกิจการจากการลดลงของรายได้เงินปันผลอันเนื่องมาจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า CRB และ MWE ขณะที่ภาพรวมกลุ่มบริษัท รายได้จากการขายไฟฟ้ายังคงเติบโตได้เล็กน้อย แต่กำไรสุทธิรวมได้รับผลกระทบจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า CRB และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม SP อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมีโอกาสจากการเติบโตของพลังงานทดแทนตามนโยบายภาครัฐ และการขยายธุรกิจต่อยอด ซึ่งต้องจับตาความคืบหน้าการซ่อมแซมโรงไฟฟ้า CRB และการปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงการ SP เป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPCH ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
581.06
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
159.94
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.53
%
กำไรสุทธิ
36.86
ล้านบาท
↓ 316.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.34
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
160
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
37
↓ -316.1%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
-6.15
ROA (%)
1.91
Book Value/หุ้น
7.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+678
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-189
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPCH
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
678.15
+586.80%
|
98.74
-115.96%
|
-618.80
-165.48%
|
944.97
+222.11%
|
293.37
-71.03%
|
1,012.72
+50.33%
|
673.67
-6.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-188.69
+430.62%
|
-35.56
-108.82%
|
403.34
+90.79%
|
211.40
-180.15%
|
-263.76
-69.41%
|
-862.13
-56.85%
|
-1,997.88
+113.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-820.02
+137.25%
|
-345.63
+136.36%
|
-146.23
-127.20%
|
537.54
-162.78%
|
-856.26
+2,497.88%
|
-32.96
-102.53%
|
1,302.34
+802.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-330.56
+17.04%
|
-282.44
+27.89%
|
-220.85
-137.83%
|
583.81
-149.11%
|
-1,188.74
+5,639.93%
|
-20.71
-5.35%
|
-21.88
-69.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|
86.40
-45.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
43.40
-88.39%
|
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|