บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11477 out_tok=2803 at=2026-07-26T10:33:58 -->
TPCH กำไร Q1/2566 พุ่งกว่า 100% รับแรงหนุนจากเงินปันผลบริษัทย่อย
TPCH Q1/2566 กำไรสุทธิโตแรงกว่า 100% รับอานิสงส์เงินปันผลจากบริษัทย่อย ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าเติบโตต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการมุ่งเน้นควบคุมต้นทุนและมองหาโอกาสลงทุนในต่างประเทศ
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 155.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแรงหนุนหลักมาจากรายได้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าก็เติบโตได้ดีเช่นกัน ฝ่ายบริหารยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนการผลิตและมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TPCH ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การรับรู้รายได้เงินปันผลจำนวนมหาศาลจากบริษัทย่อย** โดยเฉพาะจากโครงการ MWE และ TSG ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทเฉพาะกิจการพุ่งสูงขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ **รายได้จากการขายไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทรวมยังเติบโตได้ดี** โดยเพิ่มขึ้น 25.7% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้เงินปันผล:** การเพิ่มขึ้นของรายได้เงินปันผลมาจาก 2 โครงการหลัก คือ
* **โครงการ MWE:** ได้รับเงินจากการ Reimburse จากสถาบันการเงินใหม่ วงเงิน 430 ล้านบาท และมีการจ่ายเงินปันผลประจำปีจากกำไรสะสมจำนวน 300 ล้านบาท ซึ่งส่วนของ TPCH คือ 255 ล้านบาท
* **โครงการ TSG:** ได้รับเงินกู้ยืมเพิ่มเติมจากสถาบันการเงินเดิมวงเงิน 230 ล้านบาท และมีการจ่ายเงินปันผลประจำปีจากกำไรสะสม 220 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอีก 10 ล้านบาท ซึ่งส่วนของ TPCH คือ 149.5 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า:** การเติบโตของรายได้จากการขายไฟฟ้าในกลุ่มบริษัทรวมมาจากหลายปัจจัย ได้แก่
* **โครงการ TSG:** เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเดินเครื่องเฉลี่ย 92% และเป็นไตรมาสที่มีจำนวนหน่วยขายไฟมากที่สุดตั้งแต่ปี 2564
* **โครงการ PTG:** เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคุมปริมาณการใช้เชื้อเพลิงได้ดีขึ้น และอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติขายส่งเฉลี่ย (Ft) ปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน 2565
* **โครงการ TPCH1, TPCH2, TPCH5:** เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิงได้ดีขึ้น
* **โครงการ CRB:** ซ่อมแซมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแล้วเสร็จ กลับมาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ตามปกติ
* **ต้นทุนจากการขายไฟฟ้า:** แม้รายได้จากการขายไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนจากการขายไฟฟ้ากลับลดลงเล็กน้อย 0.6% QoQ และเพิ่มขึ้น 6.2% YoY ซึ่งถือว่าน้อยกว่าการเติบโตของรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโครงการ TSG ที่ต้นทุนขายไฟฟ้าลดลงเนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการขายไฟฟ้า เนื่องจากโครงการต่างๆ มีการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น นอกจากนี้ โครงการใหม่ๆ เช่น โรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวลบันนังสตา (PBB) ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว และโครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวลแม่ลาน (PBM) ก็ใกล้จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้เงินปันผลจำนวนมากในไตรมาสนี้อาจเป็น **ลักษณะครั้งคราว** ขึ้นอยู่กับนโยบายการจ่ายปันผลของบริษัทย่อยในปีถัดไป ส่วนการลงทุนในต่างประเทศที่ฝ่ายจัดการกำลังศึกษาอย่างละเอียด คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นภายในต้นปี 2567 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวม Q1/2566 พุ่ง 155.33 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY และ QoQ
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการ Q1/2566 สูงถึง 375.97 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY และ QoQ โดยมีแรงหนุนหลักจากเงินปันผล
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า Q1/2566 รวม 786.51 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 25.7% YoY จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นของหลายโครงการ
* **โครงการใหม่ PBB เริ่ม COD แล้ว:** และโครงการ PBM ใกล้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์
* **เดินหน้าศึกษาลงทุนโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ:** คาดมีความชัดเจนภายในต้นปี 2567
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งบการเงินรวม:** บริษัทมีรายได้จากการขายไฟฟ้าในไตรมาส 1 ปี 2566 จำนวน 786.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นของโครงการ TSG, PTG, TPCH1, TPCH2, TPCH5 และการกลับมาเดินเครื่องของโครงการ CRB หลังการซ่อมแซม ต้นทุนจากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 6.2% YoY ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 98.0% YoY เป็น 263.89 ล้านบาท เมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายในการบริหาร ต้นทุนทางการเงิน และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 157.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY และกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 155.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY
**งบการเงินเฉพาะกิจการ:** บริษัทมีรายได้รวม 426.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY โดยมีรายได้จากเงินปันผล 407.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน เนื่องจากโครงการ MWE และ TSG มีการจ่ายเงินปันผลจำนวนมาก ต้นทุนทางการเงินลดลงเล็กน้อย ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 375.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY
## โอกาส
* **การลงทุนในต่างประเทศ:** บริษัทกำลังศึกษาและพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาด IPP ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตและผลตอบแทนที่ดีกว่าในประเทศไทย
* **โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในไทย:** ยังคงพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่บริษัทลงทุนในนามบริษัทสยามพาวเวอร์จำกัด (SP) โดยคาดว่าจะได้รับความชัดเจนเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายในปี 2566 สำหรับ 2 โครงการ และมีโครงการที่กำลังพัฒนานอกเหนือจากนั้นอีก 3-4 โครงการ
* **การเพิ่มมูลค่าโครงการเดิม:** ให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนการผลิตให้ลดลง และการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร รวมถึงการหารายได้เสริม เช่น การขายคาร์บอนเครดิต
* **โครงการใหม่ PBB และ PBM:** โครงการ PBB ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว และโครงการ PBM อยู่ในช่วงทดสอบระบบเพื่อเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันสูงและราคาไฟฟ้าต่ำในไทย:** เป็นปัจจัยที่ทำให้บริษัทมุ่งเน้นการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น
* **ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ:** นโยบายด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และกฎระเบียบของประเทศที่จะร่วมลงทุน เป็นปัจจัยที่ต้องศึกษาอย่างละเอียด
* **ความล่าช้าของโครงการ:** โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในไทยยังต้องรอความชัดเจนเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
* **การหยุดเดินเครื่องประจำปี (Planned Shutdown):** ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและรายได้ในบางโครงการ เช่น โครงการ PGP ในไตรมาส 1/2566
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการลงทุนในต่างประเทศ:** การศึกษาข้อมูลและปิดความเสี่ยงต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปการลงทุนโครงการแรกในต่างประเทศภายในต้นปี 2567
* **ความชัดเจนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในไทย:** โดยเฉพาะ 2 โครงการที่ระบุในแผน AEDP
* **การเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของโครงการ PBM และ PBB:** การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์และปรับจูนเครื่องจักรให้เดินเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการผลิต:** เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรของโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** โดยเฉพาะการกู้ยืมเพื่อการลงทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **กำลังการผลิตติดตั้ง:** บริษัทมีเป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้ง 250 เมกะวัตต์ โดยปัจจุบันมีโครงการที่จำหน่ายไฟฟ้าแล้ว 109.35 เมกะวัตต์ และมีโครงการที่กำลังทดสอบระบบอีก 2.85 เมกะวัตต์ (PBM) และโครงการที่ชนะการเสนอราคา 8 เมกะวัตต์ (SP2)
* **ราคาขายไฟฟ้า (Feed-in Tariff - FiT / Adder):** ราคาซื้อขายไฟฟ้าของแต่ละโครงการมีความแตกต่างกันไปตามระบบและช่วงเวลาที่ได้รับสัญญา เช่น โครงการ PBB ได้รับอัตรา FiT v ที่ 3.88 บาท/หน่วย (ต่ำกว่า 80% ของกำลังการผลิต) และ 5.25 บาท/หน่วย (มากกว่า 80% ของกำลังการผลิต) ส่วนโครงการ PTG ได้รับอัตรา Adder เฉลี่ย 5.62 บาท/หน่วย
* **ประสิทธิภาพการเดินเครื่อง (Utilization Rate):** ในไตรมาส 1/2566 โครงการส่วนใหญ่มีประสิทธิภาพการเดินเครื่องอยู่ในระดับสูง เช่น TSG 92%, MWE 99.6%, SGP 98%, TPCH5 96%, TPCH2 91%, CRB 91% แต่บางโครงการยังต่ำกว่าที่ควร เช่น SP 52% เนื่องจากอยู่ระหว่างการปรับปรุงกระบวนการผลิตเชื้อเพลิง RDF
* **ต้นทุนเชื้อเพลิง:** บริษัทมีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเองในเกือบทุกโครงการ (ยกเว้น CRB และ TSG) และสามารถควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิงได้ดีขึ้นในหลายโครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นมาจากรายได้เงินปันผลจากบริษัทย่อยและหุ้นกู้ รวมถึงการกู้ยืมจากสถาบันการเงินสำหรับโครงการ MWE และ TSG
## สรุปท้าย
TPCH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากเงินปันผลจำนวนมากที่ได้รับจากบริษัทย่อย ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากการขายไฟฟ้าจากโครงการที่เดินเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าการรับรู้เงินปันผลจำนวนมากอาจเป็นรายการพิเศษ แต่แนวโน้มการดำเนินงานของโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วยังคงแข็งแกร่ง และการเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในระยะยาวต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPCH ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
581.06
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
159.94
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.53
%
กำไรสุทธิ
36.86
ล้านบาท
↓ 316.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.34
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
160
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
37
↓ -316.1%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
-6.15
ROA (%)
1.91
Book Value/หุ้น
7.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+678
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-189
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPCH
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
678.15
+586.80%
|
98.74
-115.96%
|
-618.80
-165.48%
|
944.97
+222.11%
|
293.37
-71.03%
|
1,012.72
+50.33%
|
673.67
-6.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-188.69
+430.62%
|
-35.56
-108.82%
|
403.34
+90.79%
|
211.40
-180.15%
|
-263.76
-69.41%
|
-862.13
-56.85%
|
-1,997.88
+113.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-820.02
+137.25%
|
-345.63
+136.36%
|
-146.23
-127.20%
|
537.54
-162.78%
|
-856.26
+2,497.88%
|
-32.96
-102.53%
|
1,302.34
+802.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-330.56
+17.04%
|
-282.44
+27.89%
|
-220.85
-137.83%
|
583.81
-149.11%
|
-1,188.74
+5,639.93%
|
-20.71
-5.35%
|
-21.88
-69.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|
86.40
-45.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
43.40
-88.39%
|
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|