บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12887 out_tok=2827 at=2026-07-26T10:20:37 -->
# TPCH กำไรสุทธิรวมลดลง 81.2% ใน Q2/2565 เหตุโรงไฟฟ้าหยุดซ่อม-ต้นทุนสูง
## รายได้รวมวูบ 76.8% จากผลกระทบโรงไฟฟ้าหยุดดำเนินการและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิรวม 16.38 ล้านบาท ลดลงถึง 81.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนจากการขายไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มบริษัทได้รับผลกระทบอย่างหนัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการรวมของ TPCH ในไตรมาส 2/2565 ปรับตัวลดลงอย่างมาก คือ **การหยุดดำเนินการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าหลายแห่ง** ทั้งจากการซ่อมบำรุงตามแผน (Planned Shutdown) และการซ่อมแซมฉุกเฉิน (Unplanned Shutdown) รวมถึง **ต้นทุนจากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบำรุงรักษาและค่าเชื้อเพลิง ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลงถึง 81.2% YoY จาก 87.21 ล้านบาท เหลือ 16.38 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การหยุดดำเนินการผลิตไฟฟ้า:** โรงไฟฟ้า CRB หยุดซ่อมบำรุงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นเวลา 127 วัน ทำให้ไม่สามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้ในช่วงไตรมาส 2/2565 นอกจากนี้ โครงการ SGP มีการหยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักรประจำปี 11 วัน 15 ชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายไฟฟ้าโดยรวมของกลุ่ม
* **ต้นทุนจากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น:** เอกสารระบุว่าต้นทุนจากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 4.1% YoY โดยมีค่าใช้จ่ายหลักคือ ค่าจ้างเดินเครื่อง, ค่าเชื้อเพลิง, ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา และค่าเสื่อมราคา โดยเฉพาะโครงการ CRB มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการซ่อมแซมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และโครงการ SGP มีค่าซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นจากการหยุดเครื่องจักรประจำปี
* **ผลกระทบจากกิจการร่วมค้า:** ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 84.2% QoQ โดยเฉพาะโครงการ SP ที่อยู่ระหว่างปรับจูนเครื่องจักร ทำให้ผลิตไฟฟ้าได้น้อยกว่าต้นทุนคงที่ และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเฉพาะ**
* **การหยุดดำเนินการ:** การซ่อมบำรุงเครื่องจักรเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานโรงไฟฟ้า และบางโครงการมีกำหนดการซ่อมบำรุงประจำปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในแต่ละไตรมาส อย่างไรก็ตาม โครงการ CRB ได้กลับมาผลิตไฟฟ้าได้แล้วในวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 ซึ่งจะส่งผลดีในไตรมาสถัดไป
* **ต้นทุนเชื้อเพลิง:** แม้เอกสารจะระบุว่ามีการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงได้ดีขึ้นในบางโครงการ (เช่น PTG) แต่การที่ต้นทุนโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะหากราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกยังคงผันผวน
* **โครงการใหม่:** บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน และศึกษาการเข้าประมูลโครงการพลังงานทดแทน รวมถึงการเข้าซื้อกิจการพลังงานทดแทนในและต่างประเทศ ซึ่งหากสำเร็จ จะเป็นปัจจัยบวกในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวมลดลง 81.2% YoY:** จาก 87.21 ล้านบาท เหลือ 16.38 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 76.8% YoY:** จาก 70.62 ล้านบาท เหลือ 16.38 ล้านบาท (เฉพาะส่วนของบริษัทใหญ่)
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 4.5% YoY:** จาก 642.83 ล้านบาท เหลือ 613.60 ล้านบาท
* **ต้นทุนจากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 4.1% YoY:** จาก 486.59 ล้านบาท เป็น 506.62 ล้านบาท
* **โครงการ CRB หยุดซ่อมบำรุง 127 วัน:** ส่งผลกระทบต่อการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ
* **โครงการ SP เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้น้อย:** อยู่ระหว่างทดสอบและปรับจูนระบบ ทำให้มีรายได้ 15.26 ล้านบาท
* **โครงการ PTG มีผลประกอบการดีขึ้น:** เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยมากกว่า 90% และมีการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งบการเงินรวม:** ไตรมาส 2/2565 บริษัทมีรายได้จากการขายไฟฟ้า 613.60 ล้านบาท ลดลง 1.9% QoQ และ 4.5% YoY ต้นทุนจากการขายไฟฟ้าอยู่ที่ 506.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% QoQ และ 4.1% YoY ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 19.7% QoQ และ 31.5% YoY กำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 14.83 ล้านบาท ลดลง 81.1% QoQ และ 83.7% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 16.38 ล้านบาท ลดลง 76.8% QoQ และ 81.2% YoY
**งบการเงินเฉพาะกิจการ:** ไตรมาส 2/2565 บริษัทมีรายได้รวม 63.48 ล้านบาท ลดลง 9.6% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 40.9% YoY กำไรสุทธิอยู่ที่ 24.37 ล้านบาท ลดลง 21.3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 22.2% YoY โดยรายได้จากเงินปันผลลดลง 15.9% QoQ เนื่องจากโครงการ CRB หยุดดำเนินการ แต่เพิ่มขึ้น 20.3% YoY รายได้ทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้ง QoQ และ YoY จากการให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย
## โอกาส
* **โครงการ PTG มีผลการดำเนินงานดีขึ้น:** เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้สูงขึ้น มีการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงที่ดี และได้รับประโยชน์จากค่า Ft ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลได้
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 5-7 แห่ง และศึกษาการประมูลโครงการพลังงานทดแทน รวมถึงการเข้าซื้อกิจการในและต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต
* **ธุรกิจ BCG ต้นแบบ:** มีการลงทุนในธุรกิจต้นแบบเพื่อสนับสนุนนโยบาย BCG คาดว่าจะรับรู้รายได้เบื้องต้นในปีนี้
* **คาร์บอนเครดิต:** การขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตของโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ดำเนินการแล้ว จะเป็นรายได้เสริมในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า:** การหยุดดำเนินการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมบำรุงตามแผนหรือฉุกเฉิน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และกำไร
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาและค่าเชื้อเพลิง อาจกดดันอัตรากำไร
* **ความล่าช้าของโครงการใหม่:** โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน (SP) ยังอยู่ระหว่างการปรับจูนเครื่องจักร และโครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐ (PBM, PBB) อยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงด้านความล่าช้า
* **ผลประกอบการกิจการร่วมค้า:** ส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้า โดยเฉพาะโครงการ SP ที่ยังไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มประสิทธิภาพ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การกลับมาเดินเครื่องของโครงการ CRB:** หลังจากซ่อมบำรุงเสร็จสิ้น จะส่งผลต่อปริมาณการขายไฟฟ้าและรายได้ในไตรมาสถัดไป
* **ความคืบหน้าโครงการ SP:** การทดสอบและปรับจูนระบบเครื่องจักรของโรงไฟฟ้า SP ให้สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้เต็มที่
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** แนวโน้มต้นทุนในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงและค่าเชื้อเพลิง
* **ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐ PBM และ PBB:** การก่อสร้างและการเข้าสู่ช่วง COD
* **การประมูลโครงการพลังงานทดแทน:** ความชัดเจนในการเข้าร่วมประมูลและผลการประมูล
* **การรับรู้รายได้จากธุรกิจ BCG ต้นแบบ:** ความคืบหน้าและผลประกอบการที่คาดหวัง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **กำลังการผลิต:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 บริษัทมีโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 11 โครงการ โดยมีขนาดกำลังการผลิตเสนอขายรวม 90.5 เมกะวัตต์ (ไม่รวมโครงการ SP ที่กำลังทดสอบระบบ)
* **ราคาขายไฟฟ้า:** โครงการส่วนใหญ่ใช้ระบบ Feed-in Tariff (FiT) โดยมีอัตราค่าไฟฟ้าแตกต่างกันไปตามโครงการ เช่น CRB (4.20 บาท/หน่วย), TSG (4.49 บาท/หน่วย), MWE (4.49 บาท/หน่วย), PGP (4.49 บาท/หน่วย), SGP (4.49 บาท/หน่วย), TPCH5 (3.46 บาท/หน่วย), TPCH1 (3.14 บาท/หน่วย), TPCH2 (3.14 บาท/หน่วย) และ SP (5.84 บาท/หน่วย) ส่วนโครงการ PTG ใช้ระบบ Adder (4.30 บาท/หน่วย)
* **ปริมาณการผลิตไฟฟ้า:** ปริมาณการผลิตไฟฟ้าในไตรมาส 2/2565 ได้รับผลกระทบจากการหยุดซ่อมบำรุงของหลายโครงการ เช่น CRB (หยุด 91 วัน), TPCH1 (Planned Shutdown 16 วัน), TPCH2 (Planned Shutdown 16 วัน), SGP (Planned Shutdown 11 วัน 15 ชม.), SP (Planned Shutdown 51 วัน)
* **ต้นทุนการผลิต:** ต้นทุนจากการขายไฟฟ้าโดยรวมเพิ่มขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายหลักคือ ค่าจ้างเดินเครื่องและค่าเชื้อเพลิง (349.81 ล้านบาท), ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (85.34 ล้านบาท), ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา (55.20 ล้านบาท)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **งบการเงินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 12,510.69 ล้านบาท หนี้สินรวม 7,485.83 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 5,024.86 ล้านบาท
* **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 134.74 ล้านบาท (Q1/2565) และ 75.94 ล้านบาท (Q2/2565) ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## สรุปท้าย
TPCH เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2/2565 จากการหยุดดำเนินการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าหลายแห่งและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการขายไฟฟ้า ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การกลับมาเดินเครื่องของโครงการ CRB และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นในบางโครงการ รวมถึงการพัฒนาโครงการใหม่ๆ และโอกาสจากธุรกิจ BCG และคาร์บอนเครดิต อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการในอนาคต นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการ SP และการเข้าประมูลโครงการพลังงานทดแทน รวมถึงแนวโน้มต้นทุนการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPCH ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
581.06
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
159.94
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.53
%
กำไรสุทธิ
36.86
ล้านบาท
↓ 316.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.34
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
160
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
37
↓ -316.1%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
-6.15
ROA (%)
1.91
Book Value/หุ้น
7.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+678
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-189
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPCH
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
678.15
+586.80%
|
98.74
-115.96%
|
-618.80
-165.48%
|
944.97
+222.11%
|
293.37
-71.03%
|
1,012.72
+50.33%
|
673.67
-6.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-188.69
+430.62%
|
-35.56
-108.82%
|
403.34
+90.79%
|
211.40
-180.15%
|
-263.76
-69.41%
|
-862.13
-56.85%
|
-1,997.88
+113.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-820.02
+137.25%
|
-345.63
+136.36%
|
-146.23
-127.20%
|
537.54
-162.78%
|
-856.26
+2,497.88%
|
-32.96
-102.53%
|
1,302.34
+802.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-330.56
+17.04%
|
-282.44
+27.89%
|
-220.85
-137.83%
|
583.81
-149.11%
|
-1,188.74
+5,639.93%
|
-20.71
-5.35%
|
-21.88
-69.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|
86.40
-45.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
43.40
-88.39%
|
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|