บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19450 out_tok=3640 at=2026-07-26T09:40:22 -->
# TPCH กำไรสุทธิรวมโตกว่า 100% YoY รับผลบวกจากโครงการ PTG และ CRB - สรุป MD&A Q2/2566
## รายได้รวมโต 7.5% YoY แต่กำไรสุทธิรวมลดลง 59.9% QoQ เหตุการหยุดซ่อมบำรุง ขณะที่กำไรเฉพาะบริษัทพลิกเป็นบวก 27.26 ล้านบาท
บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 โดยภาพรวมบริษัทมีรายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่กำไรสุทธิรวมกลับลดลง 59.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากโครงการต่างๆ มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน ขณะที่ผลประกอบการเฉพาะบริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 27.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ TPCH ในไตรมาส 2/2566 คือ **การบริหารจัดการการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าต่างๆ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และต้นทุนการขายไฟฟ้า โดยภาพรวมบริษัทมีกำไรสุทธิรวมลดลง 59.9% QoQ จาก 155.33 ล้านบาท เป็น 62.30 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) กลับเพิ่มขึ้นกว่า 100% จาก 16.38 ล้านบาท เป็น 62.30 ล้านบาท ในขณะที่ผลประกอบการเฉพาะบริษัทพลิกจากขาดทุน 50.11 ล้านบาท ใน Q1/2566 มาเป็นกำไร 27.26 ล้านบาท ใน Q2/2566 และเพิ่มขึ้น 11.9% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การลดลงของกำไรสุทธิรวม QoQ** เป็นผลมาจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของหลายโครงการ เช่น โครงการ SGP, MWE, TPCH1, TPCH2, TPCH5 ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าลดลงและกระทบต่อรายได้ นอกจากนี้ โครงการ PBB และ PBM ซึ่งเพิ่งเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2566 ยังอยู่ในช่วงปรับจูนเครื่องจักร ทำให้เดินเครื่องได้ในอัตราที่ต่ำกว่าปกติ
**การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิรวม YoY** เกิดจากปัจจัยบวกสำคัญ 2 ประการ คือ
* **โครงการ PTG:** มีการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติขายส่งเฉลี่ย (Ft) เพิ่มสูงขึ้น
* **โครงการ CRB:** ซ่อมแซมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแล้วเสร็จ กลับมาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ตามปกติ และมีอัตราการเดินเครื่องเฉลี่ยสูงถึง 94%
**การพลิกกลับมามีกำไรของผลประกอบการเฉพาะบริษัท** มาจากการไม่มีการจ่ายเงินปันผลพิเศษในไตรมาสนี้ ทำให้รายได้จากเงินปันผลลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้จากเงินปันผลกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับการลดลงของกำไรสุทธิรวม QoQ เนื่องจากเป็นผลจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีสำหรับโรงไฟฟ้าต่างๆ อย่างไรก็ตาม การกลับมาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพหลังการซ่อมบำรุงจะส่งผลดีต่อรายได้ในไตรมาสถัดไป
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับการเติบโตของกำไรสุทธิรวม YoY เนื่องจากโครงการ PTG และ CRB ที่มีผลการดำเนินงานดีขึ้น คาดว่าจะยังคงเป็นปัจจัยหนุนต่อไป นอกจากนี้ การเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของโครงการ PBB และ PBM ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว หากสามารถปรับจูนเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพและเดินเครื่องได้ตามปกติ จะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวม Q2/2566 อยู่ที่ 62.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY แต่ลดลง 59.9% QoQ**
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า Q2/2566 อยู่ที่ 659.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% YoY แต่ลดลง 16.2% QoQ**
* **กำไรสุทธิเฉพาะบริษัท Q2/2566 อยู่ที่ 27.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% YoY**
* **โครงการ PTG และ CRB เป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการเติบโต YoY** โดย PTG ได้รับผลบวกจากประสิทธิภาพการผลิตและอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ส่วน CRB กลับมาเดินเครื่องปกติหลังซ่อมบำรุง
* **การหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของหลายโครงการ** เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิรวมลดลง QoQ
* **โครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวลแม่ลาน (PBM) และบันนังสตา (PBB)** เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2566 แต่ยังอยู่ในช่วงปรับจูนเครื่องจักร
* **การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใน สปป.ลาว (MKP)** ขนาด 100 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้รับเหมา คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างใน Q3/2566 และรับรู้รายได้เบื้องต้นในปี 2567
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งบการเงินรวม:**
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า:** ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 659.39 ล้านบาท ลดลง 16.2% QoQ จาก 786.51 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 7.5% YoY จาก 613.60 ล้านบาท
* **ต้นทุนจากการขายไฟฟ้า:** ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 494.94 ล้านบาท ลดลง 5.3% QoQ จาก 522.62 ล้านบาท และลดลง 2.3% YoY จาก 506.62 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น:** ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 164.46 ล้านบาท ลดลง 37.7% QoQ จาก 263.89 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 53.7% YoY จาก 106.98 ล้านบาท
* **กำไรก่อนค่าใช้จ่าย:** ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 173.21 ล้านบาท ลดลง 34.6% QoQ จาก 265.05 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 61.8% YoY จาก 107.08 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 46.52 ล้านบาท ลดลง 10.3% QoQ จาก 51.87 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 49.4% YoY จาก 31.14 ล้านบาท
* **กำไร (ขาดทุน) จากกิจกรรมดำเนินงาน:** ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 126.69 ล้านบาท ลดลง 40.6% QoQ จาก 213.17 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 66.8% YoY จาก 75.94 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** ไตรมาส 2/2566 ขาดทุน 4.32 ล้านบาท ลดลง 32.4% QoQ จากขาดทุน 6.39 ล้านบาท และลดลง 74.8% YoY จากขาดทุน 17.09 ล้านบาท
* **กำไร (ขาดทุน) ก่อนภาษีเงินได้:** ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 65.22 ล้านบาท ลดลง 58.7% QoQ จาก 157.97 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY จาก 14.83 ล้านบาท
* **กำไร (ขาดทุน) สำหรับงวด (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่):** ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 29.32 ล้านบาท ลดลง 73.5% QoQ จาก 110.77 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY จาก (1.63) ล้านบาท
* **กำไรสุทธิรวม:** ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 62.30 ล้านบาท ลดลง 59.9% QoQ จาก 155.33 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY จาก 16.38 ล้านบาท
**งบเฉพาะกิจการ:**
* **รายได้:** ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 81.29 ล้านบาท ลดลง 80.9% QoQ จาก 426.09 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 28.1% YoY จาก 63.48 ล้านบาท
* **กำไร (ขาดทุน) สุทธิสำหรับงวด:** ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 27.26 ล้านบาท ลดลง 92.7% QoQ จาก 375.97 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 11.9% YoY จาก 24.37 ล้านบาท
## โอกาส
* **การพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ:** บริษัทฯ ได้ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใน สปป.ลาว ขนาด 100 เมกะวัตต์ และกำลังศึกษาโครงการในกัมพูชาและเวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ในอนาคต
* **การควบคุมต้นทุนการผลิตโครงการในประเทศ:** มุ่งเน้นการปรับปรุงและซ่อมบำรุงเครื่องจักรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต
* **การบริหารจัดการเชื้อเพลิง:** ปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนและปริมาณเชื้อเพลิงหลักและเสริมให้เกิดประโยชน์สูงสุด
* **การเพิ่มรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต:** เป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการในอนาคต
* **การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน:** มีการพัฒนาโครงการ 5-7 แห่ง คาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายในปี 2566 สำหรับ 2 โครงการ
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการต่างประเทศ:** การคัดเลือกผู้รับเหมาและกระบวนการขอใบอนุญาตอาจส่งผลต่อกำหนดการก่อสร้างและรับรู้รายได้
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** แม้บริษัทฯ จะบริหารจัดการเชื้อเพลิงเองเป็นส่วนใหญ่ แต่ความผันผวนของราคาอาจกระทบต่อต้นทุน
* **ปัญหาเครื่องจักรและการหยุดซ่อมบำรุง:** การเกิดปัญหาเครื่องจักรหรือการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้าและรายได้
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรืออัตราการรับซื้อไฟฟ้าอาจส่งผลต่อผลประกอบการในระยะยาว
* **ความเสี่ยงด้านกฎหมายและใบอนุญาต:** การดำเนินโครงการในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านกฎหมายและใบอนุญาตที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าใน สปป.ลาว (MKP):** การคัดเลือกผู้รับเหมาและกำหนดการเริ่มก่อสร้าง
* **ประสิทธิภาพการเดินเครื่องของโครงการ PBB และ PBM:** การปรับจูนเครื่องจักรและการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าหลังเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์
* **ผลการดำเนินงานของโครงการ PTG และ CRB:** การรักษาประสิทธิภาพการผลิตและอัตราการเดินเครื่อง
* **ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน:** การได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับ 2 โครงการที่ระบุในแผน AEDP
* **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง:** การควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพท่ามกลางความผันผวนของราคา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ปริมาณการผลิตไฟฟ้า:** ในไตรมาส 2/2566 โรงไฟฟ้าต่างๆ มีอัตราการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าแตกต่างกันไป โดยโครงการ CRB (94%), MWE (93%), SGP (92%), PGP (91%), MGP (92%) มีอัตราการเดินเครื่องค่อนข้างสูง ในขณะที่โครงการ PTG (72%), TPCH1 (72%), TPCH2 (80%), PBB (32%), PBM (24%) มีอัตราการเดินเครื่องที่ต่ำกว่า ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการซ่อมบำรุงหรืออยู่ในช่วงเริ่มต้นดำเนินการ
* **อัตราค่าไฟฟ้า:** โครงการส่วนใหญ่รับซื้อไฟฟ้าในระบบ Feed-in Tariff (FiT) ซึ่งมีอัตราคงที่ เช่น โครงการ CRB (4.24 บาท/หน่วย), TSG (4.54 บาท/หน่วย), MWE (4.54 บาท/หน่วย), MGP (4.54 บาท/หน่วย), PGP (4.54 บาท/หน่วย), SGP (4.54 บาท/หน่วย) ส่วนโครงการ PTG ใช้ระบบ Adder (5.22 บาท/หน่วย) และโครงการ TPCH1, TPCH2, TPCH5, PBB, PBM ใช้ FiT ในอัตราที่แตกต่างกันไป
* **ต้นทุนการขายไฟฟ้า:** ต้นทุนรวมลดลง YoY และ QoQ โดยต้นทุนค่าจ้างเดินเครื่องและค่าเชื้อเพลิงยังคงเป็นสัดส่วนหลัก (ประมาณ 70%) รองลงมาคือค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (ประมาณ 17%) การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงและการซ่อมบำรุงมีผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **โครงการใหม่:** โครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวลแม่ลาน (PBM) และบันนังสตา (PBB) กำลังการผลิตโครงการละ 2.85 เมกะวัตต์ เริ่ม COD ในเดือนมิถุนายน 2566 โดยมีอัตราการรับซื้อไฟฟ้า FiT v ที่ 3.88 บาท/หน่วย (หากเดินเครื่องน้อยกว่า 80%) และ 5.25 บาท/หน่วย (หากเดินเครื่องมากกว่า 80%)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **งบการเงินรวม:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในเอกสารที่ให้มา
* **งบเฉพาะกิจการ:** มีต้นทุนทางการเงิน 18.57 ล้านบาทใน Q2/2566 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 18.34 ล้านบาทใน Q1/2566 และเพิ่มขึ้น 0.0% YoY จาก 18.56 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TPCH ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของหลายโครงการ ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของโครงการ PTG และ CRB รวมถึงการกลับมามีกำไรของผลประกอบการเฉพาะบริษัท สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารจัดการและการดำเนินงานที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โอกาสในการเติบโตยังคงมาจากโครงการในต่างประเทศและการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่การบริหารจัดการการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าและต้นทุนการดำเนินงาน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPCH ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
581.06
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
กำไรขั้นต้น
159.94
ล้านบาท
↑ 19% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.53
%
กำไรสุทธิ
36.86
ล้านบาท
↓ 316.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.34
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↑ + 0.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
160
↑ + 19%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
37
↓ -316.1%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
-6.15
ROA (%)
1.91
Book Value/หุ้น
7.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+678
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-189
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPCH
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
678.15
+586.80%
|
98.74
-115.96%
|
-618.80
-165.48%
|
944.97
+222.11%
|
293.37
-71.03%
|
1,012.72
+50.33%
|
673.67
-6.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-188.69
+430.62%
|
-35.56
-108.82%
|
403.34
+90.79%
|
211.40
-180.15%
|
-263.76
-69.41%
|
-862.13
-56.85%
|
-1,997.88
+113.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-820.02
+137.25%
|
-345.63
+136.36%
|
-146.23
-127.20%
|
537.54
-162.78%
|
-856.26
+2,497.88%
|
-32.96
-102.53%
|
1,302.34
+802.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
-330.56
+17.04%
|
-282.44
+27.89%
|
-220.85
-137.83%
|
583.81
-149.11%
|
-1,188.74
+5,639.93%
|
-20.71
-5.35%
|
-21.88
-69.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|
86.40
-45.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
43.40
-88.39%
|
373.96
+40.17%
|
266.79
+50.00%
|
177.86
-63.91%
|
492.81
+1,024.62%
|
43.82
-32.08%
|
64.52
-25.32%
|