บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
7.70
+0.20 (+2.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9544 out_tok=3402 at=2026-07-26T08:52:22 -->
# THG กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 21.4% รับผลกระทบรายได้วัคซีนหด แต่ธุรกิจหลักยังเติบโต
## รายได้บริการทางการแพทย์โต 28.6% หากไม่รวม COVID-19 ขณะที่ต้นทุนการเงินพุ่งสูงขึ้น
บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,725 ล้านบาท ลดลง 7.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 356 ล้านบาท ลดลง 21.4% อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะธุรกิจบริการทางการแพทย์ที่ไม่รวมรายได้จาก COVID-19 พบว่ามีการเติบโตถึง 28.6% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก ขณะที่ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ THG ในไตรมาส 3/2566 ปรับลดลง 21.4% มาอยู่ที่ 356 ล้านบาท (จาก 453 ล้านบาทในปีก่อน) มาจาก **การลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้รวมลดลง 7.8% อย่างไรก็ตาม หากพิจารณา **ธุรกิจบริการทางการแพทย์หลักที่ไม่รวม COVID-19 พบว่ายังคงเติบโตได้ดีถึง 28.6%** ซึ่งเป็นสัญญาณบวก แต่ถูกหักล้างด้วย **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 55.4%** จาก 74 ล้านบาท เป็น 115 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยตลาดที่ปรับสูงขึ้นและการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้จาก COVID-19 เกิดขึ้นเนื่องจาก **ไตรมาส 3/2565 เป็นช่วงสุดท้ายที่ THG มีการรับรู้รายได้จากการให้บริการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาในปริมาณมาก** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาส 3/2566 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การเติบโต 28.6% ของธุรกิจบริการทางการแพทย์หลักมาจาก **การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคตามฤดูกาล** รวมถึงการรับรู้รายได้จากโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง ที่เข้ามาเป็นบริษัทย่อยตั้งแต่ปลายปี 2565 ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย** ประกอบกับการที่บริษัทมีการ **ลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ** ทั้งการก่อสร้างอาคารใหม่และการควบรวมกิจการ ทำให้มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยต้นทุน** การเติบโตของธุรกิจบริการทางการแพทย์หลักมีแนวโน้ม **มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลและการกลับมาใช้บริการของผู้ป่วย รวมถึงการขยาย capacity ของโรงพยาบาลที่จะทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นปี 2567 อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นมีแนวโน้มจะยังคงเป็นแรงกดดันต่อเนื่อง** จากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง และการลงทุนที่ยังดำเนินต่อไป ส่วนรายได้จาก COVID-19 นั้น **มีลักษณะครั้งคราว** และจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 อยู่ที่ 2,725 ล้านบาท ลดลง 7.8% YoY** โดยธุรกิจบริการทางการแพทย์ลดลง 2.8% แต่หากไม่รวมรายได้ COVID-19 เติบโต 28.6%
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 อยู่ที่ 356 ล้านบาท ลดลง 21.4% YoY** โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 13.1% จาก 15.3% ในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 55.4% YoY** เป็น 115 ล้านบาท จากผลของอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและการลงทุนขยายธุรกิจ
* **ธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ รายได้ลดลง 72.2%** เนื่องจากลูกค้าชะลอการโอนห้องพักอาศัย
* **โรงพยาบาล Ar Yu International ในเมียนมา มีกำไรต่อเนื่อง** และสร้างผลงานสูงสุดในไตรมาสนี้
* **โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ยอดโอนต่ำกว่าเป้า** แต่มีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาส 4
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 THG มีรายได้รวม 2,725 ล้านบาท ลดลง 7.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยรายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์อยู่ที่ 2,661 ล้านบาท ลดลง 2.8% อย่างไรก็ตาม หากพิจารณารายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการผู้ป่วย COVID-19 ใน Hospitel, โรงพยาบาลสนาม และการให้บริการฉีดวัคซีน จะพบว่ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 28.6% ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง และจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคตามฤดูกาล
ในส่วนของต้นทุนรวมอยู่ที่ 1,863 ล้านบาท ลดลง 10.4% โดยต้นทุนธุรกิจบริการทางการแพทย์ลดลง 6.3% ซึ่งหากไม่รวมต้นทุนวัคซีน ต้นทุนภาพรวมเพิ่มขึ้น 13.01% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถควบคุมอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 55.4% เป็น 115 ล้านบาท จาก 74 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ย MLR ที่ปรับสูงขึ้นจาก 5.25% เป็น 6.8% ประกอบกับการลงทุนขยายธุรกิจของบริษัท
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 356 ล้านบาท ลดลง 21.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 13.1% ลดลงจาก 15.3% ในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 THG มีรายได้รวม 7,748 ล้านบาท ลดลง 15.4% และมีกำไรสุทธิ 757 ล้านบาท ลดลง 46.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 และวัคซีนโมเดอร์นาที่ลดลง
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบริการทางการแพทย์หลัก:** การกลับมาใช้บริการของผู้ป่วยและการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ
* **การขยายศักยภาพบริการ:** การลงทุนก่อสร้างอาคารเพื่อขยายพื้นที่ให้บริการของโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งคาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ต้นปี 2567
* **Digital Health Tech และสตาร์ทอัพ:** การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเสริมการให้บริการเพื่อเพิ่มศักยภาพในการรักษาพยาบาล
* **การขยายธุรกิจบริหาร:** บริษัท ธนบุรี เสริมรัฐ จำกัด ขยายฐานสู่การรับจ้างบริหารด้านอื่น ๆ และลงนามสัญญาจ้างเหมาบริการทางการแพทย์กับหน่วยงานภาครัฐเพิ่มเติม
* **การร่วมทุนสร้างโรงพยาบาล:** ความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างโรงพยาบาลธนบุรี รังสิต คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการปลายปี 2569
* **ธุรกิจร้านยา:** การเปิดร้านขายยา "ทีเอช เฮลท์ฟาร์มา" (THHealth Pharma) สาขาแรก เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลในเครือ
* **การลงทุนในเวียดนาม:** ความคืบหน้าของศูนย์บริการตรวจสุขภาพเชิงลึก BeWell Wellness Clinic ในนครโฮจิมินห์ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2567
* **โรงพยาบาล Ar Yu International (เมียนมา):** ยังคงมีกำไรต่อเนื่องและสร้างผลงานสูงสุดในไตรมาสนี้
* **ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ:** โรงพยาบาลผู้สูงอายุและโครงการธนบุรี เฮลท์วิลเลจประชาอุทิศมีจำนวนคนไข้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **การชะลอตัวของธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์:** ลูกค้าชะลอการโอนห้องพักอาศัย ส่งผลให้รายได้และต้นทุนในส่วนนี้ลดลงอย่างมาก
* **ยอดโอนโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ต่ำกว่าเป้า:** แม้จะมีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาส 4 แต่ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์:** อาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการทางการแพทย์:** ตลาดมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ธุรกิจบริการทางการแพทย์หลัก:** การเติบโตต่อเนื่องจากการกลับมาใช้บริการของผู้ป่วยและปัจจัยฤดูกาล
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและการบริหารหนี้สิน
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างและเปิดให้บริการโรงพยาบาลใหม่:** โดยเฉพาะอาคารขยายในโรงพยาบาลเดิมที่จะเริ่มทยอยเปิดปี 2567
* **ผลการดำเนินงานของโรงพยาบาล Ar Yu International (เมียนมา):** การเติบโตต่อเนื่องและผลกระทบจากสถานการณ์ในเมียนมา
* **ยอดโอนโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้:** การฟื้นตัวของยอดโอนในช่วงปลายปีและปีถัดไป
* **การขยายธุรกิจร้านยาและบริการดิจิทัล:** ศักยภาพในการสร้างรายได้และฐานลูกค้าใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และปริมาณการใช้บริการ:** รายได้รวมลดลง 7.8% YoY แต่หากตัดรายได้ COVID-19 ออกไป ธุรกิจบริการทางการแพทย์หลักเติบโต 28.6% YoY ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของปริมาณผู้ป่วยที่กลับมาใช้บริการ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคตามฤดูกาล การรับรู้รายได้จากโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง ที่เข้ามาเป็นบริษัทย่อยก็เป็นปัจจัยหนุน
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับดีขึ้นเล็กน้อยจาก 29.6% เป็น 31.6% ในงบการเงินรวม (Q3/2566 vs Q3/2565) ซึ่งแสดงถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าต้นทุนธุรกิจบริการทางการแพทย์จะเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่ไม่ใช่ COVID-19
**Capacity และ Utilization:** แม้จะไม่มีตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่ผู้ป่วยกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก บ่งชี้ถึง Utilization ที่ดีขึ้นในส่วนของโรงพยาบาลหลัก การลงทุนก่อสร้างอาคารใหม่เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการจะเพิ่ม Capacity ในอนาคต
**ต้นทุนแรงงาน:** ไม่ได้ระบุตัวเลขต้นทุนแรงงานโดยตรง แต่การบริหารต้นทุนโดยรวมที่ลดลง 10.4% YoY (รวมทุกธุรกิจ) และการควบคุมอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
**Backlog:** ไม่มีข้อมูล Backlog ที่ชัดเจนสำหรับธุรกิจโรงพยาบาล แต่การมีแผนขยายอาคารและการลงทุนใหม่บ่งชี้ถึงการมองหาโอกาสเติบโตในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของ THG อยู่ที่ 23,988 ล้านบาท ลดลง 4.4% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 20.5% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1.9% หนี้สินรวมอยู่ที่ 12,877 ล้านบาท ลดลง 7.4% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 3.0% และหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 21.2% ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 11,111 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.6%
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.2 เท่า เท่ากับช่วงสิ้นปี 2565
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 448 ล้านบาท ลดลง 15.6% YoY เนื่องจากผลการดำเนินงานลดลง กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 277 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรับรู้กระแสเงินสดรับจากการขายที่ดินที่น้อยลงและจ่ายชำระหนี้เจ้าหนี้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 225 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดลดลงสุทธิ 54 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,101 ล้านบาท
## สรุปท้าย
THG ในไตรมาส 3/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ที่ลดลงและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับลดลง อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญคือการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจบริการทางการแพทย์หลักที่เพิ่มขึ้นถึง 28.6% หากไม่รวมปัจจัย COVID-19 ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการฟื้นตัวของธุรกิจโรงพยาบาล การบริหารจัดการต้นทุนที่ยังคงมีประสิทธิภาพ และการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องเป็นโอกาสในระยะยาว แต่ก็ต้องจับตาความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THG ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
2,131.74
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
กำไรขั้นต้น
561.22
ล้านบาท
↑ 29.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.33
%
กำไรสุทธิ
83.98
ล้านบาท
↓ 105.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.94
%
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,132
↓ -6.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
561
↑ + 29.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
84
↓ -105.7%
YoY
D/E Ratio
0.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
0.93
ROA (%)
3.40
Book Value/หุ้น
7.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-486
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+324
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-485.63
+591.78%
|
-70.20
-89.92%
|
-696.23
-17.30%
|
-841.83
-604.30%
|
166.93
-62.14%
|
440.96
-357.48%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
323.55
-72.71%
|
1,185.70
+109.67%
|
565.52
-349.95%
|
-226.25
+359.30%
|
-49.26
-95.18%
|
-1,021.42
-52.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-139.55
-89.32%
|
-1,306.71
-152.76%
|
2,476.76
-15.99%
|
2,948.04
-508.21%
|
-722.18
-274.71%
|
413.36
-81.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-301.62
+57.74%
|
-191.21
-108.15%
|
2,346.05
+24.79%
|
1,879.98
-410.99%
|
-604.52
+261.75%
|
-167.11
+111.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
459.72
-51.08%
|
939.77
-63.66%
|
2,585.97
+74.46%
|
1,482.29
+199.22%
|
495.38
-25.22%
|
662.48
-10.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,006.73
+118.99%
|
459.72
-51.08%
|
939.77
-63.66%
|
2,585.97
+74.46%
|
1,482.29
+199.22%
|
495.38
-25.22%
|