บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
7.70
+0.20 (+2.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17900 out_tok=2524 at=2026-07-26T08:34:04 -->
# THG กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 63% รับรายได้หด-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมวูบ 5.9% สวนทางต้นทุนการเงินพุ่งสูง เหตุดอกเบี้ยขาขึ้น-ลงทุนขยายธุรกิจ
บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 152 ล้านบาท ลดลง 63.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 412 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 5.9% เป็น 2,515 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ THG ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การลดลงของรายได้รวม และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการที่ลดลงในไตรมาส 2/2566 คือ **กำไรสุทธิที่ลดลง 63.1% YoY เป็น 152 ล้านบาท** โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **รายได้รวมที่ลดลง 5.9% YoY เป็น 2,515 ล้านบาท** และ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 53.4% YoY เป็น 112 ล้านบาท**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้รวมลดลง:** สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ ซึ่งลดลงถึง 62.6% YoY เป็น 91 ล้านบาท เนื่องจากการชะลอตัวของการโอนห้องพักอาศัยในโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ โดยในไตรมาสนี้มีการโอนเพียง 4 ห้อง เทียบกับ 32 ห้องในปีก่อน แม้ว่ารายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์จะยังคงเติบโตเล็กน้อย 0.1% YoY เป็น 2,421 ล้านบาท และโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง ที่เข้ามาเป็นบริษัทย่อยสามารถชดเชยรายได้ COVID-19 ที่หายไปได้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยได้ทั้งหมด
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 53.4% YoY เป็น 112 ล้านบาท เนื่องจากอัตราดอกเบี้ย MLR ปรับตัวสูงขึ้นจาก 5.25% เป็น 6.8% ประกอบกับการที่บริษัทมีการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจทั้งภายในและภายนอก เช่น การก่อสร้างอาคารใหม่ การควบรวมกิจการ ทำให้มีภาระหนี้จากเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังคงมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นตามนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย และบริษัทมีแผนการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เช่น การสร้างโรงพยาบาลธนบุรีรังสิต และการลงทุนในเวียดนาม ซึ่งจะส่งผลให้ภาระหนี้และต้นทุนทางการเงินยังคงอยู่ในระดับสูง
สำหรับรายได้ คาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง จากการเข้าสู่ไฮซีซั่นของธุรกิจโรงพยาบาลในช่วงไตรมาส 3 จากโรคประจำฤดูกาล และการขยายบริการคลินิกสุขภาพในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ที่จะเริ่มมีรายได้ในไตรมาส 3
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 63.1% YoY เหลือ 152 ล้านบาท** (อัตรากำไรสุทธิ 6.0%) จาก 412 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 11.7%)
* **รายได้รวม Q2/66 ลดลง 5.9% YoY เหลือ 2,515 ล้านบาท** จาก 2,674 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงิน Q2/66 เพิ่มขึ้น 53.4% YoY เป็น 112 ล้านบาท** จาก 73 ล้านบาท
* **รายได้ธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ Q2/66 ลดลง 62.6% YoY เหลือ 91 ล้านบาท** จาก 243 ล้านบาท เนื่องจากยอดโอนห้องพักอาศัยลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร Q2/66 เพิ่มขึ้น 10.2% YoY เป็น 443 ล้านบาท** จาก 402 ล้านบาท จากการรับรู้ต้นทุนของโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบเทคโนโลยี
* **แนวโน้มครึ่งปีหลังคาดว่ารายได้ธุรกิจโรงพยาบาลจะเติบโตได้ดี** จากไฮซีซั่นของโรคประจำฤดูกาล
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 THG มีรายได้รวม 2,515 ล้านบาท ลดลง 5.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ลดลงเล็กน้อย 0.1% เป็น 2,421 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 62.6% เป็น 91 ล้านบาท เนื่องจากยอดโอนห้องพักอาศัยลดลงอย่างมาก
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 5,023 ล้านบาท ลดลง 19.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 402 ล้านบาท ลดลง 58.3%
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาล:** คาดว่าจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 3 จากโรคประจำฤดูกาล เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และ RSV
* **การขยายบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง:** บริษัท ธนบุรี เสริมรัฐ จำกัด ได้ขยายจำนวนเตียงผู้ป่วยโรคหัวใจ และกำลังเตรียมพร้อมให้บริการศูนย์การแพทย์เฉพาะทางอื่นๆ เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลรัฐ
* **การขยายฐานลูกค้าผู้สูงอายุ:** โครงการธนบุรี เฮลท์วิลเลจ ประชาอุทิศ ได้เป็นคู่สัญญาประกันสุขภาพผู้สูงอายุกับเมืองไทยประกันชีวิต
* **การลงทุนในต่างประเทศ:** มีความคืบหน้าในการลงทุนศูนย์บริการตรวจสุขภาพเชิงลึก BeWell Wellness Clinic ในนครโฮจิมินห์ เวียดนาม คาดเปิดให้บริการปี 2567
* **การพัฒนา Digital Health Tech:** การลงทุนในแอปพลิเคชั่น Prompt Care และการขยายบริการคลินิกสุขภาพในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน:** อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การชะลอตัวของยอดโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์:** โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ มียอดโอนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการสุขภาพ:** ตลาดบริการสุขภาพมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์:** จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่หลังจากการชะลอตัวในไตรมาส 2
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาลธนบุรีรังสิต:** ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการปลายปี 2569 จะเป็นปัจจัยหนุนการโอนห้องพัก
* **ผลการดำเนินงานของโรงพยาบาล Ar Yu International ในเมียนมา:** จะยังคงมีกำไรต่อเนื่องหรือไม่
* **การประกาศแผนการลงทุนที่ชัดเจนภายในไตรมาส 4:** โดยเฉพาะการลงทุนในเวียดนาม
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์:** แม้จะลดลงเล็กน้อย 0.1% YoY แต่ถือว่ายังคงรักษาฐานรายได้ไว้ได้ โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง และการกลับสู่ภาวะปกติหลังโควิด-19
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาด COVID-19 แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **การลงทุนในเทคโนโลยี:** การลงทุนในแอปพลิเคชั่น Prompt Care และการขยายคลินิกสุขภาพใน PTT Station เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตและสร้าง Synergy
* **มาตรฐานการบริการ:** การได้รับรองมาตรฐานสากล AACI จากโรงพยาบาลในเครือ เป็นการยกระดับคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมของ THG อยู่ที่ 23,707 ล้านบาท ลดลง 5.5% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืม เจ้าหนี้การค้า และการจ่ายเงินปันผล หนี้สินรวมอยู่ที่ 12,949 ล้านบาท ลดลง 6.9% และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 10,758 ล้านบาท ลดลง 3.7%
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.2 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.7 เท่า ลดลงจาก 0.9 เท่า ณ สิ้นปี 2565
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 291 ล้านบาท ลดลง 30.4% YoY เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ลดลง
## สรุปท้าย
THG ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้รวมที่ลดลง โดยเฉพาะจากธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและภาระหนี้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ และคาดว่ารายได้จากธุรกิจโรงพยาบาลจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง ซึ่งต้องติดตามความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THG ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
2,131.74
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
กำไรขั้นต้น
561.22
ล้านบาท
↑ 29.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.33
%
กำไรสุทธิ
83.98
ล้านบาท
↓ 105.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.94
%
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,132
↓ -6.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
561
↑ + 29.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
84
↓ -105.7%
YoY
D/E Ratio
0.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
0.93
ROA (%)
3.40
Book Value/หุ้น
7.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-486
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+324
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-485.63
+591.78%
|
-70.20
-89.92%
|
-696.23
-17.30%
|
-841.83
-604.30%
|
166.93
-62.14%
|
440.96
-357.48%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
323.55
-72.71%
|
1,185.70
+109.67%
|
565.52
-349.95%
|
-226.25
+359.30%
|
-49.26
-95.18%
|
-1,021.42
-52.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-139.55
-89.32%
|
-1,306.71
-152.76%
|
2,476.76
-15.99%
|
2,948.04
-508.21%
|
-722.18
-274.71%
|
413.36
-81.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-301.62
+57.74%
|
-191.21
-108.15%
|
2,346.05
+24.79%
|
1,879.98
-410.99%
|
-604.52
+261.75%
|
-167.11
+111.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
459.72
-51.08%
|
939.77
-63.66%
|
2,585.97
+74.46%
|
1,482.29
+199.22%
|
495.38
-25.22%
|
662.48
-10.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,006.73
+118.99%
|
459.72
-51.08%
|
939.77
-63.66%
|
2,585.97
+74.46%
|
1,482.29
+199.22%
|
495.38
-25.22%
|