บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
7.70
+0.20 (+2.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9721 out_tok=2807 at=2026-07-26T08:48:41 -->
# THG กำไร Q3/2564 พุ่งกว่า 10 เท่า รับอานิสงส์รักษาผู้ป่วย COVID-19
## รายได้-กำไรโตแรงจากการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด ขณะที่ธุรกิจอื่นเผชิญแรงกดดัน
บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่สูงถึง 833 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 75 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตกว่า 100%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ THG ในไตรมาส 3/2564 คือ **รายได้จากการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด** โดยธุรกิจให้บริการทางการแพทย์มีรายได้รวม 3,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% จาก 1,819 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 58% หรือ 2,180 ล้านบาท มาจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาผู้ป่วย COVID-19 โดยตรง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 23.4% ในปีก่อน เป็น 37.2% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้นในช่วงต้นไตรมาส 3 ทำให้เกิดวิกฤตการขาดแคลนเตียงในระบบสาธารณสุข THG ได้ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ โดย:
* **ปรับเปลี่ยนโรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมือง** ให้บริการรักษาผู้ป่วย COVID-19 เต็มรูปแบบ ทั้งผู้ป่วยอาการปานกลางถึงรุนแรงในหอผู้ป่วยปกติและไอซียู รวมถึงผู้ป่วยอาการน้อยในอาคารที่เคยรองรับญาติผู้ป่วย
* **ขยายบริการ Hospitel** ร่วมกับผู้ประกอบการโรงแรม เพิ่มจำนวนเตียงรวมเป็น 4,610 เตียง (กรุงเทพฯ และปริมณฑล 4,235 เตียง, ภูเก็ต 375 เตียง) เพื่อรองรับผู้ป่วยอาการน้อย
* **ร่วมมือกับภาครัฐเปิดไอซียูสนาม** 3 แห่ง (รพ.สนามมทบ. 11, รพ.ราชพิพัฒน์ 2, รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน) รวมประมาณ 800 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยอาการปานกลางถึงวิกฤต
การปรับตัวดังกล่าวทำให้ THG สามารถสร้างรายได้จำนวนมากจากการให้บริการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ซึ่งเป็นบริการที่มีความต้องการสูงในช่วงวิกฤต ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 76.1% เหลือ 62.5% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2564 จะยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี จากการรักษาผู้ป่วย COVID-19 อย่างต่อเนื่อง และการขยาย Hospitel เพิ่มอีกประมาณ 890 เตียง รวมเป็น 5,500 เตียง นอกจากนี้ การเปิดให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือกชนิด mRNA ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน และการคาดการณ์ว่าสภาพเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะฟื้นตัวจากการเปิดประเทศ เป็นปัจจัยบวก อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของการระบาดในอนาคต และการบริหารจัดการต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการรักษา COVID-19 เช่น ค่าเสื่อมราคาโรงพยาบาลสนามที่คาดว่าจะสิ้นสุดในไตรมาส 4/2564 จะเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมพุ่งกว่า 100%** แตะ 3,861 ล้านบาท จาก 1,913 ล้านบาทใน Q3/2563
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่โตกว่า 10 เท่า** เป็น 833 ล้านบาท จาก 75 ล้านบาท
* **รายได้ COVID-19 สูงถึง 2,180 ล้านบาท** คิดเป็น 58% ของรายได้ธุรกิจบริการทางการแพทย์
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่ง** จาก 23.4% เป็น 37.2%
* **ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ (จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้) ยอดโอนต่ำกว่าเป้า** ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อ
* **โรงพยาบาล Ar Yu International ในเมียนมาร์เริ่มมีกำไรจากการดำเนินงาน** แต่ยังขาดทุนรวมจากค่าเงินผันผวน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2564 THG มีรายได้รวม 3,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 833 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1010.7% YoY อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 23.4% เป็น 37.2% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 3.9% เป็น 21.6% สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 7,333 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.0% YoY และมีกำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ 702 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2093.8% YoY
## โอกาส
* **การรักษาผู้ป่วย COVID-19 ต่อเนื่อง:** ความต้องการบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วย COVID-19 ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยอาการปานกลางถึงวิกฤต และการฟื้นฟูสุขภาพหลังติดเชื้อ
* **การขยาย Hospitel และ ICU สนาม:** การเพิ่มจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วย COVID-19 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงการให้บริการ ICU สนาม ยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญ
* **บริการฉีดวัคซีนทางเลือก mRNA:** การเริ่มให้บริการวัคซีนทางเลือกตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2564 คาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มเติม
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น:** มาตรการเปิดประเทศและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคาดว่าจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการเข้าใช้บริการโรงพยาบาล
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** การลงทุนเพิ่มในบริษัท สิริเวชจันทบุรี และการลงทุนในบริษัท ไทยเมดิคอลโกลฟ เป็นการขยายฐานธุรกิจในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของการระบาด COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและจำนวนผู้ป่วย
* **ผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในเมียนมาร์:** โรงพยาบาล Ar Yu International ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินและสถานการณ์การเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการโดยรวม
* **การชะลอตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ยังคงเผชิญความท้าทายจากยอดโอนที่ต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อ
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** การบริหารจัดการต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการรักษา COVID-19 และการลงทุนในเครื่องมือแพทย์ใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการรักษา COVID-19:** ประเมินผลกระทบจากการระบาดที่อาจลดลง หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลสนามและ Hospitel
* **ความคืบหน้าการปรับสัดส่วนหนี้:** เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินในเมียนมาร์
* **ยอดขายและโอนโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้:** ประเมินการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้สูงอายุ
* **ผลตอบรับจากการให้บริการวัคซีน mRNA:** ประเมินศักยภาพการสร้างรายได้ใหม่
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรายได้ที่อาจผันผวน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจให้บริการทางการแพทย์:** เป็นหัวใจหลักของรายได้ในไตรมาสนี้ โดยมีรายได้จากการรักษา COVID-19 สูงถึง 2,180 ล้านบาท การปรับเปลี่ยนโรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมืองให้รองรับผู้ป่วย COVID-19 เต็มรูปแบบ และการขยาย Hospitel/ICU สนาม เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างรายได้และกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าโรงพยาบาลหลักอาจได้รับผลกระทบจากการที่คนไข้บางส่วนลดการเข้าใช้บริการและคนไข้ต่างชาติไม่สามารถเดินทางมาได้
* **ธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์:** มีรายได้เติบโต 19.4% มาจากการขายระบบจัดการอากาศสำหรับห้องทันตกรรม ส่วนธุรกิจการขายห้องชุดในโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ มียอดโอน 3 ห้อง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีการนำพื้นที่โครงการมาให้บริการตรวจคัดกรอง COVID-19 และฉีดวัคซีน สร้างรายได้ประมาณ 8 ล้านบาท
* **ธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุ:** โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ เผชิญกับยอดโอนที่ต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้ออันเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้ผลประกอบการในส่วนนี้ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 THG มีสินทรัพย์รวม 23,835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% จากสิ้นปี 2563 โดยมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 2,275 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินล่วงหน้าค่าวัคซีน Moderna และการลงทุนในบริษัทร่วม/เกี่ยวข้องกันเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 25.4% โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างโรงพยาบาลสนาม การซื้อเครื่องมือแพทย์ และการรับเงินล่วงหน้าค่าวัคซีน Moderna อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.7 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.5 เท่า ในงบการเงินรวม กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 50.7% เป็น 416 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
THG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2564 พลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงกว่า 10 เท่าตัว จากการบริหารจัดการสถานการณ์ COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการสร้างรายได้จำนวนมากจากการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจดูแลผู้สูงอายุจะยังคงเผชิญความท้าทาย และธุรกิจในเมียนมาร์ยังมีความเสี่ยงจากค่าเงิน แต่แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 4 ยังคงสดใสจากการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ต่อเนื่อง และการขยายบริการใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความไม่แน่นอนของการระบาด และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THG ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,131.74
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
กำไรขั้นต้น
561.22
ล้านบาท
↑ 29.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.33
%
กำไรสุทธิ
83.98
ล้านบาท
↓ 105.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.94
%
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,132
↓ -6.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
561
↑ + 29.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
84
↓ -105.7%
YoY
D/E Ratio
0.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
0.93
ROA (%)
3.40
Book Value/หุ้น
7.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-486
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+324
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-485.63
+591.78%
|
-70.20
-89.92%
|
-696.23
-17.30%
|
-841.83
-604.30%
|
166.93
-62.14%
|
440.96
-357.48%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
323.55
-72.71%
|
1,185.70
+109.67%
|
565.52
-349.95%
|
-226.25
+359.30%
|
-49.26
-95.18%
|
-1,021.42
-52.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-139.55
-89.32%
|
-1,306.71
-152.76%
|
2,476.76
-15.99%
|
2,948.04
-508.21%
|
-722.18
-274.71%
|
413.36
-81.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-301.62
+57.74%
|
-191.21
-108.15%
|
2,346.05
+24.79%
|
1,879.98
-410.99%
|
-604.52
+261.75%
|
-167.11
+111.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
459.72
-51.08%
|
939.77
-63.66%
|
2,585.97
+74.46%
|
1,482.29
+199.22%
|
495.38
-25.22%
|
662.48
-10.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,006.73
+118.99%
|
459.72
-51.08%
|
939.77
-63.66%
|
2,585.97
+74.46%
|
1,482.29
+199.22%
|
495.38
-25.22%
|