บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
7.70
+0.20 (+2.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9389 out_tok=3342 at=2026-07-26T09:03:26 -->
# THG กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง YoY รับผลกระทบรายได้ COVID-19 หาย แต่กำไร 9 เดือนโตแกร่ง
## รายได้-กำไร Q3/2565 ปรับตัวตามสถานการณ์ COVID-19 ขณะที่กำไร 9 เดือนโตแรงจากการบริหารต้นทุนและรายได้ปกติฟื้นตัว
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG มีรายได้รวม 2,954 ล้านบาท ลดลง 23.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 453 ล้านบาท ลดลง 45.7% ซึ่งเป็นผลมาจากการยกเลิกสถานพยาบาลชั่วคราวที่รองรับผู้ป่วย COVID-19 และรายได้จากการรักษาโรคดังกล่าวที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีการเติบโตของรายได้จากการรักษาโรคทั่วไปที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการรับรู้รายได้จากการจองวัคซีน COVID-19 ที่เหลือทั้งหมด และกำไรจากการขายที่ดิน 65 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2565 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 9,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% และกำไรสุทธิ 1,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ THG ในไตรมาส 3/2565 ลดลง 45.7% YoY มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการรักษาผู้ป่วย COVID-19** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่สถานการณ์การระบาดคลี่คลายลงและรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทำให้รายได้ส่วนนี้หายไป อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2565 กำไรสุทธิกลับเติบโตกว่า 100% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของรายได้จากการรักษาโรคทั่วไป การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการรับรู้รายได้พิเศษจากการขายที่ดิน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้ COVID-19 ในไตรมาส 3/2565 เกิดจากการที่จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ THG ต้องยกเลิกสถานพยาบาลชั่วคราว เช่น Home Isolation, Hospitel และโรงพยาบาลสนาม ส่งผลให้รายได้จากส่วนนี้หายไป แม้ว่ารายได้จากการรักษาโรคทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 18% YoY และมีการรับรู้รายได้จากวัคซีน COVID-19 จำนวน 524 ล้านบาท (19% ของรายได้ทั้งหมด) รวมถึงกำไรจากการขายที่ดิน 65 ล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ COVID-19 ที่หายไปทั้งหมดได้ทันที ทำให้กำไรสุทธิรวมลดลง
ในทางกลับกัน สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2565 การเติบโตของกำไรสุทธิที่สูงกว่า 100% มาจากการที่รายได้จากการรักษาโรคทั่วไปฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะจากฤดูฝนที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่และโรคในเด็กเล็ก รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวจากกลุ่ม CLMV นอกจากนี้ การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 9 เดือน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิโดยรวมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลกระทบจากรายได้ COVID-19 ที่ลดลงในไตรมาส 3/2565 นั้น เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นชั่วคราวตามสถานการณ์การระบาดของโรคที่คลี่คลายลง ซึ่งฝ่ายจัดการได้ระบุว่าเป็นการปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการรักษาโรคทั่วไปและการขยายฐานลูกค้า รวมถึงการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม 1 บริษัทในไตรมาส 4/2565 บ่งชี้ว่าผลประกอบการในส่วนของธุรกิจปกติมีโอกาสที่จะเติบโตต่อเนื่องได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 ลดลง 23.5% YoY อยู่ที่ 2,954 ล้านบาท** จาก 3,861 ล้านบาท ในขณะที่ **กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 45.7% YoY อยู่ที่ 453 ล้านบาท** จาก 834 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโตกว่า 100% YoY อยู่ที่ 1,417 ล้านบาท** จาก 683 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 9,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% YoY
* **รายได้จากการรักษา COVID-19 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** แต่ได้รับการชดเชยบางส่วนจากรายได้ผู้ป่วยทั่วไปที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้รายได้จากการจองวัคซีน COVID-19 ที่เหลือทั้งหมด 524 ล้านบาท (19% ของรายได้รวม Q3/2565)
* **ธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์มีรายได้เติบโต 91% YoY** จาก 111 ล้านบาท เป็น 212 ล้านบาท เนื่องจากมีการโอนห้องพักอาศัยเพิ่มขึ้น
* **รับรู้กำไรจากการขายที่ดิน 65 ล้านบาท** ในไตรมาส 3/2565
* **โรงพยาบาล Ar Yu International ในเมียนมาร์ ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน** ทำให้รับรู้ขาดทุนในไตรมาส 3/2565 แต่ยังคงรับรู้ส่วนแบ่งกำไร 9 เดือนแรกปี 2565
* **โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ มีการโอนอย่างต่อเนื่อง** และคาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการอนุมัติสร้างโรงพยาบาลธนบุรีรังสิต
* **แผน Q4/2565 เข้าซื้อกิจการเพิ่ม 1 บริษัท** เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2565 THG มีรายได้รวม 2,954 ล้านบาท ลดลง 23.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากการรักษาผู้ป่วย COVID-19 อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการรักษาผู้ป่วยทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 18% และมีการรับรู้รายได้จากวัคซีน COVID-19 จำนวน 524 ล้านบาท รวมถึงกำไรจากการขายที่ดิน 65 ล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 45.7% มาอยู่ที่ 453 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 15.3% ลดลงจาก 21.6% ในปีก่อน
อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2565 THG ยังคงแสดงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 9,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับ 683 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 15.5% เพิ่มขึ้นจาก 9.3% ในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของรายได้จากการรักษาโรคทั่วไป:** จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการเปิดประเทศ ทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้บริการโรงพยาบาลมากขึ้น โดยเฉพาะโรคตามฤดูกาลและกลุ่มผู้ป่วย CLMV
* **การเติบโตของธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุ:** โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ มีการโอนอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายปีนี้ โดยการสร้างโรงพยาบาลธนบุรีรังสิตจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับโครงการ
* **การขยายธุรกิจผ่านการเข้าซื้อกิจการ:** การเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม 1 บริษัทในไตรมาส 4/2565 จะช่วยขยายพื้นที่ให้บริการและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
* **การรับรู้รายได้จากวัคซีน COVID-19:** การรับรู้รายได้ส่วนที่เหลือทั้งหมดในไตรมาส 3/2565 ช่วยหนุนรายได้ในงวดนี้
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ:** ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของค่าเงิน:** โรงพยาบาล Ar Yu International ในเมียนมาร์ ได้รับผลกระทบจากค่าเงินเมียนมาร์ที่อ่อนค่าและการแข็งค่าของเงินสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้รับรู้ขาดทุนในไตรมาส 3/2565
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการทางการแพทย์:** ตลาดบริการสุขภาพมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและภาครัฐ
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายด้านสาธารณสุขและการควบคุมโรคอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้น:** เช่น ค่าแรง ค่าเวชภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางรายได้จากการรักษาโรคทั่วไป:** การฟื้นตัวต่อเนื่องและแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว
* **ผลประกอบการของโรงพยาบาล Ar Yu International ในเมียนมาร์:** การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ความคืบหน้าของการเข้าซื้อกิจการใหม่:** ผลกระทบต่อรายได้และกำไรในอนาคต
* **ความคืบหน้าของโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้:** ยอดโอนและการตอบรับของตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการให้บริการทางการแพทย์:** ในไตรมาส 3/2565 รายได้ส่วนนี้อยู่ที่ 2,738 ล้านบาท ลดลง 26.8% YoY โดยหลักมาจากรายได้ COVID-19 ที่ลดลง แต่ได้รับการชดเชยจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคทั่วไป 18% YoY และการรับรู้รายได้วัคซีน COVID-19 524 ล้านบาท สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้ส่วนนี้เติบโต 22.9% YoY อยู่ที่ 8,606 ล้านบาท
**ธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์:** มีรายได้เติบโตโดดเด่น 91% YoY ในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 212 ล้านบาท และเติบโต 72.4% YoY ใน 9 เดือนแรก อยู่ที่ 538 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการโอนห้องพักอาศัยในโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ที่เพิ่มขึ้น
**ต้นทุน:** ต้นทุนรวมในไตรมาส 3/2565 ลดลง 14.2% YoY อยู่ที่ 2,079 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง โดยต้นทุนธุรกิจการให้บริการทางการแพทย์ลดลง 17.3% YoY ขณะที่ต้นทุนธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์เพิ่มขึ้น 73.5% YoY ตามปริมาณการขาย
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 29.6% ลดลงจาก 37.2% ในปีก่อน ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากรายได้ COVID-19 ที่มีมาร์จิ้นสูงหายไป อัตรากำไรสุทธิ-บริษัทใหญ่ อยู่ที่ 14.8% ลดลงจาก 21.6% ในปีก่อน อย่างไรก็ตาม สำหรับ 9 เดือนแรก อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 31.2% และอัตรากำไรสุทธิ-บริษัทใหญ่ อยู่ที่ 14.9% ซึ่งดีขึ้นจาก 29.5% และ 9.6% ตามลำดับ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 THG มีสินทรัพย์รวม 22,846 ล้านบาท ลดลง 4.0% จากสิ้นปี 2564 โดยมีหนี้สินรวม 12,408 ล้านบาท ลดลง 12.5% และส่วนของผู้ถือหุ้น 10,438 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.5 เท่า เป็น 1.2 เท่า
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.9% YoY จาก 416 ล้านบาท เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลง 47.6% YoY เนื่องจากปีก่อนมีการลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทอื่นเพิ่มขึ้น ส่วนกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินเปลี่ยนแปลงมากกว่า 100% เนื่องจากมีการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ THG ในไตรมาส 3/2565 คือการปรับตัวตามสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายลง ส่งผลให้รายได้และกำไรลดลง YoY จากการหายไปของรายได้จากการรักษาผู้ป่วย COVID-19 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จากการรักษาโรคทั่วไป การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการรับรู้รายได้พิเศษจากการขายที่ดิน ทำให้ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2565 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีโอกาสจากการขยายธุรกิจและการเติบโตของธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความผันผวนของค่าเงินในเมียนมาร์ และการแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ ซึ่งนักลงทุนควรจับตาการเข้าซื้อกิจการใหม่และทิศทางการเติบโตของธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THG ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,131.74
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
กำไรขั้นต้น
561.22
ล้านบาท
↑ 29.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.33
%
กำไรสุทธิ
83.98
ล้านบาท
↓ 105.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.94
%
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,132
↓ -6.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
561
↑ + 29.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
84
↓ -105.7%
YoY
D/E Ratio
0.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
0.93
ROA (%)
3.40
Book Value/หุ้น
7.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-486
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+324
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-485.63
+591.78%
|
-70.20
-89.92%
|
-696.23
-17.30%
|
-841.83
-604.30%
|
166.93
-62.14%
|
440.96
-357.48%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
323.55
-72.71%
|
1,185.70
+109.67%
|
565.52
-349.95%
|
-226.25
+359.30%
|
-49.26
-95.18%
|
-1,021.42
-52.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-139.55
-89.32%
|
-1,306.71
-152.76%
|
2,476.76
-15.99%
|
2,948.04
-508.21%
|
-722.18
-274.71%
|
413.36
-81.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-301.62
+57.74%
|
-191.21
-108.15%
|
2,346.05
+24.79%
|
1,879.98
-410.99%
|
-604.52
+261.75%
|
-167.11
+111.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
459.72
-51.08%
|
939.77
-63.66%
|
2,585.97
+74.46%
|
1,482.29
+199.22%
|
495.38
-25.22%
|
662.48
-10.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,006.73
+118.99%
|
459.72
-51.08%
|
939.77
-63.66%
|
2,585.97
+74.46%
|
1,482.29
+199.22%
|
495.38
-25.22%
|